ครุย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ครุยเนติบัณฑิต

ครุย เป็นเสื้อคลุมประเภทหนึ่ง มีลักษณะหลวม ยาวถึงเข่าหรือทั้งตัว ใช้สวมหรือคลุมทับด้านนอก ทั้งชายและหญิงในยุโรปใส่ครุยกันมาตั้งแต่ยุคกลางตอนต้นจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เดิมเคยใส่เฉพาะราชสำนักเท่านั้น แต่ปัจจุบันสามารถใช้สวมใส่เพื่อแสดงตำแหน่งฐานะในอาชีพ เช่น ผู้พิพากษา ในวงวิชาการ ครุยยังใช้เพื่อแสดงวิทยฐานะอีกด้วย

ประวัติ[แก้]

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของครุยยังไม่ทราบอย่างแน่ชัด ถึงแม้ว่ามีสมมติฐานน่าเป็นสินค้านำเข้าจากเปอร์เซียและ/หรืออินเดีย[1] บันทึกแรกสุดที่กล่าวถึงมาจากทูตฝรั่งเศสตอนไปพบสมเด็จพระนารายณ์มหาราชใน ค.ศ. 1685 และตอนทูตสยามไปประเทศฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1686 แสดงภาพพระมหากษัตริย์สยามกับทูตสวมเสื้อผ้าแบบนี้ คำว่าครุยยังคงมีใช้ในสมัยรัตนโกสินทร์ ตามหลักฐานที่กล่าวถึงในกฎหมายตราสามดวงใน ค.ศ. 1804 ว่าห้ามข้าราชการรุ่นเล็กสวมใส่มันเด็ดขาด[2]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประมวลครุยเพิ่มให้ใช้ตามพระราชกำหนดใน ค.ศ. 2455 ซึ่งกำหนดประเภทและยศต่าง ๆ ที่ราชวงศ์และข้าราชการมีสิทธิที่จะสวมใส่[3] ต่อมาพระองค์ยังทรงอนุญาตให้ใช้ในชุดวิชาการของโรงเรียนมหาดเล็ก (วชิราวุธวิทยาลัย) ใน ค.ศ. 2456 กับเนติบัณฑิตยสภาประจำสยามใน พ.ศ. 2458[4][5] ต่อมามีการนำมาใช้เป็นชุดจบปริญญาประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2473[6] ตั้งแต่ ค.ศ. 2510 เป็นต้นมา บางมหาวิทยาลัยผลิดครุยเป็นของตนเอง และคำนี้กลายเป็นความหมายของชุดศาลหรือวิชาการทั่วไป

การใช้งาน[แก้]

ตามธรรมเนียม ครุยใช้บ่งบอกสถานะกษัตริย์หรือขุนนาง และสวมใส่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น สมาชิกของพระราชวงศ์จะสวมใส่ครั้งแรกในพระราชพิธีโสกันต์ (พิธีโกนจุก)[a] พระมหากษัตริย์จะฉลองพระองค์ในโอกาสพิเศษ เช่น พิธีราชาภิเษก พระราชพิธีต่าง ๆ หรือเมื่อมีแขกพิเศษมาเยี่ยมเยือน[7] นอกจากนี้ เหล่านาค—สามเณรที่เตรียมตัวไปเป็นอุปสมบท—เป็นกลุ่มเดียวที่สามารถสวมครุยได้โดยไม่สนระดับชั้นทางสังคม

รายงานจากพระราชกฤษฎีกาประจำปี 2455 บุคคลมีสิทธิที่จะสวมครุยตามลำดับชั้น ตำแหน่ง หรือตามพระบรมราชานุญาตเพิ่มเติม ตำแหน่งเหล่านี้ได้แก่ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นสามขึ้นไป และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกหรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยชั้นสองขึ้นไป ผู้พิพากษาสามารถสวมในเครื่องแบบเต็มยศตามพระราชพิธี; ข้าราชการคนอื่น ๆ สามารถสวมได้ในพิธีที่มีการดำเนินการพิเศษหรือในพิธีจำเพาะ[3][8] ปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก ถึงแม้ว่าจะยังคงมีการใช้ครุยในพิธีแรกนาขวัญทุกปีและพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็ตาม

ปัจจุบัน ครุยสามารถระบุได้ง่ายที่สุดเป็นครุยวิทยฐานะในมหาวิทยาลัยไทยบางแห่ง เช่น จุฬาลงกาณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้นำมาใช้นานและโดดเด่นที่สุด โดยจะสวมทับชุดเดรสมหาวิทยาลัย (มักเป็นราชปะแตนและกางเกงขาวสำหรับผู้ชาย เสื้อเชิ้ตสตรีขาวและกระโปรงสีกรมท่าสำหรับผู้หญิง) โดยไม่มีหมวก สำหรับนักศึกษาวุฒิปริญญาตรี หรือชุดสูทกับเน็คไทสำหรับนักศึกษาวุฒิปริญญาโท

ภาพ[แก้]

ครุยพระราชวงศ์[แก้]

ครุยตำแหน่ง[แก้]

"ครุยขุนนาง"[แก้]

"ครุยเสนามาตย์"[แก้]

ครุยวิทยฐานะ[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

หมายเหตุ[แก้]

  1. พิธีโกนจุก เป็นพิธีที่จะทำตอนอายุ 11 หรือ 13 ปี เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าได้เปลี่ยนจากวัยเด็กไปยังวัยรุ่นและผู้ใหญ่แล้ว

อ้างอิง[แก้]

  1. มะสะลุม (5 December 2004). "มะงุมมะงาหรา". Osotho (ภาษาThai). 45 (5). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 6 August 2012. สืบค้นเมื่อ 25 August 2012.CS1 maint: unrecognized language (link)
  2. Memorial Hall of Chulalongkorn University (17 March 2011). "ครุย: ความหมายและความเป็นมา (Khrui: meaning and history)" (ภาษาThai). Memorial Hall of Chulalongkorn University. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 4 March 2016. สืบค้นเมื่อ 25 August 2012.CS1 maint: unrecognized language (link)
  3. 3.0 3.1 "พระราชกำหนดเสื้อครุย" (PDF). Royal Gazette (ภาษาThai). 28: 141–6. 2 July 1912. สืบค้นเมื่อ 25 August 2012.CS1 maint: unrecognized language (link)
  4. Chongkol, Sawat. "ฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก". ของดีหอประวัติ (ภาษาThai). Memorial Hall of Chulalongkorn University. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 3 March 2012. สืบค้นเมื่อ 25 August 2012.CS1 maint: unrecognized language (link)
  5. "พระราชกำหนดเสื้อครุยเนติบัณฑิต" (PDF). Royal Gazette (ภาษาThai). 31: 537–8. 28 February 1915. สืบค้นเมื่อ 25 August 2012.CS1 maint: unrecognized language (link)
  6. "พระราชกำหนดเสื้อครุยบัณฑิต ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พุทธศักราช 2473" (PDF). Royal Gazette (ภาษาThai). 47: 92–5. 6 July 1930. สืบค้นเมื่อ 25 August 2012.CS1 maint: unrecognized language (link)
  7. Pakdeecharean, Penluck (7 July 2009). "กรุผ้าโบราณ เผ่าทอง ทองเจือ (Paothong Thongchua's historical clothing collection)". Krungthep Turakij (ภาษาThai). สืบค้นเมื่อ 25 August 2012.CS1 maint: unrecognized language (link)
  8. "พระราชกำหนดเสื้อครุยเพิ่มเติม" (PDF). Royal Gazette (ภาษาThai). 31: 422–3. 11 November 1914. สืบค้นเมื่อ 25 August 2012.CS1 maint: unrecognized language (link)