สถานีอวกาศนานาชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สถานีอวกาศนานาชาติ
ภาพสถานีอวกาศนานาชาติจากกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี่ในเที่ยวบิน STS-119
ภาพสถานีอวกาศนานาชาติจากกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี่ในเที่ยวบิน STS-119
สัญลักษณ์ของ ISS
สัญลักษณ์ของ ISS
ข้อมูลของสถานี
NSSDC ID: 1998-067A
สัญญาณเรียกขาน: Alpha
จำนวนลูกเรือ: 6
ส่งขึ้นเมื่อ: 2541-2554 (ค.ศ.1998–2011)
ฐานส่ง: KSC LC-39,
Baikonur LC-1/5 & 81/23
มวล: 227,267 กิโลกรัม
(611,269 lb)
ความยาว: 73 ม. (240 ฟุต)
from Harmony to Zvezda
ความกว้าง: 102 ม. (336 ฟุต)
along truss, arrays extended
ความสูง: 27.4 ม. (90 ฟุต)
(22 กุมภาพันธ์ 2550)
ปริมาตรอากาศ: 750 เมตร³
(26,500 ฟุต³)
ความดันบรรยากาศ: 1013 hPa (29.91 inHg
Perigee: 350 km altitude (189 nmi)
(22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550)
Apogee: 354 กม. altitude (191 nmi)
(22 ตุลาคม พ.ศ. 2551)
ความเอียงวงโคจร: 51.6419 degrees (22 ตุลาคม พ.ศ. 2551)
ความสูงวงโคจรปกติ: 340.5 กม. (183.86 nmi)
ความเร็วเฉลี่ย: 27,743.8  กม./ชม.
(17,239.2 mph, 7706.6 m/s)
คาบการโคจร: 91.34 นาที
จำนวนรอบโคจรต่อวัน: 15.72397664 (22 ตุลาคม พ.ศ. 2551)
จำนวนวันที่โคจร: 3,803 (19 เมษายน 2552)
จำนวนวันที่มนุษย์อยู่: 3,092 (19 เมษายน 2552)
จำนวนรอบโคจรรวม: c.60019 (19 เมษายน 2552)
ระยะทางที่ทำได้รวม: c.2,000,000,000 กม.
(1,100,000,000 nmi)
Configuration
โครงสร้างของสถานีอวกาศนานาชาติ
โครงสร้างของสถานีอวกาศนานาชาติ
สถานีอวกาศนานาชาติ

สถานีอวกาศนานาชาติ (อังกฤษ: International Space Station; ISS) เป็นสถานีอวกาศที่ใช้คนควบคุม ถูกประกอบขึ้นในวงโคจรของโลก ลอยอยู่ในวงโคจรต่ำของโลก สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากพื้นโลก ลอยอยู่ที่ความสูงระดับ 350-460 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วเฉลี่ย 27,700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โคจรรอบโลก 15.77 รอบต่อวัน เป็นโครงการร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านอวกาศ 5 หน่วยจากชาติต่างๆ ได้แก่ องค์การนาซา (สหรัฐอเมริกา), Russian Federal Space Agency (RKA, รัสเซีย), Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA, ญี่ปุ่น), Canadian Space Agency (CSA, แคนาดา) และ European Space Agency (ESA, สหภาพยุโรป)[1]

สถานีอวกาศนานาชาติ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นแทนโครงการสถานีอวกาศของแต่ละชาติ เช่น สถานีอวกาศมีร์ 2 ของรัสเซีย, สถานีอวกาศฟรีดอมของสหรัฐ, โครงการโคลัมบัสของสหภาพยุโรป

สถานีอวกาศนานาชาติยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ดี และมีเป้าหมายแล้วเสร็จในปี 2010 และจะถูกใช้งานจนถึงปี 2016

ตั้งแต่ลูกเรือชุดแรกขึ้นไปอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000 จะมีมนุษย์อย่างน้อย 2 คนอยู่บนสถานีอวกาศเสมอ ตอนนี้ลูกเรือชุดที่ 16 ประจำการอยู่ ปัจจุบันสถานีอวกาศนานาชาติมีศักยภาพในการรองรับผู้อาศัยได้มากสุดครั้งละ 3 คน เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์แล้ว มันจะรองรับได้อย่างน้อยทั้งหมด 6 คนเพื่อที่จะได้ทำวิจัยต่างๆได้ ในช่วงแรกลูกเรือทั้งหมดมาจากหน่วยงานด้านอวกาศของรัสเซียและสหรัฐฯ Thomas Reiter นักบินอวกาศชาวเยอรมันที่เป็นลูกเรือชุดที่ 13 เป็นลูกเรือคนแรกที่มาจากหน่วยงานอวกาศอื่น สถานีอวกาศนานาชาติมีนักบินอวกาศจาก 15 ประเทศมาเยี่ยมชมแล้ว

สถานีอวกาศนานาชาติ เป็นสิ่งก่อสร้างที่แพงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้าง[2]

เนื้อหา

[แก้] โมดูลที่ได้รับการปรับความดัน

สถานีอวกาศนานาชาติยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จแล้วมันจะประกอบด้วยโมดูลที่ได้รับการปรับความดันทั้งหมด 14 โมดูล มีปริมาตรรวมทั้งหมดประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตร โมดูลเหล่านี้ประกอบด้วยห้องทดลอง ส่วนเชื่อมต่อ โหนด และส่วนอยู่อาศัย ตอนนี้มีโมดูล 9 โมดูลอยู่ในวงโคจรแล้ว อีก 5 โมดูลยังคงรอการส่งขึ้นมา โมดูลแต่ละโมดูลจะถูกขนขึ้นมาด้วยกระสวยอวกาศ จรวดโปรตอน และจรวดโซยูซ ดังตารางข้างล่างนี้

โมดูล เที่ยวบิน วันที่ปล่อย ยานขนส่ง วันที่เชื่อมต่อ ประเทศ มวล มุมมองแบบแยกชิ้น มุมมองหลังเชื่อมกับสถานี
ซาร์ยา 1A/R 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998 โปรตอน-เค - รัสเซีย (ผู้สร้าง)
สหรัฐฯ (เงินทุน)
19,323 กก.
ผลิตกระแสไฟฟ้า ขับเคลื่อน และนำทางการประกอบในช่วงต้น ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นโมดูลสำหรับเก็บของทั้งด้านในโมดูลและถังน้ำมันด้านนอก)
ยูนิตี (โหนด 1) 2A 4 ธันวาคม ค.ศ. 1998 กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์, STS-88 7 ธันวาคม ค.ศ. 1998 สหรัฐฯ 11,612 กก.
ซเวซดา (โมดูลบริการ) 1R 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2000 โปรตอน-เค 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2000 รัสเซีย 19,051 กก.
เดสทินี (ห้องทดลองสหรัฐฯ) 5A 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2001 ยานขนส่งอวกาศแอตแลนติส, STS-98 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2001 สหรัฐฯ 14,515 กก.
Quest (จุดเชื่อมต่อแอร์ล็อก) 7A 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 ยานขนส่งอวกาศแอตแลนติส, STS-104 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 สหรัฐฯ 6,064 กก.
Pirs (Docking Compartment) 4R 14 กันยายน ค.ศ. 2001 โซยูซ-ยู 16 กันยายน ค.ศ. 2001 รัสเซีย 3,580 กก.
ฮาร์โมนี (โหนด 2) 10A 23 ตุลาคม ค.ศ. 2007 กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี, STS-120 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ยุโรป (ผู้สร้าง)
สหรัฐฯ (เงินทุน)
14,288 กก.
โคลัมบัส (ห้องทดลองยุโรป) 1E 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008[3] ยานขนส่งอวกาศแอตแลนติส, STS-122 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 ยุโรป 12,800 กก.
Experiment Logistics Module (JEM-ELM) 1J/A 11 มีนาคม ค.ศ. 2008 กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์, STS-123 12 มีนาคม ค.ศ. 2008 ญี่ปุ่น 8,386 กก.[4]
Japanese Pressurised Module (JEM-PM) 1J 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี, STS-124 - ญี่ปุ่น 14,800 กก.[5]
 
กำหนดการปล่อยในอนาคต
โมดูล เที่ยวบิน วันที่ปล่อย ยานขนส่ง วันที่เชื่อมต่อ ประเทศ มวล มุมมองแบบแยกชิ้น มุมมองหลังเชื่อมกับสถานี
Mini-Research Module 2 5R ประมาณเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2009 โซยูซ-เอฟจี - รัสเซีย
ยังไม่ได้ปล่อย
โหนด 3 20A ประมาณเดือนธันวาคม ค.ศ. 2009 กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์, STS-130 - ยุโรป (ผู้สร้าง)
สหรัฐฯ (เงินทุน)
14,311 กก.
ยังไม่ได้ปล่อย
คูโปลา 20A ประมาณเดือนธันวาคม ค.ศ. 2009 กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์, STS-130 - ยุโรป (ผู้สร้าง)
สหรัฐฯ (เงินทุน)
1,800 กก.
ยังไม่ได้ปล่อย
Mini-Research Module 1 ULF4 ประมาณเดือนเมษายน ค.ศ. 2010 กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี, STS-132 - รัสเซีย 4,700 กก.
ยังไม่ได้ปล่อย
Multipurpose Laboratory Module 3R ประมาณเดือนธันวาคม ค.ศ. 2011[6] โปรตอน-เอ็ม - รัสเซีย 21,300 กก.
ยังไม่ได้ปล่อย

[แก้] ระบบหลัก

แผงรับแสงอาทิตย์ของสถานีอวกาศนานาชาติ

[แก้] ระบบจ่ายพลังงาน

แหล่งพลังงานหลักของสถานีอวกาศนานาชาติคือดวงอาทิตย์ แผงรับแสงอาทิตย์จะแปลงพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ก่อนที่จะมีการติดตั้งเที่ยวบินที่ A4 (เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000) แหล่งพลังงานหลักของสถานีมาจากแผงดวงอาทิตย์ของรัสเซียที่ติดอยู่กับส่วน Zarya และส่วน Zvezda ส่วนของรัสเซียใช้ไฟกระแสตรง 28 โวลต์ ส่วนที่เหลือของสถานีใช้ไฟฟ้าที่ได้จากโซลาเซลล์ที่ติดกับโครงยึดโดยให้ไฟฟ้ากระแสตรงตั้งแต่ 130 ถึง 180 โวลต์ พลังงานไฟฟ้าจะถูกทำให้คงที่อยู่ที่ระดับ 160 โวลต์และแปลงให้อยู่ในระดับที่ผู้ใช้ต้องการคือ 124 โวลต์ สถานีทั้งสองส่วนสามารถใช้พลังงานร่วมกันได้โดยอาศัยตัวแปลง หลังจากที่เลิกใช้ Russian Science Power Platform แล้ว ส่วนของรัสเซียจะใช้พลังงานที่ได้จากแผงดวงอาทิตย์ของสหรัฐฯ[7]

แผงดวงอาทิตย์จะหันหน้าเข้าสู่ดวงอาทิตย์เพื่อให้รับพลังงานได้มากที่สุด แผงดวงอาทิตย์มีพื้นที่ 375 ตารางเมตร และยาว 58 เมตร วงแหวนอัลฟาจะปรับแผงดวงอาทิตย์ให้หันหน้าเข้าสู่ดวงอาทิตย์ในการโคจรแต่ละรอบ วงแหวนบีตาจะปรับมุมของดวงอาทิตย์กับระนาบการโคจร นอกจากนี้ยังมีการใช้ Night Glider mode เพื่อลดแรงลากของยานโดยการหมุนแผงดวงอาทิตย์ให้ชี้ไปในทิศการเคลื่อนที่ของยาน

[แก้] ระบบสนับสนุนการดำรงชีพ

ระบบสนับสนุนการดำรงชีพของสถานีทำหน้าที่หลายๆอย่าง เช่น ควบคุมความดันอากาศ ระดับออกซิเจน น้ำ ระบบดับเพลิง และอื่นๆอีกมากมาย ระบบ Elektron ทำหน้าที่สร้างออกซิเจนไปทั่วสถานี สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้มนุษย์อยู่บนนี่ได้ก็คืออากาศ นอกจากนี้ระบบยังทำหน้าที่จัดการกับของเสียของลูกเรือ ตัวอย่างเช่น ระบบจะทำการรีไซเคิลน้ำที่ได้จากอ่าง ที่อาบน้ำ โถปัสสาวะ มีการใช้ถ่านกัมมันต์เพื่อกำจัดของเสียในอากาศที่เกิดจากเมตาบอลิซึมของมนุษย์

[แก้] ระบบควบคุมทิศทาง

สถานีมีกลไกการควบคุมทิศทางอยู่สองกลไก โดยปกติยานจะใช้ไจโรสโคปหลายตัวช่วยรักษาทิศทาง ในกรณีที่ไจโรสโคปอิ่มตัวแล้ว (รับโมเมนตัมจนถึงระดับที่ไม่สามารถรับเพิ่มได้อีกแล้ว) ระบบควบคุมทิศทางของรัสเซียจะทำงานโดยใช้ตัวปรับทิศทำการปรับทิศทางของยาน และให้ไจโรสโคปคลายโมเมนตัมเพื่อจะได้ใช้ได้ใหม่อีกครั้ง

[แก้] ระบบควบคุมความสูง

สถานีอวกาศนานาชาติรักษาความสูงอยู่ที่ระดับ 278 กิโลเมตรถึง 460 กิโลเมตร ความสูงของสถานีจะลดลงอยู่เรื่อยๆเนื่องจากแรงลากในชั้นบรรยากาศและแรงโน้มถ่วงของโลก มันจึงต้องทำการปรับความสูงทุกๆปี กราฟความสูงแสดงให้เห็นว่าความสูงของมันลดลง 2.5 กิโลเมตรต่อเดือน การเพิ่มความสูงทำโดยใช้ส่วนเพิ่มความสูงที่ติดอยู่ที่ส่วน Zvezda หรืออาจใช้ยานลำเลียง Progress แล้วใช้เวลาประมาณสองรอบวงโคจร (สามชั่วโมง) เพื่อเพิ่มความสูงอีกหลายกิโลเมตร ขณะที่มันกำลังถูกก่อสร้าง ความสูงของมันจะอยู่ในระดับต่ำมาก เพื่อให้กระสวยอวกาศจากพื้นโลกขนส่งของไปยังสถานีได้อย่างสะดวก

[แก้] การวิจัยทางวิทยาศาสตร์

เป้าหมายหนึ่งของสถานีอวกาศนานาชาติ คือการทำการทดลองที่จำเป็นต้องทำบนสถานีอวกาศ การวิจัยสาขาหลักได้แก่ ชีววิทยา (การวิจัยทางแพทย์และเทคโนโลยีทางชีววิทยา) ฟิสิกส์ (กลศาสตร์ของไหล วัสดุศาสตร์ และควอนตัมฟิสิกส์) ดาราศาสตร์ (รวมถึงจักรวาลวิทยา) และอุตุนิยมวิทยา รัฐบัญญัติ NASA Authorization ค.ศ. 2005 กำหนดให้สถานีอวกาศส่วนของสหรัฐฯ เป็นห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐฯที่มีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากสถานีอวกาศโดยภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา มีการทดลองไม่กี่การทดลองนอกจากการทดลองเกี่ยวกับผลกระทบจากสภาวะไร้น้ำหนักต่อร่างกายมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2010 นี้ จะมีโมดูลเกี่ยวกับการวิจัยขึ้นไปติดตั้งอีกสี่โมดูล คาดว่าจะมีการวิจัยที่ละเอียดมากกว่านี้

[แก้] ขอบเขตของการวิจัย

ภาพเปรียบเทียบระหว่างไฟที่จุดบนโลก (ซ้าย) กับไฟที่จุดขึ้นบนสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบน ISS (ขวา)

เป้าหมายหนึ่งของการวิจัยเกี่ยวกับชีววิทยา คือการทำความเข้าใจกับผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ที่อยู่ในอวกาศเป็นเวลานาน เช่น การเสื่อมของกล้ามเนื้อและกระดูก และศึกษาเกี่ยวกับของไหลในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตั้งถิ่นฐานในอวกาศและการเดินทางในอวกาศเป็นเวลานาน ข้อมูลล่าสุดพบว่าเนื้อเยื่อสามมิติของมนุษย์สามารถเติบโตได้ในสภาวะไร้น้ำหนัก และผลึกโปรตีนรูปร่างประหลาดก็สามารถก่อตัวขึ้นได้ในสภาวะนี้ นาซ่ากล่าวว่าจะศึกษาปรากฏการณ์เหล่านี้

นาซ่าจะศึกษาปัญหาฟิสิกส์เด่นๆ เช่น กลศาสตร์ของไหลในสภาพไร้น้ำหนักที่ยังไม่เป็นที่เข้าใจกันดีนัก นักวิจัยจะทำความเข้าใจกับของไหลโดยละเอียดในอนาคต นักวิทยาศาสตร์สนใจที่จะศึกษาการรวมตัวของของไหลบนอวกาศที่ไม่สามารถผสมกันได้ดีบนโลก เพราะของไหลในอวกาศสามารถรวมตัวกันได้เกือบสนิทโดยไม่ขึ้นกับน้ำหนักที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์หวังจะได้รับข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับสถานะของสสาร (เน้นในเรื่องสารตัวนำยิ่งยวด) โดยการตรวจสอบปฏิกิริยาบนอวกาศที่ดำเนินไปช้ากว่าบนโลกเพราะความโน้มถ่วงและอุณหภูมิที่ต่ำ

นอกจากนี้ นักวิจัยต่างก็หวังที่จะศึกษากระบวนการเผาไหม้ในสภาพที่แรงโน้มถ่วงน้อยกว่าบนโลก เพื่อค้นหาหนทางพัฒนาประสิทธิภาพการเผาไหม้ อันจะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์วางแผนที่จะใช้สถานีอวกาศเพื่อตรวจสอบละออง โอโซน ไอน้ำ และออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของโลก และรังสีคอสมิก ฝุ่นอวกาศ ปฏิสสาร และสสารมืดในจักรวาล

เป้าหมายระยะยาวของการวิจัยก็คือการพัฒนาเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการสำรวจอวกาศและดาวเคราะห์โดยใช้มนุษย์เป็นผู้สำรวจ การตั้งถิ่นฐานในอวกาศ (รวมถึงระบบสนับสนุนการดำรงชีพ ระบบเตือนภัย และการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในอวกาศ) หาหนทางใหม่ในการรักษาโรค หาวิธีสร้างวัสดุที่มีประสิทธิภาพ สร้างเครื่องมือวัดที่เที่ยงตรงมากขึ้นที่ไม่สามารถสร้างได้บนโลก และทำความเข้าใจกับจักรวาลให้มากขึ้น

[แก้] ยานอวกาศที่มาสถานีอวกาศ

[แก้] การเทียบท่าปัจจุบัน

ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

[แก้] เตรียมการแล้ว

[แก้] ยกเลิกแล้ว

  • Russian (Roskosmos) Space Shuttle Kliper for possible crew rotation and as resupply transporter
  • Kistler K-1 for NASA Commercial Orbital Transportation Services[9]

[แก้] เบ็ดเตล็ด

[แก้] การท่องเที่ยวอวกาศ

ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนสถานีอวกาศทั้งหมด 5 คน โดยจ่ายเงินคนละประมาณ 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

[แก้] สภาวะเกือบไร้แรงโน้มถ่วง

สถานีอวกาศได้รับแรงโน้มถ่วงประมาณ 88% ของแรงโน้มถ่วงที่ระดับน้ำทะเล สภาวะไร้น้ำหนักภายในยานเกิดขึ้นเนื่องจากการตกอย่างอิสระของสถานีอวกาศ ซึ่งเป็นไปตามหลักความสมมูล อย่างไรก็ตาม สภาพในยานยังคงเป็นสภาวะ"เกือบ"ไร้น้ำหนัก ไม่ใช่ สภาวะไร้น้ำหนักอย่างสิ้นเชิง เพราะมีแรงสี่แรงที่รบกวนดังนี้

  • แรงลากที่เกิดจากชั้นบรรยากาศที่หลงเหลืออยู่
  • การสั่นที่เกิดจากเครื่องยนต์และลูกเรือบนสถานีอวกาศ
  • การปรับการโคจรโดยไจโรสโคปและเครื่องปรับทิศทาง
  • การแยกจากศูนย์กลางมวลที่แท้จริงของสถานี ทำให้เกิดความโน้มถ่วงที่ระดับ 2 ในพันล้านส่วนของแรงโน้มถ่วงบนโลก

[แก้] เขตเวลา

สถานีอวกาศนานาชาติใช้เวลาสากลเชิงพิกัด (UTC, บางครั้งเรียกว่า GMT) เป็นตัวกำหนดวัน หน้าต่างจะปิดในเวลาที่ควรจะเป็นกลางคืน เพื่อสร้างบรรยากาศความมืดเนื่องจากสถานีอวกาศจะต้องพบดวงอาทิตย์ขึ้น/ตกถึง 16 ครั้งต่อวัน โดยทั่วไป ลูกเรือจะตื่นเวลา 7:00 UTC ทำงานประมาณสิบชั่วโมงในวันจันทร์ถึงศุกร์ และทำงานห้าชั่วโมงในวันเสาร์ ในระหว่างภารกิจขนส่ง ลูกเรือมักจะใช้เวลาตามเวลาปล่อยยาน แต่เนื่องจากเวลาปล่อยยานกับเวลา UTC มักไม่ค่อยตรงกัน ลูกเรือจึงต้องปรับเวลานอนก่อนที่ยานจะมาถึงและหลังจากที่ออกไปแล้ว

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ มี 10 ประเทศที่เข้าร่วม; ออสเตรีย ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และสหราชอาณาจักร เลือกที่จะไม่เข้าร่วม; กรีซและลักเซมเบิร์กเข้าร่วมกับ ESA ในเวลาต่อมา. ESA - Human Spaceflight and Exploration - European Participating States. ESA. สืบค้นวันที่ 2005-07-03 (อังกฤษ)
  2. ^ Astronomy IE. NASA (ไม่ทราบวันที่). สืบค้นวันที่ 2008-03-14
  3. ^ Chris Bergin (2008-01-10). PRCB plan STS-122 for NET Feb 7 - three launches in 10-11 weeks. NASASpaceflight.com. สืบค้นวันที่ 2008-01-12
  4. ^ STS-123 Press Kit (PDF). NASA (ค.ศ. 2008).
  5. ^ STS-124 Press Kit (PDF). NASA (ค.ศ. 2008).
  6. ^ 6.0 6.1 NASA (ค.ศ. 2008). Consolidated Launch Manifest. NASA. สืบค้นวันที่ 8 ก.ค., 2008
  7. ^ Boeing: Integrated Defense Systems - NASA Systems - International Space Station - Solar Power. Boeing. สืบค้นวันที่ 2006-06-05 (อังกฤษ)
  8. ^ Orbital Sciences Corporation (February 19, 2008) NASA Selects Orbital To Demonstrate New Commercial Cargo Delivery System For The International Space Station ข่าวหนังสือพิมพ์ เรียกดูเมื่อ 2008-11-23
  9. ^ Warwick, Graham (October 9, 2007). NASA warns Rocketplane Kistler on COTS cancellation. FlightGlobal.com. สืบค้นวันที่ 2008-11-23

เครื่องมือส่วนตัว