โหมโรง (ภาพยนตร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับละครโทรทัศน์ ดูที่ โหมโรง (ละครโทรทัศน์)
โหมโรง
The Overture
กำกับ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์
อำนวยการสร้าง อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
นนทรีย์ นิมิบุตร
ดวงกมล ลิ่มเจริญ
พิศมัย เหล่าดารา
เขียน อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์
ดลกมล ศรัทธาทิพย์
พีระศักดิ์ ศักดิ์ศิริ
นำแสดง อนุชิต สพันธุ์พงษ์
อดุลย์ ดุลยรัตน์
อาระตี ตันมหาพราน
ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ดนตรีประกอบ ชาติชาย พงศ์ประภาพันธุ์
ชัยภัค ภัทรจินดา
กำกับภาพ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ
จำหน่าย/เผยแพร่ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
ฉาย 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
ความยาว 104 นาที
ประเทศ ไทย
ภาษา ไทย
รายได้ 52.72 ล้านบาท
ข้อมูลจาก All Movie Guide
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย

โหมโรง (อังกฤษ: The Overture) เป็นภาพยนตร์ไทยในปี พ.ศ. 2547 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดนตรีไทย เนื้อเรื่องได้เค้าโครงมาจากประวัติของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้รับรางวัลมากมายในประเทศ และยังได้รับเลือกในฐานะ Official Selection จากประเทศไทย ในการเข้าชิงสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในการประกาศรางวัลอะแคเดมีอีกด้วย กำกับโดย อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์[1] และอำนวยการผลิตโดย นนทรีย์ นิมิบุตร และ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ภาพยนตร์ทำรายได้ 52.72 ล้านบาท[2]

นำแสดงโดย อนุชิต สพันธุ์พงษ์, อดุลย์ ดุลยรัตน์, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, อาระตี ตันมหาพราน, สุเมธ องอาจ, ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง, อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า จากวง บอยไทย รับบทเป็น ขุนอิน

ภายหลังดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ โดยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อ พ.ศ. 2555

เรื่องย่อ[แก้]

เหตุการณ์เริ่มขึ้นราวพุทธศักราช 2429 ในประเทศสยาม ศร เด็กหนุ่มที่มีความผูกพันกับดนตรีไทยมาตั้งแต่เกิด ได้รับการถ่ายทอดฝีมือในการตีระนาดเอกจาก ครูสิน ผู้ซึ่งเป็นทั้งบิดาและครูสอนดนตรีไทย ผู้มีปมในชีวิต หลังการสูญเสียพี่ชายของศรผู้ซึ่งถูกนักเลงระนาดคู่ปรับฆ่า เป็นเหตุให้ครูสินตัดสินใจหยุดการสอนดนตรีไทยลง ด้วยคำเตือนสติจากหลวงพ่อ ทำให้ครูสินกลับมาสอนดนตรีไทยอีกครั้ง เพื่อไม่เป็นการปิดกั้นโอกาสและการพัฒนาพรสวรรค์ในการตีระนาดของศร ศรจึงได้รับการถ่ายทอดฝีมือตีระนาดจากบิดา และมีทิว เพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลือมาตลอดเวลา

ศร กลายเป็นดาวเด่นในเชิงระนาดเมื่อก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม ฝีมือของศรยากหาใครทัดเทียมในอัมพวา หลังจากชนะประชันครั้งแล้วครั้งเล่า ศรจึงเกิดความลำพองในฝีมือของตนเอง จนเมื่อศรเดินทางเข้ามายังบางกอก เขาพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกต่อขุนอิน ผู้มีฝีมือการเล่นระนาดในระดับสูง และมีทางระนาดที่ดุดัน ศรกลายเป็นคนที่สูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง แต่เขาก็กลับมามุมานะฝึกปรือฝีมืออีกครั้ง และคิดค้นทางระนาดแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร จนในที่สุด ศรก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงในพระราชวัง เขาได้รับการอุปถัมป์ให้เป็นนักดนตรีประจำราชสำนัก และได้พบกับ แม่โชติ สตรีผู้สูงศักดิ์ที่กลายมาเป็นคู่ชีวิตของศรในเวลาต่อมา

ในที่สุด หลังจากผ่านการบ่มเพาะทั้งฝีมือและจิตใจมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง ศรก็สามารถมีชัยเหนือขุนอินได้สำเร็จ

ล่วงเข้าสู่วัยชราของศร เขากลายเป็นครูดนตรีอาวุโสที่มีลูกศิษย์มากมาย ขณะที่บ้านเมืองกำลังเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงประเทศให้มีความทันสมัย และออกระเบียบควบคุมศิลปะแขนงต่างๆ รวมทั้งดนตรีไทย โดยมี พันโทวีระ นายทหารหนุ่มที่รับหน้าที่ดูแลนโยบายดังกล่าว และต้องมาเผชิญหน้ากับ ครูศร ผู้ผ่านการแพ้-ชนะมานับครั้งไม่ถ้วนในวัยหนุ่ม และกำลังเข้าสู่บั้นปลายของชีวิตในวันที่ดนตรีไทยถูกคุกคาม

ผู้แสดงนำ (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2547)[แก้]

นักแสดงนำหลัก[แก้]

รูปแบบการนำเสนอ ศร / ท่านครู แม่โชติ / นางโชติ พันโทวีระ ประสิทธิ์ เทิด
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2547 อนุชิต สพันธุ์พงษ์
อดุลย์ ดุลยรัตน์
อาระตี ตันมหาพราน พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง สุเมธ องอาจ ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ
นพพล โกมารชุน
จุฬา ศรีคำมา
ปานเลขา ว่านม่วง
อรรถพร ธีมากร วุฒิสิทธิ์ สืบสุวรรณ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์

งานสร้างภาพยนตร์[แก้]

ที่มาของภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องโหมโรง สร้างโดย สหมงคลฟิล์ม, พร้อมมิตร โปรดักชั่น, ภาพยนตร์หรรษา และ กิมมิคฟิล์ม จากอัตชีวประวัติบางส่วนของ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) บรมครูของนักดนตรีไทย ผู้ผ่านยุคทองที่รุ่งเรืองอย่างสูงสุด และยุคสมัยที่กล่าวได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดของวงการดนตรีไทย ภาพยนตร์เรื่องโหมโรงเป็นผลงานกำกับอีกครั้งของ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ เคยสร้างผลงานภาพยนตร์เรื่อง ลูกบ้า เที่ยวล่าสุด เมื่อปี พ.ศ. 2536 และมีผลงานกำกับละครโทรทัศน์เรื่อง พระจันทร์ลายกระต่าย เมื่อปี พ.ศ. 2542 และงานเขียนอย่าง เพียงความทรงจำเอาไว้เลย

ก่อนที่จะมาใช้ชื่อภาพยนตร์ว่า โหมโรง อิทธิสุนทรได้ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The Overture มาก่อน ความหมายของทั้งสองคำคล้ายคลึงกัน สิ่งที่เหมือนกันคือ ทั้งสองคำต่างเป็นศัพท์ของการเล่นดนตรี และมีเป้าหมายคือเล่นเพื่อเปิดการแสดง เพื่อประกาศว่าดนตรีจะเริ่มแล้ว หรือเป็นการเล่นเพื่อวอร์มอัพ แต่ก่อนหน้านี้ในระหว่างที่ภาพยนตร์กำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำ ระนาดเอก 5 แผ่นดิน เคยเป็นตัวเลือกหนึ่ง ของชื่อที่ใช้สื่อสารให้กับคนทั่วไป ได้ทราบถึงความเคลื่อนไหวของโปรเจกต์ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนที่อาจทำให้นึกถึงภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ในอดีต เรื่อง "ระนาดเอก" ทำให้ในท้ายที่สุด จึงมาลงตัวที่ชื่อของ โหมโรง หรือ The Overture

นักแสดง[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย อนุชิต สพันธุ์พงษ์ รับบท ศร ในสมัยรัชกาลที่ 5, อดุลย์ ดุลยรัตน์ รับบท ท่านครู หรือ ศร ในยุคสมัยรัชกาลที่ 8, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท พันโทวีระ นายทหารหนุ่มผู้ยึดมั่นในคำสั่งของรัฐบาล ในการปรับปรุงวัฒนธรรม ให้เทียบเท่าอารยะธรรมตะวันตก, อาระตี ตันมหาพราน รับบท แม่โชติ สตรีในวังผู้สูงศักดิ์ ผู้เป็นกำลังใจให้ศร, สุเมธ องอาจ รับบท ประสิทธิ์ ทายาทเพียงคนเดียว ของบรมครูทางด้านดนตรีไทยผู้ยิ่งใหญ่, ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง รับบท เทิด ลูกชายทิวเพื่อนสนิทของศร, อาจารย์ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า จากวง บอยไทย รับบทเป็น ขุนอิน ร่วมด้วย สมภพ เบญจาธิกุล รับบทของเจ้านายจากในวัง ผู้ทรงโปรดปรานในความงดงามของดนตรีไทย และเป็นผู้ผลักดันให้นักระนาดหนุ่มผู้ทะนงตนอย่างศร ได้กลายเป็นระนาดเอกมือหนึ่ง, ชุมพร เทพพิทักษ์ รับบท ทิว เพื่อนรักที่เป็นกำลังใจ และคอยอยู่เคียงข้างศร, บุ๋มบิ๋ม สามโทน รับบทเป็นนายขวด มือระนาดจอมอู้แห่งบางกอก ที่เปิดโอกาสให้ศร ได้ประชันกับขุนอินเป็นครั้งแรก, อุดม ชวนชื่น นักแสดงตลกรุ่นอาวุโสมารับบทเป็นช่างซ่อมเครื่องดนตรีไทย ในยุคสงครามโลก, สมชาย ศักดิกุล มาเป็นอีกหนึ่งนักแสดงรับเชิญ รวมไปถึงเหล่านักแสดง และอาจารย์ผู้คร่ำหวอดทางด้านดนตรีไทย อาทิเช่น อ. เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์, ลูกปู ดอกสะเดา, มืด ไข่มุก, อ. อภิธาร สมานมิตร และ วัชรากร บุญเพ็ง

ตัวเอกของภาพยนตร์[แก้]

อนุชิต สพันธุ์พงษ์ นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 มารับบท ศร ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งเขาต้องใช้เวลาในการหัดเล่นเครื่องไม้เครื่องมือ และฝึกซ้อมดนตรีไทยประเภทต่างๆ อาทิ ซอ ฆ้อง ระนาดทุ้ม ฉิ่ง โดยเฉพาะระนาดนานถึง 8 เดือน เพราะต้องสวมบทมือระนาดเอกฝีมือดี ที่มีแนวทางในการเล่นระนาดแนวใหม่ในสมัยนั้น นั้นคือการเล่นระนาดเชิงพริ้วไหว ซึ่งต้องโชว์ลีลาในการสะบัดข้อมือ ลงระนาดด้วยตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้น ยังต้องกล้อนผมแต่งเนื้อแต่งตัวให้เข้ากับยุคสมัย โดยต้องนุ่งโจงกระเบน เพราะตัวละครที่เขาแสดง เดินเรื่องราวชีวิตอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้ต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ในการแสดง โดยเฉพาะการโชว์ฝีไม้ลายมือ ในการเล่นระนาดได้อย่างสมจริง ซึ่งกว่าจะได้อย่างที่เห็นในภาพยนตร์ ก็ต้องใช้ความสามารถ และพึ่งพาความอดทน ในการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง

ทีมงานสร้าง[แก้]

ทีมงานสร้างประกอบด้วย ผู้กำกับภาพ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ, บันทึกเสียงโดย คอนราด แบรดลี่ สเตเลอร์, ฝึกสอนดนตรีโดย อาจารย์ถาวร ศรีผ่อง ผู้เล่นระนาดเอกให้กับมหาราชาคอนแชร์โต และเป็นมือระนาดที่สามารถเล่นระนาดโชว์ พร้อมกันทีเดียวถึง 4 ราง, ที่ปรึกษาดนตรีโดย อัษฎาวุธ สาคริก อาจารย์ผู้สอนและทำงานเผยแพร่ดนตรีไทย ในมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ, ที่ปรึกษาการแสดงโดย อรชุมา ยุทธวงศ์, กำกับศิลป์โดย รัชชานนท์ ขยันงาม, นวชาติ สำเภาเงิน, เกียรติชัย คีรีศรี, ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย พราวเพลิน ตั้งมิตรเจริญ, ออกแบบหน้า-ผมโดย มนตรี วัดละเอียด, ผู้ช่วยผู้กำกับได้แก่ พีระศักดิ์ ศักดิ์ศิริ, สวนีย์ อุทุมมา, นฤมล สุทัศนะจินดา และ ศรีรัตน์ บุญวัธนะศักดิ์, ดนตรีประกอบโดย ชาติชาย พงษ์ประภาพันธุ์ และ ชัยภัค ภัทรจินดา

รางวัลและเกียรติคุณ[แก้]

โหมโรง เป็นภาพยนตร์จากประเทศไทยที่ได้รับการส่งชื่อเข้าประกวดในเวทีรางวัลออสการ์ครั้งที่ 77 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมแต่ไม่ได้รับการเสนอชื่อ อย่างไรก็ตาม โหมโรงยังได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย รวมทั้ง

  • สตาร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2547
    • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (อดุลย์ ดุลยรัตน์)
    • ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

ข้อมูลจำเพาะ[แก้]

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

  1. "อัศจรรย์" – 4:40
  2. "แขกบรเทศ" – 0:53
  3. "ต้นวรเชษฐ์" – 1:35
  4. "คำหวาน" – 1:34
  5. "กระต่ายเต้น" – 1:18
  6. "ลาวดวงเดือน" – 1:10
  7. "โหมโรงประเดิมชัย" – 1:39
  8. "โหมโรงอัฐมบาท" – 1:37
  9. "โหมโรงช่อผกา" – 1:22
  10. "โหมโรงจีนตอกไม้" – 1:55
  11. "แสนคำนึง" – 3:11
  12. "แรกพบ" – 2:12
  13. "เติบโต" – 2:38
  14. "เบิกบาน" – 0:50
  15. "สำนึก"– 1:10
  16. "ชัยชนะ" – 2:10
  17. "ความหวัง" – 2:23
    • เพลงที่ 12-17 เป็นดนตรี Original Score โดย ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์

ละครโทรทัศน์[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: โหมโรง (ละครโทรทัศน์)

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการนำกลับมาทำใหม่ในลักษณะละครโทรทัศน์ ในปี พ.ศ. 2555 บทโทรทัศน์โดย ภูเขา และกำกับการแสดงโดย วินัย ปฐมบูรณ์ นำแสดงโดย ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ และ นพพล โกมารชุน รับบท ศร ทวีศักดิ์ อัครวงษ์ รับบท ขุนอิน ร่วมด้วย เกรียงไกร อุณหะนันท์, อรรถพร ธีมากร, ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์, วิทยา เจตะภัย, วุฒิสิทธิ์ สืบสุวรรณ, ปริศนา กล่ำพินิจ, ปานเลขา ว่านม่วง, ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ, นันทรัตน์ ชาวราษฎร์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-วันอังคาร เวลา 20.25 - 21.15 น. เริ่มออกฉายวันแรกทางไทยพีบีเอส วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555[3]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]