เท็ด ดิบิอาซี จูเนียร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก เท็ด ดิบิอาซี่ จูเนียร์)
เท็ด ดิบิอาซี จูเนียร์
An image of เท็ด ดิบิอาซี จูเนียร์.
ข้อมูล
ฉายา เท็ด ดิบิอาซี
เท็ด ดิบิอาซี จูเนียร์
ความสูง ฟุต 3 นิ้ว (1.91 ม.)
น้ำหนัก 214 ปอนด์ (97 kg)
เกิด 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1982 (30 ปี)
คลินตัน, รัฐมิสซิสซิปปี
พำนัก แทมปา, รัฐฟลอริดา
มาจาก เวสต์ปาล์มบีช, รัฐฟลอริดา
ฝึกหัดโดย Chris Youngblood
Harley Race's Wrestling Academy
เปิดตัว 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2006

ทีโอเดอร์ มาร์วิน "เท็ด ดิบิอาซี" จูเนียร์ [1] เกิดวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1982 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพและนักแสดงชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญากับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในนามสังเวียนมวยปล้ำมีชื่อว่า เท็ด ดิบิอาซี[2] เป็นนักมวยปล้ำรุ่นที่ 3 ของตระกูล ลูกชายของ เดอะ มิลเลียน ดอลลาห์ แมน เท็ด ดิบิอาซี หลานปู่ของ "ดิ ไอรอน" ไมค์ ดิบิอาซี อดีตนักมวยปล้ำ และเป็นน้องชายของ ไมค์ ดิบิอาซี จูเนียร์ เป็นพี่ชายของ เบรตต์ ดิบิอาซี ซึ่งเหล่านี้ต่างเป็นนักมวยปล้ำอาชีพทั้งสิ้น

เนื้อหา

ประวัติในสังเวียนมวยปล้ำ [แก้]

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2008 - ปัจจุบัน) [แก้]

เดอะเลกาซี: แรนดี ออร์ตัน (กลาง), เท็ด ดิบิอาซี่ (ขวา) และ โคดี โรดส์ (ซ้าย)

เท็ด ดิบิอาซีเปิดตัวใน WWE ครั้งแรก ในศึก รอว์ วันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 โดยทำท่าว่าจะมาท้าชิงแชมป์โลกแทคทีม จาก โคดี โรดส์ และ ฮาร์ดคอร์ ฮอลลี‎[3] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2008) กับคู่แทคทีมปริศนา จนวันนั้นมาถึงเขาก็เปิดตัวมาคนเดียวโดยบอกว่าคู่แทคทีมยังไม่มา และแมตช์การปล้ำก็เริ่มขึ้นแต่ โคดี โรดส์ ก็เปิดเผยว่าเขาคือคู่แทคทีมคนใหม่ของดิบิอาซี โดยการหักหลัง ฮาร์ดคอร์ ฮอลลี เป็นแทคทีมคู่ใหม่ชื่อว่า ไพรซ์เลสส (Priceless)[4]

ในปลายปี 2008 ดิบิอาซีและ โคดี โรดส์ เสียแชมป์โลกแทคทีม ให้กับ ซีเอ็ม พังก์ และ โคฟี คิงส์ตัน[5] ทำให้ดิบิอาซีโกรธมาก ในศึกรอว์สัปดาห์ต่อมา ดิบิอาซีไปรบกวนการปล้ำของ แรนดี ออร์ตัน และ ซีเอ็ม พังก์ จึงโดน แรนดี ออร์ตัน เตะเข้าที่กะโหลกศีรษะและต้องพักการปล้ำไปในบทโทรทัศน์ แต่อันที่จริงดิบิอาซีต้องไปถ่าย ภาพยนตร์ เรื่อง เดอะ มารีน 2[6][7]

ดิบิอาซีได้กลับมาในศึกรอว์ วันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 2009 โดยทำทีว่าจะรุม แรนดี ออร์ตัน ที่มาทำร้ายเขาร่วมกับ มานู และ ซิม สนุกก้า สุดท้ายเขาก็ได้หักหลัง มานู และ ซิม สนุกก้า ไปเข้าร่วมทีม เดอะเลกาซี (The Legacy) ของออร์ตัน กับ โคดี[8] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2009) ดิบิอาซีกับโคดี ได้เจอกับ ทีมเจอริ-โชว์ (บิ๊กโชว์ และ คริส เจอริโค) ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ สุดท้าย ดิบิอาซีกับโคดี ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้[9]

หลังจากร่วมทีมเป็น เดอะเลกาซี กับ แรนดี ออร์ตัน มา 1 ปี ดิบิอาซีรู้สึกอยากจะเจริญก้าวหน้าในฐานะนักมวยปล้ำเดี่ยวบ้างซึ่งเขาเอาชนะ มาร์ก เฮนรี แล้วเข้ารอบไปชิงแชมป์ WWE[10] ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) แต่ไม่สำเร็จ[11] หลังจากนั้นเขาก็เปิดศึกกับออร์ตัน[12][13] เรื่อยมาจนถึง ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 เป็นแมตช์การปล้ำ 3 เส้าระหว่าสมาชิก เดอะเลกาซี ครั้งนั้นทำให้เขากับโคดี แตกคอกันและเป็นการยุติบทบาทของกลุ่ม เดอะเลกาซี หลังจากร่วมทีมกันมานานถึง 18 เดือน[14]

ดิบิอาซีได้ย้ายไปอยู่ สแมคดาวน์ จากผลดราฟท์ ในศึกรอว์ (25 เมษายน 2011)[15] ในศึก สแมคดาวน์ ดิบิอาซีได้เจอกับ โคดี โรดส์ อดีตคู่แทคทีม แต่ก็แพ้ไป ในศึก สแมคดาวน์ ดิบิอาซีเปิดตัวพร้อมโคดี และถูกโคดีสั่งให้เอาถุงกระดาษมาครอบหัวตัวเอง[16] และต้องเจอกับ เทรนท์ บาร์เรต้า สุดท้ายดิบิอาซีก็เอาชนะมาได้ จากนั้นดิบิอาซีก็ได้เปิดศึกกับโคดี และได้ขอท้าชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2011) แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้[17]

ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) ดิบิอาซีได้กลับมาจากการบาดเจ็บและเข้าร่วมแมตช์การปล้ำ แบทเทิลรอยัล เป็นแมตช์ก่อนเริ่มรายการ เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ยูเอส กับ แอนโทนีโอ ซีซาโร สุดท้ายดิบิอาซีก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะ[18]

ผลงานภาพยนตร์ [แก้]

ในปลายปี 2008 ดิบิอาซีได้ไปแสดง ภาพยนตร์ "เดอะ มารีน2" ภาพยนตร์ภาคต่อของ WWE Studios โดยเขารับบท โจ ลินวูด[19] นาวิกโยธินสหรัฐที่มาพักร้อนกับภรรยาในประเทศไทย แต่ภรรยาของเขาถูกผู้ก่อการร้ายจับเป็นตัวประกันพร้อมกับแขกในโรงแรม เขาจึงต้องบุกเข้าไปช่วยเหลือทุกคน[20][21][20][22]

เกี่ยวกับมวยปล้ำ [แก้]

  • ท่าไม้ตาย
    • Dream Crusher (Cobra clutch legsweep) – 2006 – 2009
    • Dream Street (Cobra clutch slam) – 2009 – ปัจจุบัน
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Diving double foot stomp
    • Dropkick
    • Fist drop – adopted from his father
    • Half nelson backbreaker
    • Inverted atomic drop
    • Multiple elbow drops
    • Rebound clothesline
    • Running single leg high knee
    • Dream Buster (Sitout spinebuster)
    • Snap scoop powerslam
  • ฉายาและชื่ออื่นๆ
    • "The Fortunate Son"
    • "The Million Dollar Son"
    • "Priceless"
  • เพลงเปิดตัว
    • Priceless โดย Jim Johnston (2008)
    • Priceless (Remix) โดย Jim Johnston (2009)
    • It's a New Day โดย Adelitas Way (มิถุนายน 2009 – กันยายน 2010)
    • "I Come From Money" โดย S-Preme (กันยายน 2010 – ปัจจุบัน)

ผลงานทั้งหมด [แก้]

เท็ด ดิบิอาซี กับ แชมป์โลกแทคทีม คู่กับ โคดี โรดส์
  • Florida Championship Wrestling
    • FCW Southern Heavyweight Championship (1 สมัย)
  • Fusion Pro Wrestling
    • FPW Tag Team Championship (1 สมัย) – คู่กับ ไมค์ ดิบิอาซี่
  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI จัดในอันดับที่ 34 สำหรับสุดยอดที่สุดของ 500 อันดับ ซิงเกิลนักมวยปล้ำแห่งปีใน PWI 500 ในปี 2010[23]

อ้างอิง [แก้]

  1. "Ted DiBiase Jr Profile". Online World Of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-05-02. 
  2. "Bio". WWE. สืบค้นเมื่อ Jan 8, 2012. 
  3. DiFino, Lennie (2008-05-26). "Priceless". WWE. สืบค้นเมื่อ 2008-06-04. 
  4. Bishop, Matt (2008-06-30). "Big names still on top after Night of Champions". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-07-17. 
  5. Sitterson, Aubrey (2008-10-27). "Just desserts". WWE. สืบค้นเมื่อ 2008-11-04. 
  6. Tylwalk, Nick (2008-11-04). "Raw: Jericho's title win highlights 800th episode celebration". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2008-12-30. 
  7. Csonka, Larry (2008-11-18). "Major News on the Future of Ted DiBiase". 411mania. สืบค้นเมื่อ 2008-11-18. 
  8. Tylwalk, Nick (2009-01-13). "Raw: Cena and Michaels collide in Sioux City". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-02-05. 
  9. Burdick, Michael (2009-07-26). "Results:Big announcement; enormous combination". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-07-26. 
  10. Plummer, Dale (2010-02-01). "RAW: Boldly going into the Elimination Chamber". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-03-03. 
  11. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (2010-02-22). "Batista, Jericho and Michaels capitalize on Elimination Chamber opportunities". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-03-03. 
  12. Plummer, Dale (2010-02-22). "RAW: Finding a Jewel on the Road to Wrestlemania". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-03-03. 
  13. Plummer, Dale (2010-03-01). "RAW: A bad trip on the Road to Wrestlemania". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-03-03. 
  14. Martin, Adam (2010-03-28). "Wrestlemania 26 Results – 3/28/10". WrestleView. สืบค้นเมื่อ 2010-03-29. 
  15. Bishp, Matt; Waldman, Jon (April 26, 2011). "Live coverage: 2011 WWE Supplemental Draft". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ April 27, 2011. 
  16. Hillhouse, Dave (May 13, 2011). "Smackdown: Old standards in Music City". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 14, 2011. 
  17. Styles, Joey (18 September 2011). "Intercontinental Champion Cody Rhodes def. Ted DiBiase". WWE. สืบค้นเมื่อ 20 September 2011. 
  18. Caldwell, James. "DiBiase returns to WWE TV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 15 October 2012. 
  19. Fowler, Matt (2009-08-13). "DiBiase Rocks The Marine 2". IGN. p. 1. สืบค้นเมื่อ 2009-11-30. 
  20. 20.0 20.1 Fowler, Matt (2009-08-13). "DiBiase Rocks The Marine 2". IGN. p. 2. สืบค้นเมื่อ 2009-11-30. 
  21. Reid, Shaheem (2009-12-29). "Ted DiBiase Says 'Marine 2' Is A 'Totally New Marine'". MTV. สืบค้นเมื่อ 2010-01-17. 
  22. Baines, Tim (2010-01-16). "DiBiase in on action even if it hurts". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-01-17. 
  23. ""PWI 500": 1–100". Pro Wrestling Illustrated. 2010-07-30. สืบค้นเมื่อ 2010-07-31. 
  24. "History Of The World Tag Team Championship – Ted DiBiase & Cody Rhodes". World Wrestling Entertainment. 2008-06-29. สืบค้นเมื่อ 2008-07-22. 
  25. "History Of The World Tag Team Championship – Ted DiBiase & Cody Rhodes (2)". World Wrestling Entertainment. 2008-08-11. สืบค้นเมื่อ 2008-08-13. 

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]