โอโซน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับอัญรูปหนึ่งของออกซิเจน สำหรับความหมายอื่น ดูที่ โอโซน (แก้ความกำกวม)
โอโซน
Ozone-CRC-MW-3D-balls.png
Ozone-1,3-dipole.png
Ozone-CRC-MW-3D-vdW.png
Ozone-elpot-3D-vdW.png
ชื่อตาม IUPAC Trioxygen
ตัวระบุ
เลขทะเบียน CAS [10028-15-6][CAS]
PubChem 24823
EC-number 233-069-2
RTECS number RS8225000
InChI
ChemSpider ID 23208
คุณสมบัติ
สูตรเคมี O3
มวลต่อหนึ่งโมล 47.998 g·mol−1
ลักษณะทางกายภาพ bluish colored gas
ความหนาแน่น 2.144 g/L (0 °C), gas
จุดหลอมเหลว

80.7 K, −192.5 °C

จุดเดือด

161.3 K, −111.9 °C

ความสามารถละลายได้ ใน น้ำ 0.105 g/100mL (0 °C)
ดัชนีหักเหแสง (nD) 1.2226 (liquid)
อุณหเคมี
Std enthalpy of
formation
ΔfHo298
+142.3 kJ·mol−1
Standard molar
entropy
So298
237.7 J·K−1.mol−1
ความอันตราย
การจำแนกของ EU Oxidant (O)
สารอื่นที่เกี่ยวข้อง
สารประกอบที่เกี่ยวข้อง sulfur dioxide
 Yes check.svg 14 (verify) (what is: Yes check.svg 10/X mark.svg 10?)
หากมิได้ระบุเป็นอื่น ข้อมูลข้างต้นนี้คือข้อมูลสาร ณ ภาวะมาตรฐานที่ 25 °C, 100 kPa
แหล่งอ้างอิงของกล่องข้อมูล

โอโซน (Ozone หรือ O3) เป็นโมเลกุลที่ประกอบจากออกซิเจน 3 อะตอม ปรากฏอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก และมีการใช้งานในทางอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ตามบ้านทั่วไป โอโซนถูกค้นพบครั้งแรกโดย คริสเตียน ฟรีดริช เชินไบน์ (Christian Friedrich Schönbein) นักเคมีชาวเยอรมัน ในปี ค.ศ. 1840 โดยตั้งชื่อตามภาษากรีกคำว่า ozein ซึ่งแปลว่ากลิ่น

โอโซนเข้มข้นมีสีฟ้าที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน (Standard Temperature and Pressure; STP) เมื่ออุณหภูมิลดลงถึง -112 °C โอโซนจะเป็นเป็นของเหลวสีน้ำเงิน และเมื่ออุณหภูมิลดต่ำกว่า -193 °C ก็จะกลายเป็นของแข็งสีดำ

เรานำโอโซนไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น นำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตเคมีภัณฑ์ นำไปใช้เป็นสารซักฟอก ใช้ฆ่าแบคทีเรีย ฯลฯ

โอโซนในทางเคมี[แก้]

แก๊สโอโซนเป็นตัวออกซิไดส์ที่ดีมาก และในขณะเดียวกันก็เป็นสารที่ไม่อยู่ตัว มักจะสลายเป็นแก๊สออกซิเจนได้ง่าย ดังสมการ

2 O3 → 3 O2

ถ้าเราเพิ่มอุณหภูมิและลดความดัน ปฏิกิริยาข้างต้นจะไปข้างหน้าได้เร็วมาก โดยปกติโอโซนมักออกซิไดส์โลหะ (ยกเว้นทองคำ แพลทินัม และแพลเลเดียม) ให้มีเลขออกซิเดชันสูงขึ้น