ราชวงศ์อู่ทอง
| พระราชอิสริยยศ | พระมหากษัตริย์แห่ง กรุงศรีอยุธยา |
|---|---|
| ปกครอง | กรุงศรีอยุธยา |
| เชื้อชาติ | ไทย |
| จำนวนพระมหากษัตริย์ | 3 พระองค์ |
| ประมุขพระองค์แรก | สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1ครั้งที่ 1สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง) (ครั้งที่ 2 สมเด็จพระราเมศวร |
| ประมุขพระองค์สุดท้าย | สมเด็จพระรามราชาธิราช |
| ช่วงระยะเวลา | 1893 - 1952 |
| สถาปนา | ครั้งที่ 1 พ.ศ. 1893 ครั้งที่ 2 พ.ศ. 1931 |
| สิ้นสุด | ครั้งที่ 1 พ.ศ. 1913 ครั้งที่ 2 พ.ศ. 1952 |
| ราชวงศ์ก่อนหน้า | ราชวงศ์พระร่วง (กรุงสุโขทัย) |
| ราชวงศ์ถัดไป | ราชวงศ์สุพรรณภูมิ |
ราชวงศ์อู่ทอง หรือ ราชวงศ์เชียงราย เป็นชื่อสมมุติที่นักประวัติศาสตร์ใช้เรียกราชวงศ์แรกที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา เพื่อความสะดวกในการศึกษาประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา โดยกำหนดเอาพระนามตามตำนานของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ที่มีพระนามเดิมว่า "พระยาอู่ทอง" มาเป็นชื่อราชวงศ์
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทตำนานและพงศาวดาร ทำให้เชื่อได้ว่า "ราชวงศ์อู่ทอง" เป็นความสัมพันธ์กันทางเครือญาติระหว่างเมืองลพบุรีกับเมืองสุพรรณบุรี แต่อย่างไรก็ตามความเป็นมาของราชวงศ์นี้ยังคงคลุมเครืออยู่ พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์อู่ทอง มี 3 พระองค์ ได้แก่
- สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยา เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. 1857 ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี พ.ศ. 1893 เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 1912 พระชนมายุ 55 พรรษา ปัจจุบัน นิยมเรียกขานพระองค์ในอีกพระนามหนึ่งว่า พระเจ้าอู่ทอง
- สมเด็จพระราเมศวร เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติครั้งแรกสืบต่อจากสมเด็จพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. 1912 แต่ได้สละพระราชสมบัติให้แก่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ซึ่งเป็นพระปิตุลาของพระองค์ที่เสด็จมาจากเมืองสุพรรณบุรี และตั้งราชวงศ์สุพรรณภูมิปกครองกรุงศรีอยุธยา ส่วนพระองค์นั้นได้ไปครองเมืองลพบุรี เมื่อสมเด็จพระบรมราชธิราชที่ 1 เสด็จสวรรคต พระเจ้าทองจันทร์ หรือ พระเจ้าทองลัน พระราชโอรสของพระองค์ขึ้นเสวยราชสมบัติได้ 7 วัน สมเด็จพระราเมศวรได้ยกพลจากลพบุรีแล้วสำเร็จโทษพระเจ้าทองจันทร์และเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 1931 และเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 1938
- สมเด็จพระรามราชาธิราช เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราเมศวร เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. 1899 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. 1938 ถึงปี พ.ศ. 1952 ต่อมา ทรงมีปัญหากับขุนนางหลายคน ออกญามหาเสนจึงอัญเชิญ สมเด็จพระอินทราชาธิราช อันเป็นเชื้อสายราชวงศ์สุพรรณภูมิ ซึ่งขณะนั้นทรงปกครองเมืองสุพรรณบุรีอยู่ ขึ้นครองราชย์แทนสมเด็จพระรามราชาธิราช แล้วให้สมเด็จพระรามราชาธิราชไปครองปทาคูจาม
สำหรับราชวงศ์อู่ทองนี้ มีการตีความเชื่อมโยงกับตำนานของทางภาคเหนือหลายฉบับ เช่น ตำนานโยนกเชียงแสน สิงหนวัติกุมาร จุลยุทธกาลวงศ์ ซึ่ง ประมวลความตามตำนานได้ว่า พระราชวงศ์เชื้อสายจากพระเจ้าสิงหนวัติและพระเจ้าพรหมซึ่งครองอยู่เมืองเชียงราย ได้หนีภัยสงครามมาตั้งเมืองใหม่ในพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชร มีชื่อเมืองว่า "เมืองไตรตรึงษ์" ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นต้นเรื่องของตำนาน ท้าวแสนปม ผู้เป็นราชบุตรเขยของราชาแห่งเมืองไตรตรึงษ์ ท้าวแสนปมทรงสร้างเมือง "เทพนคร" ขึ้นใกล้ๆ กับเมืองไตรตรึงษ์ และเป็นพระราชบิดาของพระเจ้าอู่ทอง ต่อมา พระเจ้าอู่ทองจึงย้ายเมืองมาสร้างเมืองอยุธยา จากความเชื่อมโยงดังกล่าว ทำให้นักประวัติศาสตร์บางท่าน สมมุติชื่อราชวงศ์นี้ว่า "ราชวงศ์เชียงราย" ด้วยเช่นกัน
ดูเพิ่ม [แก้]
| สมัยก่อนหน้า | ราชวงศ์อู่ทอง | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| ราชวงศ์พระร่วง (ปกครองกรุงสุโขทัย) |
ราชวงศ์ที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา (ครั้งที่ 1) (พ.ศ. 1893 - พ.ศ. 1913) |
ราชวงศ์สุพรรณภูมิ | ||
| ราชวงศ์สุพรรณภูมิ | ราชวงศ์ที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา (ครั้งที่ 2) (พ.ศ. 1931 - พ.ศ. 1952) |
ราชวงศ์สุพรรณภูมิ |
|
|||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||