ไทยเกาะกง
| ชาวกัมพูชาเชื้อสายไทย (ไทยเกาะกง) เซียมเกาะฮฺกง/เสียมเกาะฮฺกง |
|---|
| จำนวนประชากรทั้งหมด |
|
ประมาณ 40,000-50,000 คน |
| ดินแดนที่ให้การรับรองชาติพันธุ์ |
| จังหวัดเกาะกง จังหวัดตราด |
| ภาษา |
| ภาษาเขมร และภาษาไทย |
| ศาสนา |
| พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท |
ชาวกัมพูชาเชื้อสายไทย หรือเรียกอย่างเฉพาะเจาะจงว่า "ไทยเกาะกง" เนื่องจากมีผู้สืบเชื้อสายไทยอาศัยอยู่ในเขตจังหวัดเกาะกงของประเทศกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ถือเป็นชาวไทยกลุ่มหนึ่งที่ตั้งถิ่นฐานในจังหวัดปัจจันตคิรีเขตร ซึ่งแต่เดิมเป็นของไทย แต่ปัจจุบันเป็นจังหวัดเกาะกงของประเทศกัมพูชา ซึ่งต่อมาเกาะกงได้กลายเป็นของฝรั่งเศส ชาวไทยจำนวนมากได้อพยพไปที่เกาะกูด และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เนื่องจากไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันในเกาะกง ปรากฏว่ามีชาวไทยในเกาะกง เพียงร้อยละ 25 เท่านั้น ที่เหลือเป็นชาวเขมรจากจังหวัดอื่นที่อพยพมาทำงาน ปัจจุบันชาวไทยเกาะกงถูกกำหนดให้มีสัญชาติเขมรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย[1] แม้ในอดีตชาวไทยเกาะกงจะถูกจำกัดสิทธิ์ทางภาษา วัฒนธรรม และประเพณีแต่ก็มีคนเฒ่าคนแก่ที่ยังรักษาประเพณี และเอกลักษณ์ การใช้ภาษาไทย ซึ่งในอดีตสมัยพระเจ้าสีหนุเป็นกษัตริย์-รัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้นเคยห้ามคนเกาะกงพูดภาษาไทย หากฝ่าฝืนจะถูกตำรวจจับ และบางรายโชคร้ายก็จะถูกฆ่า โดยในสมัยนั้นนายพลลอนนอลที่ทำงานใกล้ชิดกับสีหนุขณะนั้นเคยพูดไว้ว่า "คนไทเกาะกง แม้ว่าจะตายไปสักห้าพันคน ก็ไม่ทำให้แผ่นดินเขมรเอียง"[2]
เนื้อหา |
ภาษา[แก้]
ชาวไทยเกาะกงสามารถพูดภาษาในชีวิตประจำวันได้สองภาษาคือภาษาไทย และเขมร โดยภาษาไทยที่ชาวไทยเกาะกงพูด จะมีสำเนียงแบบเดียวกับที่จังหวัดตราด แต่เดิมเกาะกงในปี พ.ศ. 2506 ได้มีการออกกฎห้ามชาวเกาะกงพูดภาษาไทย[3] โดยจะปรับเป็นคำละ 25 เรียล ห้ามมีเงินไทย และห้ามมีหนังสือไทยอยู่ในบ้าน หากเจ้าหน้าที่พบจะถูกทำลายให้สิ้นซาก ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ค่าปรับการพูดภาษาไทยเพิ่มขึ้นเป็น 50 เรียล นอกจากนี้ยังมีการลงโทษต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่สามารถลงโทษได้อย่างพลการ เช่น ป้ายแขวนคอประจาน
ในหนังสือรัฐบาลทมิฬ และปัตจันตคีรีเขตร์เกาะกง เมืองแห่งความหลัง ได้ปรากฏเรื่องราวของนางหล็อง ชาวปากคลองบางกระสอบที่ทะเลาะกับสามีชื่อนายเห่ง โดยทั้งคู่ถกเถียงกัน และนางหล็องได้เผลอด่าสามีเป็นภาษาไทย เนื่องด้วยเป็นภาษาพ่อภาษาแม่จนเคยชิน เรื่องจึงไปถึงหูคณะกรรมการหมู่บ้าน นางหล็องถูกลงโทษให้ไปใช้แรงงาน แต่นางหล็องไม่ยอมจึงตัดสินใจกินยาพิษฆ่าตัวตาย ซึ่งสะเทือนใจชาวไทยเกาะกงอย่างมาก และต่างชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของนางหล็อง
ชาวไทยเกาะกงที่มีชื่อเสียง[แก้]
- ใส่ ภูทอง - อดีตสมาชิกกรรมการกลาง และกรมการเมืองพรรคประชาชนปฏิวัติ, รองประธานสภาแห่งรัฐ (เทียบเท่าประมุขแห่งรัฐในขณะนั้นคือเฮง สัมริน)
- พลเอกเตีย บัญ (สังวาลย์ หินกลิ้ง) - รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม[4] และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเสียมราฐ สังกัดพรรคประชาชนกัมพูชา[5]
- จา เรียง (จำเรียง ศิริวงศ์) - อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติกัมพูชา
- พลตำรวจเอกทอง จ้อน (จ้อน อินทสุวรรณ) - รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา
- รุ่ง พราห์มเกษร - อดีตสมาชิกสภาแห่งชาติ และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง
- ยุทธ ภูทอง - อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเปรยแวง, ปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง
- ลี ยง พัด (พัด สุภาภา) - นักธุรกิจชาวไทยเกาะกง[6]
- กอย ลวน (ล้วน อัมพร) - ผู้ว่าราชการจังหวัดกำปอต ปี พ.ศ. 2522
- พลเอกพร นารา - เจ้ากรมทหารสื่อสาร
- พลเอกแกว ตำ (แก้ว ต่ำ) - จเรทหาร
- พลเรือเอกเตีย วิน - รองผู้บัญชาการทหารเรือ
ดูเพิ่ม[แก้]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ http://www.tobethai.org/autopage/show_page.php?t=36&s_id=05&d_id=05&page=1
- ↑ จรัญ โยบรรยง. รัฐบาลทมิฬ. กรุงเทพฯ:จิตติกานต์, 2528. หน้า 122
- ↑ http://www.asoke.info/09Communication/DharmaPublicize/Kid/k137/k137_50.html
- ↑ Visit to Japan by Gen. Tea Banh, Deputy Prime Minister and Minister of National Defense of Cambodia
- ↑ "Election results". Cambodia National Election Committee. Accessed June 18, 2008.
- ↑ http://www.navy22.com/th/index.php?option=com_content&task=view&id=759&Itemid=93
- รุ่งมณี เมฆโสภณ. คนสองแผ่นดิน.กรุงเทพฯ : บ้านพระอาทิตย์, 2551
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
|
||||||||||||||||||||||||||