ลอมพอก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เมื่อ พ.ศ. 2229 วาดโดย ฌ็อง ไฮน์เซลมาน (Jean Hainzelman) จิตรกรชาวเยอรมันที่พำนักในประเทศฝรั่งเศส[1]

ลอมพอก เป็นเครื่องสวมศีรษะรูปยาว บ้างมียอดแหลม บ้างมียอดมนไม่แหลมมากนัก เมื่อสวมแล้วจะแลดูเหมือนการเกล้าผมขึ้นไปข้างบนเป็นทรงกรวยแหลม แล้วปัดไปด้านหลังเล็กน้อย[1] ใช้เป็นเครื่องทรงของพระเจ้าแผ่นดิน และเป็นเครื่องแบบขุนนางยุคกรุงศรีอยุธยา[2] ซึ่งลักษณะของลอมพอกสามารถบ่งถึงตำแหน่งสูงต่ำของขุนนางได้[3][4] นอกจากนี้เหล่าโขนละครเองก็เคยใช้ลอมพอกในการแสดง ก่อนพัฒนาเป็นชฎาหรือมงกุฎในภายหลัง[2]

ลอมพอกเป็นเครื่องสวมศีรษะของไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากการโพกผ้าของมุสลิมเปอร์เซีย[2][5][6] และมีความเป็นไปได้ว่าน่าจะรับมาตั้งแต่ก่อนเกิดกรุงศรีอยุธยา[1]

มงซีเออร์ เดอ วีเซได้เขียนคำอธิบายเกี่ยวกับการแต่งกายของคณะทูตสยามที่ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นำโดยออกพระวิสูตรสุนทร (ปาน) เมื่อปี พ.ศ. 2229 ความว่า "....สิ่งที่สำคัญซึ่งทำให้ดูราชทูตไทยผิดกว่าราชทูตเมืองอื่นมากนั้นก็คือหมวก หมวกไทยนั้นเป็นหมวกมียอดแหลมซึ่งเขาเรียกว่า ลอมพอก สูงกว่าหมวกเราเป็นไหน ๆ เรียวขึ้นไปเป็นชั้น ๆ สัณฐานคล้ายกับมงกุฎ แต่ละชั้นล้วนประดับด้วยเครื่องเงินทองเพชรพลอยและนิลจินดาเป็นอย่างหนึ่ง ๆ และชั้นต่อ ๆ ไปก็ประดับด้วยวิธีอื่นอีก ดูแปลกเข้าที..."[7] ส่วนซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสที่มาเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2230 ได้กล่าวถึงลอมพอกในจดหมายเหตุ ความว่า "...พระลอมพอกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ประดับขอบหรือเสวียนเกล้าด้วยพระมหามงกุฎเพชรรัตน์..." และกล่าวถึงลอมพอกขุนนางว่า "ของพวกขุนนางนั้นประดับเสวียนทองคำ, เงิน, หรือกาไหล่ทองมากน้อยตามยศ ลางคนก็ไม่มีเสวียนเลย พวกขุนนางจะใช้ลอมพอกนี้ชั่วเวลาเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ หรือเพลาประชุมคณะขุนศาลตุลาการ หรือในพิธีลางอย่างเท่านั้น เขาใช้แถบผูกโยงยึดไว้ใต้คาง และเมื่อแสดงการเคารพก็มิได้ถอดออก..."[2]

และลอมพอกได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นชฎาและมงกุฎสำหรับเจ้านายและนักแสดงโขนในยุคหลัง[2][5][8]

ศัพทมูล[แก้]

ลอมพอก ประกอบมาจากคำสองคำ ได้แก่[1][2]

  • ลอม แปลว่า "กองเรียงขึ้นไปให้สูงเป็นจอม เช่น ลอมฟาง ลอมฟืน"
  • พอก แปลว่า "เพิ่ม, พูน, โพก เช่น โพกหัว โพกผ้าขาวม้า"

ระเบียงภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 สุจิตต์ วงษ์เทศ (17 เมษายน 2555). ""เทริด" เครื่องสวมหัวละคร". สุวรรณภูมิ. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2559.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 สุจิตต์ วงษ์เทศ (9 มิถุนายน 2559). "ชฎา, มงกุฎ โขนละคร ได้จาก "ลอมพอก" ของเปอร์เซีย (อิหร่าน)". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2559.
  3. "ข้อกำหนดของการใช้เครื่องประดับสำหรับฝ่ายใน และชนชั้นสูงในราชสำนัก". สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน). สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2559. line feed character in |title= at position 43 (help)
  4. "พระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม". สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2559.
  5. 5.0 5.1 สุจิตต์ วงษ์เทศ (14 มิถุนายน 2555). ""แขก" มุสลิมในความเป็นไทย". สุวรรณภูมิ. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2559.
  6. "เรื่องหนักหัว". มิวเซียมสยาม. 5 พฤศจิกายน 2558. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2559.
  7. มองซิเออร์ เดอ วีเซ (เขียน) เจษฎาจารย์ ฟ. ฮีแลร์ (แปล). จดหมายเหตุโกศาปานไปฝรั่งเศส. นนทบุรี : ศรีปัญญา. 2560, หน้า 72
  8. "พัฒนาการของเครื่องแต่งกายและศิลปะการแต่งหน้าโขนละคอนไทยในยุคใหม่สืบทอดมาจากอดีต". ลักษณะไทย. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2559.