ถวัลย์ ดัชนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ถวัลย์ ดัชนี
Thawan Dachanee.jpg
ชื่อเมื่อเกิด ถวัลย์ ดัชนี
วันเกิด 27 กันยายน พ.ศ. 2482
จังหวัดเชียงราย
วันเสียชีวิต 3 กันยายน พ.ศ. 2557 (74 ปี)
โรงพยาบาลรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
เชื้อชาติ ไทย
สาขา ทัศนศิลป์ (จิตรกร)
การศึกษา/ฝึก วิทยาลัยเพาะช่าง, มหาวิทยาลัยศิลปากร
รางวัล ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตกรรม) พ.ศ. 2544
ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2544 สาขาจิตรกรรม

ถวัลย์ ดัชนี (27 กันยายน พ.ศ. 24823 กันยายน พ.ศ. 2557) เป็นจิตรกร ช่างเขียนรูป แห่งดอยสูงเชียงราย ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เมื่อพ.ศ. 2544 เกิดที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นบุตรของนายศรี และนางบัวคำ (พรหมสา) ดัชนี เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 4 คน ได้แก่

  1. พ.ต.สว่าง ดัชนี (ถึงแก่กรรม)
  2. นายสมจิตต์ ดัชนี (ถึงแก่กรรม)
  3. นายวสันต์ ดัชนี (ถึงแก่กรรม)
  4. นายถวัลย์ ดัชนี (ถึงแก่กรรม) สมรสกับนางมากาเร็ต ฟันเดอร์ฮุค มีบุตร 1 คน คือ นายดอยธิเบศร์ ดัชนี

ชีวิตวัยเยาว์และการศึกษา[แก้]

ถวัลย์ ดัชนี ศึกษาชั้นมูลและระดับประถมที่โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ต่อมาบิดาย้ายมาปฏิบัติงานสรรพสามิตที่อำเภอเมืองพะเยา จึงเรียนต่อชั้นประถมที่โรงเรียนบุญนิธิซึ่งตั้งอยู่ริมชายกว๊านพะเยา และชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนพะเยาพิทยาคม เมื่อบิดาย้ายกลับเชียงรายจึงเข้าเรียนจนจบชั้นชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคมจนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ของสมัยนั้น

ถวัลย์มีแววด้านการวาดรูปมาตั้งแต่ชั้นมูลและชั้นประถม สามารถวาดตัวละครรามเกียรติ์ได้เกือบทุกตัว นอกจากจะมีความจำเป็นเลิศสามารถจำชื่อเพื่อนร่วมชั้นได้ทุกชั้นปีทั้งที่เชียงรายและพะเยาแล้ว เมื่อถวัลย์มีอายุ 8-9 ขวบก็มีความคิดแผลงๆ จำเรื่องนายมั่นนายคงจากละครวิทยุปลุกใจยุคปลายและหลังสงคราม เที่ยวชักชวนเพื่อนกรีดเลือดสาบานไปอยู่ดงพญาเย็นด้วยกันเมื่อโตขึ้นเป็นต้น

เมื่อจบชั้นมัธยม 6 ที่เชียงราย ถวัลย์ก็ได้รับทุนมาเรียนต่อที่ โรงเรียนเพาะช่าง และได้เป็นนักเรียนดีเด่น ด้วยฝีมือการวาดรูปที่แม่นยำ เฉียบคม ฉับไว จึงเป็นหนึ่งในนักเรียนเพาะช่างดีเด่นด้านจิตรกรรม ที่ผลงานได้รับการคัดเลือกไปแสดงในหอศิลป์แห่งชาติ นครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้น ถวัลย์ ดัชนี จึงเข้าศึกษาต่อที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้เป็น "ศิษย์รุ่นท้ายๆ ของ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี"

ตอนเรียนอยู่ที่ศิลปากรในชั้นปีที่ 1 ถวัลย์ ดัชนี ทำคะแนนการวาดรูปได้ถึง 100+ แต่เมื่อขึ้นปี 2 กลับทำได้แค่ 15 คะแนน เพราะเหตุผลที่ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ให้ไว้ว่า ปลาของนายไม่มีกลิ่นคาว นกของนายแหวกว่ายไปในอากาศไม่ได้ ม้าของนายไม่สามารถที่จะควบหรือวิ่งทะยานออกไปได้ นายเป็นเพียงแค่นักลอกรูป มันไม่ใช่งานศิลปะ

การค้นหาและการพบตัวเอง[แก้]

คำวิจารณ์ของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ดังกล่าวนี้ทำให้ถวัลย์ ดัชนี เปลี่ยนแปลงการทำงานทุกอย่างใหม่หมด เมื่อคิดและดำรงอยู่ในวิถีทางแห่งศิลปะได้แล้ว เขาจึงได้รับการสนับสนุนจากศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ให้สอบชิงทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้านสาขาจิตรกรรมฝาผนัง อนุสาวรีย์ ผังเมือง และในระดับปริญญาเอก สาขาอภิปรัชญา และสุนทรียศาสตร์ ที่ราชวิทยาลัยศิลปะอัมสเตอร์ดัม ที่แห่งนี้เองที่ถวัลย์ได้เรียนร่วมชั้นเดียวกันกับนักเรียนต่างชาติ ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีศิลปินแห่งชาติเกิดขึ้น 3 คนจากสถาบันแห่งนี้ นั่นคือ ศิลปินแห่งชาติของอินโดนีเซีย ด้านการแกะสลัก, ศิลปินแห่งชาติของอเมริกา ชาวสวิตเซอร์แลนด์ นามว่า Giger (ไกเกอร์ หรือ กีเกอร์ ถ้าอ่านแบบเยอรมัน) ซึ่งเป็นศิลปินที่วาดรูปออกแนวอวกาศและเป็นผู้ออกแบบเอเลี่ยน [1] และศิลปินแห่งชาติของไทย ถวัลย์ ดัชนี

เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รูปเขียนขนาดใหญ่ของเขาหลายรูปถูกนักเรียนกรีดทำลาย ด้วยเหตุที่ว่างานของเขานั้นดูหมิ่นพระพุทธศาสนา ทำให้ถวัลย์ ดัชนี เลิกแสดงผลงานในประเทศไทยไปนานหลายปี กว่าคนไทยจะยอมรับได้ เขาก็ต้องเดินตากแดดตากฝนนานอยู่ถึงสามสิบกว่าปี ในปัจจุบันผลงานของเขาได้รับการยอมรับ และได้รับการยกย่องชื่นชมว่าเป็นงานศิลปะชั้นเลิศ อีกทั้งเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมงานศิลปะทั่วไปอีกด้วย

ถวัลย์ ดัชนี ได้ฝากศิลปะไทยจิตวิญญาณตะวันออกของเขา ไว้ในหลายๆ ที่ในโลก "ผลงานบางส่วนถูกเขียนขึ้นในปราสาทที่มีถึง 500 ห้อง ในประเทศเยอรมนี ซึ่งมีชื่อว่าปราสาทกอททอฟ (Gottorf Castle) " ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่ปราสาทนี้ไม่เปิดให้ใครได้เข้าชมแล้ว เพราะอากาศที่หนาวเย็นจะทำให้มีหยดน้ำมาเกาะบนกำแพง ทำให้ภาพเสียหาย แต่รายการโทรทัศน์ที่ได้เข้าไปถ่ายทำเป็นรายการสุดท้ายนั่นคือ รายการชีพจรลงเท้า

ยามว่างจากการเขียนรูป ถวัลย์ ดัชนี จะเดินไปในป่าเพื่อหาเขากวางที่ผลัดแล้วมาเก็บไว้ เพื่อเป็นเครื่องลับจินตนาการให้เฉียบคมอยู่ตลอดเวลา

ฉายา[แก้]

ถวัลย์ ดัชนี ได้รับฉายาว่า "จักรพรรดิแห่งผืนผ้าใบ" [1]และยังได้ฉายาร่วมกับ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินรุ่นน้องที่เป็นชาวเชียงรายเช่นเดียวกันว่า "เฉลิมชัย-สวรรค์ ถวัลย์-นรก" เนื่องจากผลงานของเฉลิมชัยมักมุ่งเน้นไปที่ภาพสวรรค์ หรือภพภูมิแห่งนิพพาน แต่ขณะของถวัลย์กลับให้อารมณ์ตรงกันข้าม เพราะมุ่งเน้นไปที่ความน่าสะพรึงกลัว หรือภาพของบาปหรือกิเลสในตัวตนมนุษย์ [2]

วาระสุดท้ายแห่งชีวิต[แก้]

นายถวัลย์ ดัชนี เริ่มป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 โดยเข้ารับการรักษาอาการป่วย ณ โรงพยาบาลรามคำแหง นานกว่า 3 เดือน จนเมื่อเวลา 02.15 น. ของวันที่ 3 กันยายน ปีเดียวกัน นายถวัลย์ ดัชนี ได้ถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบ จากอาการตับวาย ซึ่งผู้เป็นลูกชาย คือ นายดอยธิเบศร์ ดัชนี ได้เขียนข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าผู้เป็นพ่อได้เสียชีวิตลงแล้ว[3] ยังความเสียใจมาแก่เพื่อนร่วมงาน บุคคลต่าง ๆ ที่ชื่นชมผลงานของถวัลย์เป็นอย่างมาก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นายถวัลย์ ดัชนี ณ ศาลา 1 (เตชะอิทธิพร) วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 15.00 น.[4]

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ นายถวัลย์ ดัชนี ณ เมรุด้านใต้ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2557 เวลา 17.00 น.[5][6][7]

เกร็ดเกี่ยวกับนามสกุลเดิม[แก้]

จากการที่ถวัลย์ได้ออกรายการโทรทัศน์ของสถานีแห่งหนึ่งและเล่าเรื่องตลกๆ เล่นขณะออกรายการตามอุปนิสัยของคนอารมณ์ขันถึงนามสกุลตนเองว่า ที่มาของนามสกุล เดิม ไม่ใช่ดัชนี แต่เป็น ดักชะนี เนื่องจาก บิดา ของปู่ มีอาชีพ ดักชะนี ขาย แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเพื่อความไพเราะและเหมาะสม ซึ่งต่อมาได้มีการเล่าต่อๆ กันไปและเผยแพร่ไปในหนังสือพิมพ์[2]จนเกิดความเข้าใจผิด ในรายการโทรทัศน์เดียวกันนั้น ถวัลย์ยังได้แต่งเรื่องตลกฉับพลันเกี่ยวกับตนเองด้วยว่า เมื่อตอนเป็นเด็กถูกสุนัขบ้ากัดแล้วไม่ได้รักษาให้หายขาด (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) โตขึ้นตนจึงเป็นคนบ้าๆ บอๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ดัชนี เป็นนามสกุลที่ครอบครัวถวัลย์ใช้มาแต่เริ่มมีการประกาศขนานนามสกุล เรื่องนี้จึงเป็นเกร็ดขำขันที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "ไทยบันเทิง". ไทยพีบีเอส. 3 September 2014. สืบค้นเมื่อ 4 September 2014. 
  2. 2.0 2.1 หน้า 13 ต่อข่าวหน้า 1, เรื่องลับของ "ถวัลย์". คอลัมน์ เคียงข่าว. เดลินิวส์ฉบับที่ 2,3702: วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย
  3. สิ้น 'ถวัลย์ ดัชนี' ศิลปินแห่งชาติวัย 74 ปี - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
  4. ผู้จัดการออนไลน์, ข่าวสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ถวัลย์ ดัชนี” คนเชียงรายระดมความคิด จัดงาน 100 วัน อย่างยิ่งใหญ่, วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557
  5. ไทยรัฐออนไลน์, ข่าวพระราชทานเพลิงศพ 'ถวัลย์ ดัชนี' ญาตินำอัฐิเก็บบ้านดำ, วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557
  6. ผู้จัดการออนไลน์, ข่าวสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ “ถวัลย์ ดัชนี”, วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557
  7. กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, ข่าวสมเด็จพระเทพฯเสด็จพระราชทานเพลิงศพ'ถวัลย์ ดัชนี' วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557
  8. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๒๒ ข ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕