โชคสองชั้น
| โชคสองชั้น | |
|---|---|
![]() |
|
| กำกับโดย | หลวงอนุรักษ์รัถการ (เปล่ง สุขวิริยะ) |
| อำนวยการสร้างโดย | มานิต วสุวัต |
| เขียนโดย | หลวงบุณยมานพพานิช (อรุณ บุณยมานพ) |
| นำแสดงโดย | หม่อมหลวงสุดจิตร์ อิศรางกูร มานพ ประภารักษ์ อุทัย อินทรวงษ์ มงคล สุมนนัฏ อาเธอร์ ม่วงดี |
| กำกับภาพโดย | หลวงกลการเจนจิต |
| ตัดต่อโดย | กระเศียร วสุวัต |
| จัดจำหน่ายโดย | กรุงเทพภาพยนตร์ บริษัท |
| ฉาย | 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2470 |
| ภาษา | ไทย |
โชคสองชั้น (Double Luck)[1] เป็นภาพยนตร์ไทยที่สร้างและผลิตโดยคนไทยสำเร็จเป็นครั้งแรก เป็นหนังเงียบ ถ่ายทำด้วยฟิล์มขาว-ดำ ขนาด 35 มม. จำนวน 6 ม้วน ประมาณ 90 นาที[2] ผลิตโดย กรุงเทพภาพยนตร์ บริษัท (ต่อมา คือ บริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง) ของ มานิต วสุวัต ร่วมกับคณะนักหนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ และศรีกรุง
เข้าฉายครั้งแรกเมื่อ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2470 ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร[3] มีจำนวนผู้ชมสูงสุด 4 คืน กับ 1 วัน เท่ากับ 12,130 คน ทำลายสถิติเมื่อสี่ปีก่อนหน้าเรื่อง นางสาวสุวรรณ
ปัจจุบันหนังเรื่องนี้เสียหายจากความเสื่อมสภาพ โดยหอสมุดแห่งชาติได้ค้นพบฟิล์มและพิมพ์สำเนาใหม่เอาไว้ได้เพียง 82 ฟุต คิดเป็นภาพนิ่งทั้งหมด 1,319 ภาพ รวมความยาวประมาณ 1 นาที[4]
ล่าสุดได้รับคัดเลือกขึ้นทะเบียนเป็น มรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2555 เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย (4 ต.ค.) ของ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ขณะมีอายุเก่าแก่ที่สุด 85 ปี ในบรรดา 25 เรื่อง [5]
เนื้อหา |
ที่มา [แก้]
ในช่วงที่มานิต วสุวัต เจ้าของหนังสือพิมพ์ศรีกรุง ทำหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษชื่อ Liberty หลวงบุณยมานพพานิช เจ้าของนามปากกา "แสงทอง" ได้รับคำชวนให้ร่วมงานเขียนด้วย ต่อมาปลายปี พ.ศ. 2469 หลวงสุนทรอัศวราช ข้าราชการถูกดุลย์กับคณะ กำลังก่อตั้งบริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทยและประกาศสร้างหนังไทยเรื่องแรก แต่ประสบปัญหาระหว่างการดำเนินการ หลวงกลการเจนจิต หัวหน้ากองภาพยนตร์เผยแพร่ข่าว กรมรถไฟที่หลวงสุนทรอัศวราชติดต่อวางตัวเพื่อจ้างให้เป็นทีมช่างถ่ายภาพยนตร์ที่รอความคืบหน้า หมดความอดทน จึงปรึกษากับคณะพี่น้องวสุวัตที่ประสงค์จะสร้างภาพยนตร์ไทย แล้วรวมกันเตรียมงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้
ก่อนดำเนินการ พี่น้องวสุวัตเข้าปรึกษากับนายเซียวซองอ๊วน สีบุญเรือง ผู้จัดการใหญ่โรงภาพยนตร์ เพื่อตกลงความร่วมมือในการก่อตั้งบริษัทภาพยนตร์ ชื่อ บริษัท กรุงเทพภาพยนตร์ ทีมงานประกอบด้วย หลวงกลการเจนจิต และนายกระเศียร วสุวัต แห่งกรมรถไฟหลวง รวมทั้ง หลวงอนุรักษ์รัถการ (เปล่ง สุขวิริยะ) ข้าราชการกรมรถไฟหลวง ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของกรมหลวงกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ผู้คอยตามเสด็จไปดูงานในต่างประเทศที่เคยดูงานโรงถ่ายภาพยนตร์ในฮอลลีวูดมาแล้ว เป็นผู้กำกับแสง และได้ หลวงบุณยมานพพานิช เป็นผู้ประพันธ์[6]
โครงเรื่อง [แก้]
นายกมล มาโนช (แสดงโดยมานพ ประภารักษ์) พระเอกของเรื่อง เป็นนายอำเภอหัวเมืองฝ่ายเหนือ ได้รับมอบหมายให้ลงมาสืบจับผู้ร้ายคนหนึ่งซึ่งซ้อนตัวอยู่ในกรุงเทพ นายกมลเข้ามาพักอยู่ที่บ้านพระยาพิชัย (แสดงโดย อุทัย อินทร์วงศ์) และมีหลานชื่อว่า นางสาววลี ลาวัณยลักษณ์ (แสดงโดย หม่อมหลวงสุดจิตตร์ อิศรางกูร) ซึ่งทั้งสองได้พับรักกันโดยเร็ว แต่นายวิง ธงสี (แสดงโดย มงคล สุมนนัฏ) ซึ่งหมายปองนางสาววลีอยู่แล้วและชอบไปมาหาสู่พระยาพิชัยเป็นเนือง ๆ และนายวิงคนนี้ก็คือคนร้ายที่นายกมลกำลังสืบจับอยู่นั่นเอง นายวิงไหวตัวทันเรื่องนายกมลตามคนร้าย จากนั้นนางวิงก็วางแผนร้ายโดยส่งพรรคพวกลูกสมุนเข้ามาทำร้ายนายกมล แต่นายกมลมีความชำนาญในการระวังภัยจากโจร จึงต่อกรขัดขวางกำลังได้ จนนายวิงและพรรคพวกต้องหลบหนีไป นายกมลไล่ตามจับแต่เกิดหลงทาง
นายวิงได้วกกลับมาที่บ้านพระยาพิชัยและจับนางสาววลีไป แต่นายกมลมีเชาวน์ที่ดี เข้าใจว่าเป็นแผนลวง จึงวกกลับบ้านพระยาพิชัย และได้พบนายวิง นายกมลจึงตามล่านายวิงไปจนสุดทางและเกิดการต่อสู้ขึ้น จนกระทั่งตำรวจที่พระยาพิชัยโทรไปแจ้งมาสมทบร่วมจับนายวิงและสมุนได้ทันเวลา นายวิงจึงถูกตำรวจจับเข้าตะราง ส่วนนายกมลมีโชคสองชั้น นอกจากจะจับผู้ร้ายได้แล้วยังได้นางสาววลีมาเป็นภรรยาอีกด้วย
นักแสดง [แก้]
- มานพ ประภารักษ์ รับบท นายกมล มาโนช
- หม่อมหลวงสุดจิตตร์ อิศรางกูร รับบท นางสาววลี ลาวัณยลักษณ์
- มงคล สุมนนัฏ รับบท นายวิง ธงสี
- อุทัย อินทร์วงศ์ รับบท พระยาพิชัย
อ้างอิง [แก้]
- ^ โดม สุขวงศ์ ,สยามภาพยนตร์ ,หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน),2555 ISBN:978-616-543-173-6 หน้า 263
- ^ จุลสารทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 2 (2555)
- ^ ความรุ่งโรจน์ ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยุคบุคเบิก thaifilm.com
- ^ วันนี้ในอดีต 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2470 sarakadee.com
- ^ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ,4 ต.ค.2555
- ^ วีระยศ สำราสุขทิวาเวทย์, คอลัมน์หนังกับหนังสือ ,นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับปีที่ 29 ฉบับที่ 6 เมษายน 2551 หน้า 26
