มนต์รักลูกทุ่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มนต์รักลูกทุ่ง
กำกับ รังสี ทัศนพยัคฆ์
อำนวยการสร้าง รังสี ทัศนพยัคฆ์
เขียน มหศักดิ์ สารากร
เขียนบท มหศักดิ์ สารากร
นำแสดง มิตร ชัยบัญชา
เพชรา เชาวราษฎร์
ศรีไพร ใจพระ
บุปผา สายชล
ประจวบ ฤกษ์ยามดี
ชุมพร เทพพิทักษ์
แมน ธีระพล
ดนตรีประกอบ มหศักดิ์ สารากร
กำกับภาพ ธีระ แอคะรัตน์
ตัดต่อ พรรณรังษี
จำหน่าย/เผยแพร่ รุ่งสุริยาภาพยนตร์
ฉาย 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2513
ความยาว 146 นาที
ประเทศ ไทย
ภาษา ไทย
สำหรับละครโทรทัศน์ ดูที่ มนต์รักลูกทุ่ง (ละครโทรทัศน์)

มนต์รักลูกทุ่ง เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากบทประพันธ์เรื่อง "มนต์รักลูกทุ่ง " ของ รังสี ทัศนพยัคฆ์ โดยใช้นามแฝงว่า "มหศักดิ์ สารากร" โดยมิตร ชัยบัญชา มีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องด้วย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 ทำรายได้ถล่มทลายจากทั่วประเทศถึง 13 ล้านบาทและฉายติดต่อกันนาน 6 เดือน[1][2] ที่โรงภาพยนตร์โคลีเซียม จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2513 คู่พระ-นาง คือไอ้คล้าว กับ ทองกวาว รับบทโดย มิตร ชัยบัญชา กับเพชรา เชาวราษฎร์ ส่วนคู่รอง คือแว่น กับบุปผา รับบทโดย ศรีไพร ใจพระ กับบุปผา สายชล

เพลงประกอบจากภาพยนตร์เรื่องนี้ จำนวน 14 เพลง เป็นเพลงลูกทุ่ง ซึ่งเพลงในภาพยนตร์ทั้ง 14 เพลงยังเป็นจนทุกวันนี้ เช่นเพลง มนต์รักลูกทุ่ง, สาวนาคอยคู่, อาลัย, สิบหมื่น, น้ำลงนกร้อง, นกร้องน้องช้ำ, น้อยใจรัก, แม่ร้อยใจ เป็นต้น และภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างชื่อเสียงให้ทั้งดารานำ และนักร้องลูกทุ่งที่ร่วมแสดงในครั้งนั้นด้วย[3]

ภาพยนตร์มนต์รักลูกทุ่ง ได้กลับมาฉายใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2515 และได้นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2525, พ.ศ. 2548 และ พ.ศ. 2557

มนต์รักลูกทุ่ง มีการนำกลับมาทำใหม่เป็นละครโทรทัศน์ ในปี พ.ศ. 2538 ได้นำกลับมาสร้างใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2548 ทางช่อง 7 สี โดย ดาราวิดีโอ และได้มีการนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง ใน พ.ศ. 2553 ทางไทยทีวีสีช่อง 3

ภาพยนตร์มนต์รักลูกทุ่ง ปี พ.ศ. 2513 เป็นภาพยนตร์ไทย 1 ในจำนวน 25 เรื่องที่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ โดยหอภาพยนตร์แห่งชาติ ซึ่งภาพยนตร์ทั้ง 25 เรื่องเป็นผลงานของคนไทยหรือเกี่ยวกับคนไทยและชาติไทย [4]

เรื่องย่อ[แก้]

ตำนานความรักของคล้าว (มิตร ชัยบัญชา) ที่รักอยู่กับทองกวาว (เพชรา เชาวราษฎร์) แต่พ่อกับแม่ทองกวาวไม่ชอบเพราะความที่คล้าวจนและโดนยึดที่นาเพราะเป็นหนี้กับพ่อจอม ทองก้อน และ ทับทิม เพราะความยากจนของคล้าวที่เป็นเพียงชาวนาทำให้ผู้ใหญ่ก้อนพ่อของทองกวาวพยายามกีดกัน ทองกวาวจึงเอาเงินที่มีอยู่มาให้คล้าวใช้หนี้ จอมโกรธที่ยึดที่นาของคล้าวไม่ได้ จึงไปต่อว่า ทองก้อน พ่อและแม่ของทองกวาว จึงส่งทองกวาวไปอยู่กับป้าทองคำที่กรุงเทพ โดยให้มีบุปผา (บุปผา สายชล) และหมึก ไปดูแล

ทองกวาวได้รู้จักกับธรรมรักษ์ หลานของป้าทองคำ ซึ่งป้าทองคำหวังจะให้หลานทั้งคู่แต่งงานกัน เพื่อสมบัติจะได้ไม่ตกเป็นของคนอื่น คล้าวเศร้าโศกเสียใจที่น้ำท่วมทุ่งนาข้าวเสียหาย ได้พวกคอยปลอบ จึงบอกบุญเย็น (ไพรวัลย์ ลูกเพชร) ให้ตามหาทองกวาว บุญเย็นพบทองกวาวที่กรุงเทพและบอกเรื่องคล้าว ทองกวาวขอให้บุญเย็นบอกคล้าวว่าทองกวาวอยากให้คล้าวมาสู่ขอแต่พ่อแม่ของทองกวาวกลับเรียกค่าสินสอดสิบหมื่น

ธรรมรักษ์เสียการพนัน หวังจะหลอกเอาเงินป้าทองคำจึงทำเป็นชอบทองกวาว โดยให้เพื่อนชื่อ ธีระ หัวหน้าวงดนตรีมากันบุปผา ทั้งหมดเดินทางมาบ้านทองกวาว แต่ด้วยความคิดถึงทองกวาวรีบมาหาคล้าวกลับพบว่าคล้าวอยู่กับสายใจ ทำให้ทองกวาวเข้าใจผิด ทองกวาวจึงตกลงหมั้นกับธรรมรักษ์ แต่ธรรมรักษ์มีฤทัยเป็นภรรยาอยู่ บุญเย็นจึงพาฤทัยมาบ้านทองกวาว ธรรมรักษ์โกรธมาก บอกฤทัยเป็นนักร้องในวงธีระ ฤทัยแกล้งตีสนิทกับคล้าวเพื่อให้ธรรมรักษ์หึง แล้วป้าทองคำจึงไล่ธรรมรักษ์และเมียกลับไป

แต่ข่าวการหมั้นของทองกวาวกับธรรมรักษ์ที่ทองก้อนประกาศไปเข้าหูเสือทุม ได้จับตัวทองกวาวและป้าทองคำไปเรียกค่าไถ่ คล้าวและตำรวจตามไปช่วยไว้ทัน คล้าวกับพรรคพวกได้ช่วยเหลือทองกวาวและป้าทองคำให้พ้นจากคนร้าย ซึ่งทำให้พ่อทองก้อนและแม่ทับทิมไม่กล้าปฏิเสธ ทั้งคู่จึงได้แต่งงานกัน

นักแสดงหลักและผู้ขับร้องเพลงนำ[แก้]

รูปแบบการนำเสนอ ไอ้คล้าว ทองกวาว ไอ้แว่น บุปผา ผู้ขับร้องเพลงนำ
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2513 มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์ ศรีไพร ใจพระ บุปผา สายชล ไพรวัลย์ ลูกเพชร
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2525 ทูน หิรัญทรัพย์ หทัยรัตน์ อมตะวนิชย์ สายัณห์ จันทรวิบูลย์ อำภา ภูษิต ไพรวัลย์ ลูกเพชร
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2538 ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ อนันต์ บุนนาค รัชนีกร พันธุ์มณี ยอดรัก สลักใจ
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2548 ณัฐวุฒิ สะกิดใจ สุวนันท์ คงยิ่ง ภาณุ สุวรรณโณ จีรนันท์ มะโนแจ่ม ไชยา มิตรชัย
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2548 นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล ลักขณา วัธนวงส์ศิริ ยิ่งยง ยอดบัวงาม อาภาพร นครสวรรค์ เอกราช สุวรรณภูมิ
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2553 ทฤษฎี สหวงษ์ จิตตาภา แจ่มปฐม เบญจพล เชยอรุณ ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล ไชยา มิตรชัย
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2558 ชัยพล พูพาร์ต เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค ผดุง ทรงแสง ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต

เพลงจากภาพยนตร์[แก้]

เพลงจากภาพยนตร์ มนต์รักลูกทุ่ง มีจำนวน 14 เพลง คือ

นักแสดงในฉบับภาพยนตร์ พ.ศ. 2513[แก้]

งานสร้างและนำกลับมาฉายใหม่[แก้]

ไอ้คล้าว - ทองกวาว

มนต์รักลูกทุ่ง เป็นภาพยนตร์ที่ยังอยู่ในความทรงจำของผู้ชมชาวไทย ที่สร้างประวัติการณ์ในการฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 ณ โรงภาพยนตร์โคลีเซี่ยม ยมราช โดยมีระยะเวลาทำการฉายนานถึง 6 เดือน และทำรายได้กว่า 7 ล้านบาทในครั้งนั้น และเปิดทางเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวงการภาพยนตร์ไทยจากระบบฟิล์ม 16 ม.ม. พากย์สด มาเป็นระบบฟิล์ม 35 ม.ม. ผลงานการกำกับของ รังสี ทัศนพยัคฆ์ นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์ พร้อมด้วยนักร้องลูกทุ่งยอดนิยม ได้แก่ ไพรวัลย์ ลูกเพชร, บุปผา สายชล, ศรีไพร ใจพระ และ บรรจบ เจริญพร รวมไปถึงนักแสดงอีกคับคั่ง

และเป็นต้นฉบับที่เป็นชุดประวัติศาสตร์ที่ผู้กำกับ ครูรังสี ทัศนพยัคฆ์ ได้เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวในรูปแบบฟิล์ม 16 ม.ม. เสียงในฟิล์ม หลังจากที่พบกับความผิดหวัง เมื่อฟิล์มต้นฉบับเนกาตีฟของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกเผาทำลายที่แมนดาริน แล็บ ประเทศฮ่องกง ก่อนหน้าที่เขาจะเดินทางไปถึง ภายหลังจากการสร้างภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ. 2525 ซึ่งตอนออกฉายในครั้งนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ

มนต์รักลูกทุ่ง ได้นำกลับมาฉายอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2534 ฉายที่โรงภาพยนตร์แอมบาสเดอร์[5] โดย กมล กุลตังวัฒนา ตัดสินใจขอนำฟิล์มชุดสุดท้ายที่เหลืออยู่นี้กลับมาบูรณะซ่อมแซมใหม่ โดยได้นำมาขยายเป็นฟิล์ม 35 ม.ม. พร้อมกับบันทึกเสียงพากย์, ดนตรีประกอบ และเอฟเฟค ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ที่ขาดไม่ได้ก็คือ เพลงประกอบจากภาพยนตร์เรื่องนี้ จำนวน 14 เพลง ซึ่งเพลงในภาพยนตร์ทั้ง 14 เพลงยังเป็นจนทุกวันนี้

หลังจากปี 2535 เป็นต้นมา เมื่อถึงวันงานรำลึกมิตร ชัยบัญชา ก็มักจะมีเสียงร้องให้นำมนต์รักลูกทุ่ง (2513) กลับมาฉายอีก บางปีก็ฉายได้ บางปีก็ฉายไม่ได้เพราะสภาพฟิล์มที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2535 เริ่มบอบช้ำอีกแล้ว แต่โครงการคิดถึงหนังไทย ของ พันธมิตรฟิล์มสามารถเจรจาขออนุญาตจากครูรังสีในการนำมนต์รักลูกทุ่งกลับมาทำเป็น VCD ได้สำเร็จในปี 2544 จึงได้นำฟิล์มเนกาตีฟมนต์รักลูกทุ่งที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ในปี 2535 ไปเข้าเครื่องเทเลซีนที่บริษัท SOHO ASIA จำกัด เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นเทปมาสเตอร์ ซึ่งในการเทเลซีน ครั้งนั้น เพื่อให้ครูรังสีได้รับรู้ว่า หนังที่ครูรัก ครูหวง จะออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เครื่องไม้เครื่องมือในปัจจุบันจะพึงช่วยได้ พันธมิตรฟิล์มจึงเรียนเชิญครูรังสีซึ่งตอนนั้นไปพักอยู่จังหวัดจันทบุรีมาดูการเทเลซีนหนังและสั่งการด้วยตนเอง ภาพใน VCD ที่ออกมาถือว่าดีที่สุดแล้วเพราะได้ใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ช่วยในการตัดสีแดงออกไปและเพิ่มสีสันเข้าไปได้บ้าง[6]

การนำกลับมาสร้างใหม่[แก้]

ละครมนต์รักลูกทุ่ง ในปี 2538

ละครโทรทัศน์[แก้]

สำหรับบทความหลัก ดูที่ มนต์รักลูกทุ่ง (ละครโทรทัศน์)

มีการนำกลับมาทำใหม่ในลักษณะละครโทรทัศน์ ในปี พ.ศ. 2538 ทางช่อง 7 สี โดย ดาราวิดีโอ ซึ่งมียอดผู้ชมมากมาย และเพลงประกอบละครก็ขายกันระเบิดเถิดเทิง ผู้ที่รับบท คล้าว กับ ทองกวาว คือ "ตั้ว" ศรัณยู วงษ์กระจ่าง กับ "น้ำผึ้ง" ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ ซึ่งแจ้งเกิดได้อย่างสมใจ ส่วนแว่น กับ บุปผา คือ "เอ" อนันต์ บุนนาค กับ "ต้อม" รัชนีกร พันธุ์มณี

ต่อมาช่อง 7 ได้นำกลับมาสร้างใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2548 โดย ดาราวิดีโอ ผู้รับบท คล้าว กับ ทองกวาว คือ "ป๋อ" ณัฐวุฒิ สะกิดใจ กับ "กบ" สุวนันท์ คงยิ่ง ส่วนแว่น กับ บุปผา รับบทโดย "อู" ภาณุ สุวรรณโณ กับ "ยุ้ย" จีรนันท์ มะโนแจ่ม

ใน พ.ศ. 2553-2554 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ได้มีการนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง โดยมี "ปอ" ทฤษฎี สหวงษ์ และ "จ๊ะ" จิตตาภา แจ่มปฐม รับบทคู่พระนาง คล้าว กับ ทองกวาว[7] ร่วมด้วย "กอล์ฟ" เบญจพล เชยอรุณ และ "ปุยฝ้าย AF4" ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล ในบทแว่น กับ บุปผา และเพิ่มตัวละครใหม่"เพชร"ริชาร์ด เกียนี่

ภาพยนตร์[แก้]

รังสี ทัศนพยัคฆ์ ได้นำมนต์รักลูกทุ่งกลับมาสร้างใหม่ ออกฉายปี พ.ศ. 2525 สร้างโดย พูนทรัพย์โปรดักชั่น โดย วิศิษฐ์ มิ่งวัฒนบุญ เป็นผู้อำนวยการสร้าง นำแสดงโดย ทูน หิรัญทรัพย์ และหทัยรัตน์ อมตะวนิชย์ ร่วมด้วย อำภา ภูษิต, สายัณห์ จันทรวิบูลย์, นิรุตต์ ศิริจรรยา, พยัคฆ์ รามวาทิน และธิติมา สังขพิทักษ์[8] ฉายครั้งแรกวันที่ 25 กันยายน 2525 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม-สเตลลา-ควีนส์-ออสการ์[9][10] แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

ต่อมาใน พ.ศ. 2548 ประสิทธิ์ วิจิตร์จินดา นำบทประพันธ์ มนต์รักลูกทุ่งมาสร้างเป็นภาพยนตร์ บทภาพยนตร์โดย ธันทวัช กำกับภาพยนตร์โดย ชาคริต พานิชกุล [11] นำแสดงโดย นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล, ลักขณา วัฒนวงศ์สิริ, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, อาภาพร นครสวรรค์, อดิเทพ ชดช้อย, ดาว มยุรี, เฉลิม ปานเกิด, ไอริน จินดา, โอลิเวอร์ บีเวอร์, สุรเดช ทับทิมใส, ไพโรจน์ ใจสิงห์, ดวงชีวัน โกมลเสน, กรุง ศรีวิไล, น้ำเงิน บุญหนัก

อนึ่ง รังสี ทัศนพยัคฆ์ เคยสร้างมนต์รักลูกทุ่งเป็นภาคต่อมาแล้ว ในชื่อ "จะกู่รักกอดน้องให้ก้องโลก" โดยเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีก 20 ปีให้หลัง โดยใช้เพลงลูกทุ่งยอดฮิตเป็นส่วนสร้างอารมณ์เหมือนในมนต์รักลูกทุ่ง[12] ออกฉายในปี พ.ศ. 2535 นำแสดงโดย สันติสุข พรหมศิริ, จินตหรา สุขพัฒน์, พลรัตน์ รอดรักษา, วิชุดา สวนสุวรรณ, หม่ำ จ๊กมก และ โอภาส ทศพร กำกับภาพยนตร์โดย สุวิทย์ ชุติพงษ์ บทประพันธ์-ภาพยนตร์โดย รังสี ทัศนพยัคฆ์


อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]