น้ำตาล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับเคมี สำหรับสี ดูที่ สีน้ำตาล
ภาพขยายของของผลึกน้ำตาล

น้ำตาล คือ สารให้ความหวานตามธรรมชาติชนิดหนึ่ง มีเรียกกันหลายแบบ ขึ้นอยู่กับรูปร่างลักษณะของน้ำตาล เช่น น้ำตาลทราย น้ำตาลกรวด น้ำตาลก้อน น้ำตาลปีบ เป็นต้น แต่ในทางเคมี โดยทั่วไปหมายถึง ซูโครส หรือ แซคคาโรส ไดแซคคาไรด์ ที่มีลักษณะเป็นผลึกของแข็งสีขาว น้ำตาลเป็นสารเพิ่มความหวานที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขนมหวาน และเครื่องดื่ม ในทางการค้าน้ำตาลผลิตจาก อ้อย(sugar cane) , ต้นตาล(sugar palm),ต้นมะพร้าว(coconut palm),ต้นเมเปิ้ลน้ำตาล(sugar maple) และ หัวบีท (sugar beet) ฯลฯ น้ำตาลที่มีองค์ประกอบทางเคมีแบบง่ายที่สุด หรือ โมโนแซคคาไรด์ เช่น กลูโคส เป็นที่เก็บพลังงาน ที่จะต้องใช้ในกิจกรรม ทางชีววิทยา ของเซลล์ ศัพท์ทางเทคนิคที่ใช้เรียกน้ำตาลจะลงท้ายด้วยคำว่า "-โอส" (-ose) เช่น กลูโคส

นิรุกติศาสตร์[แก้]

แต่เดิมตั้งแต่สมัยโบราณ เราทำน้ำตาลจากน้ำหวานของต้นตาล จึงเรียกว่าสารให้ความหวานนั้นว่า "น้ำตาล" จนปัจจุบันถึงแม้ว่ารูปแบบของสารให้ความหวานจะเปลี่ยนไป ทั้งรูปลักษณ์ และวัตถุดิบ ซึ่งทำมาจากอ้อย แต่ชื่อน้ำตาลก็ยังคงถูกใช้อยู่ ส่วนชื่อน้ำตาลในความหมายเดิมเปลี่ยนชื่อเป็นน้ำตาลโตนดแทน

สำหรับ ภาษาอังกฤษ คำว่า "ชูการ์"(sugar) รับผ่านต่อมาจาก ภาษาฝรั่งเศส ว่า "Sucre" ซึ่งก็รับต่อกันมาเป็นทอดๆ ดังนี้ คือ จาก ภาษาอิตาลี zucchero > ภาษาอาหรับ sukkar > ภาษาเปอร์เซีย shakar > ภาษาสันสกฤต "ศรฺกรา" (शर्करा) ซึ่งมีความหมายว่าน้ำตาล หรือก้อนกรวด (pebble) ในภาษาบาลีเรียกว่า "สกฺขรา" (sakkharā) และตรงกับภาษาฮินดีว่า "สกฺกรฺ" (sakkar)

การผลิต[แก้]

น้ำตาลทราย หรือ ซูโครส สกัดได้จากพืชหลายชนิด คือ

  1. อ้อย (sugarcane-Saccharum spp.) มีน้ำตาลประมาณ 12%-20% โดยน้ำหนักของอ้อยแห้ง
  2. ต้นบีท (sugar beet-Beta vulgaris)
  3. อินทผลัม (date palm-Phoenix dactylifera)
  4. ข้าวฟ่าง (sorghum-Sorghum vulgare)
  5. ซูการ์เมเปิล (sugar maple-Acer saccharum)

ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2544-2545 มีการผลิตน้ำตาลจากทั่วโลกประมาณ 134.1 ล้านตัน ประเทศที่ผลิตน้ำตาลจากอ้อยส่วนใหญ่เป็นประเทศในเขตร้อน เช่น ออสเตรเลีย บราซิล และประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2544-2545 มีการผลิตน้ำตาลเพิ่มขึ้นสองเท่าในประเทศกำลังพัฒนา เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตมากที่สุดอยู่ใน ละตินอเมริกา สหรัฐอเมริกา และชาติในกลุ่ม แคริบเบียน และ ตะวันออกไกล แหล่งน้ำตาลจากต้นบีทจะอยู่ในเขตอากาศเย็นเช่น: ตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกของยุโรป ญี่ปุ่นตอนเหนือ และบางพื้นที่ในสหรัฐอเมริการวมทั้งรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย ผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก คือสหภาพยุโรป ตลาดน้ำตาลยังถูกโจมตีโดยน้ำเชื่อมกลูโคส (glucose syrups) ที่ผลิตจากข้าวสาลีและข้าวโพดร่วมทั้งน้ำตาลสังเคราะห์ (artificial sweeteners) ด้วย ทำให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตเครื่องดื่มที่มีต้นทุนถูกลง

การผลิตน้ำตาลในโลก[แก้]

ประเทศผู้ผลิตน้ำตาล 5 อันดับของโลกคือ บราซิล, อินเดีย, สหภาพยุโรป, จีนและไทย ในปีเดียวกัน ประเทศที่ส่งออกน้ำตาลมากที่สุดคือ บราซิล รองลงมาคือไทย ออสเตรเลียและอินเดียตามลำดับ ผู้นำเข้าน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดคือ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาและอินโดนีเซีย ปัจจุบันพบว่าบารซิลมีอัตราการบริโภคน้ำตาลต่อหัวมากที่สุด ตามด้วยออสเตรเลีย [1][2]

การผลิตน้ำตาลในโลก (1000 เมตริกตัน)[1]
ประเทศ 2007/08 2008/09 2009/10 2010/11 2011/12
บราซิล 31,600 31,850 36,400 38,350 35,750
อินเดีย 28,630 15,950 20,637 26,650 28,300
สหภาพยุโรป 15,614 14,014 16,687 15,090 16,740
จีน 15,898 13,317 11,429 11,199 11,840
ไทย 7,820 7,200 6,930 9,663 10,170
สหรัฐอเมริกา 7,396 6,833 7,224 7,110 7,153
เม็กซิโก 5,852 5,260 5,115 5,495 5,650
รัสเซีย 3,200 3,481 3,444 2,996 4,800
ปากีสถาน 4,163 3,512 3,420 3,920 4,220
ออสเตรเลีย 4,939 4,814 4,700 3,700 4,150
อื่นๆ 38,424 37,913 37,701 37,264 39,474
ทั้งหมด 163,536 144,144 153,687 161,437 168,247

การบริโภคน้ำตาล[แก้]

การบริโภคน้ำตาลของโลก น้ำตาลเป็นส่วนสำคัญของอาหารมนุษย์ และเป็นแหล่งให้พลังงานของโลก หลังจากธัญพืชและน้ำมันพืช น้ำตาลที่ได้จากอ้อยและหัวผักกาดให้กิโลแคลอรีต่อหัวเฉลี่ยวันละกว่ากลุ่มอาหารอื่น ๆ .[3] จากรายงานขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือ FAO ค่าเฉลี่ยของการบริโภคน้ำตาลต่อคนคือ 24 กิโลกรัมต่อปีต่อคน เทียบเท่ากับพลังงานกว่า 260 แคลอรี่อาหารต่อวันในปี 1990 แม้จะมีการเพิ่มขึ้นของประชากรมนุษย์การบริโภคน้ำตาลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 25.1 กิโลกรัม (55 ปอนด์) ต่อคนต่อปีในปี 2015 .[4]

การเก็บรวบรวมข้อมูลในการสำรวจหลายประเทศระหว่างปี 1999 และ 2008 แสดงให้เห็นว่าการบริโภคน้ำตาลได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 ในทุกเพศทุกวัย [5]

การบริโภคน้ำตาลในโลก (1000 เมตริกตัน)[6]
ประเทศ 2007/08 2008/09 2009/10 2010/11 2011/12 2012/13
อินเดีย 22,021 23,500 22,500 23,500 25,500 26,500
สหภาพยุโรป 16,496 16,760 17,400 17,800 17,800 17,800
จีน 14,250 14,500 14,300 14,000 14,400 14,900
บราซิล 11,400 11,650 11,800 12,000 11,500 11,700
สหรัฐอเมริกา 9,590 9,473 9,861 10,086 10,251 10,364
อื่นๆ 77,098 76,604 77,915 78,717 80,751 81,750
ทั้งหมด 150,855 152,487 153,776 156,103 160,202 163,014

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


  1. 1.0 1.1 "Sugar: World Markets and Trade". United States Department of Agriculture. November 2011. 
  2. International Illovo Sugar. Retrieved on 2012-01-07.
  3. "Food Balance Sheets". Food and Agriculture Organization of the United Nations. 2007. 
  4. "World agriculture: towards 2015/2030". Food and Agriculture Organization of the United Nations. ISBN 92-5-104761-8. 
  5. Welsh, Jean A.; Andrea J Sharma; Lisa Grellinger; Miriam B Vos (2011). "Consumption of added sugars is decreasing in the United States". American Journal of Clinical Nutrition. 94 (American Society for Nutrition). 726-734. สืบค้นเมื่อ January 18, 2014. 
  6. "Sugar: World Markets and Trade". United States Department of Agriculture: Foreign Agriculture Service. May 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-09-07.