ประเทศกำลังพัฒนา
ประเทศกำลังพัฒนา เป็นคำที่ใช้เรียกประเทศที่มีมาตรฐานการดำรงชีวิตปานกลาง-ต่ำ พื้นฐานอุตสาหกรรมยังไม่พัฒนา และมีดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index) อยู่ในระดับปานกลาง-ต่ำ คำนี้มีแนวโน้มที่จะถูกแทนใช้ที่คำอื่น ๆ ที่เคยใช้ก่อนหน้า ซึ่งรวมถึงคำว่า "โลกที่สาม" ซึ่งเกิดขึ้นในยุคสงครามเย็น เนื่องจากไม่มีคำจำกัดความใดๆมากำหนด คำว่าประเทศพัฒนานาแล้ว อาจเป็นไปได้ว่า ระดับของคำว่า พัฒนาแล้ว จะมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดมากกว่า คำว่า กำลังพัฒนาด้วย สำหรับบางประเทศที่ถูกเรียกว่า เป็นประเทศกำลังพัฒนา ยังพบว่ามีค่าเฉลี่ยของมาตรฐานการดำรงชีวิตอยู่ในระดับสูงเช่นกัน ส่วนประเทศที่มีสภาพเศรษฐกิจที่จัดอยู่ในระดับก้าวหน้ามากกว่าประเทศที่กำลังพัฒนา แต่ยังไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ ประเทศพัฒนาแล้ว จะถูกจัดให้อยู่กลุ่มที่ใช้คำจำกัดความว่า ประเทศอุตสาหกรรมใหม่
เนื้อหา |
คำจำกัดความ [แก้]
|
|
บทความนี้อาจต้องการพิสูจน์อักษร ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ให้คำจำกัดความกับประเทศพัฒนาแล้วว่า "ประเทศพัฒนาแล้ว คือ ประเทศที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนทุกคนให้มีอิสรเสรีและมีสุขอนามัยดี อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย"[ต้องการอ้างอิง] และยังมีองค์กรอื่นๆ พยายามให้คำจัดความสำหรับความหมายของประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว ดังต่อไปนี้
การจัดกลุ่มหรือกำหนดกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนานั้น เพื่อประโยชน์ในทางสถิติและไม่จำเป็นที่จะมาใช้ในการตัดสินใจสถานะของประเทศ หรือขอบเขตในกระบวนการพัฒนา[1]
สหประชาชาติ ให้ความเห็นดังนี้
| “ | จากตัวอย่างที่เห็นได้ทั่วไป คือ ประเทศญี่ปุ่นใน เอเชีย, แคนาดาและสหรัฐอเมริกาในอเมริกาเหนือ, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในโอเชียเนีย, และประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป กลุ่มประเทศเหล่านี้ถูกพิจารณาให้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ในเชิงสถิติทางการค้า สหภาพศุลกากรแอฟริกาใต้ยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศอิสราเอลก็อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนในยุโรปกลุ่มประเทศที่กำเนิดขึ้นจากประเทศยูโกสลาเวียเก่าถือว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา; ประเทศในกลุ่มของยุโรปตะวันออก และกลุ่มที่เป็นประเทศเครือรัฐเอกราช (code 172)ในยุโรป จึงไม่ถูกเรียกรวมอยู่ในกลุ่มใด ๆ ของพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา[2] | ” |
ในศตวรรษที่ 21 กลุ่มประเทศในเอเชียที่ถูกขนานนามว่า สี่เสือเอเชีย[3] ประเทศ(ฮ่องกง,[3][4] สิงคโปร์,[3][4] เกาหลีใต้,[3][4][5][6]และ ไต้หวัน[3][4]), รวมทั้ง ไซปรัส,[4], มอลตา,[4], สาธารณรัฐเช็ค,[4], เอสโตเนีย,[4], อิสราเอล,[4], โปแลนด์,[4], สโลวาเกีย,[4]และ สโลวาเนีย,[4] เหล่านี้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว.
อีกนัยหนึ่ง จากการจัดกลุ่มของ IMF ก่อนเดือนเมษายน 2004 กลุ่มประเทศทั้งหมดในยุโรปตะวันออก (รวมทั้ง ยุโรปกลางที่เป็นของ "กลุ่มยุโรปตะวันออก" ในสหประชาชาติ) และรวมถึงสหภาพโซเวียตในอีต กลุ่มประเทศที่อยู่ในเอเชียตอนกลาง (คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกีสสถาน และเติร์กเมนิสถาน) และมองโกเลีย, ไม่รวมให้อยู่ในทั้งสองประเภท คือ พัฒนาและกำลังพัฒนา แต่จะถูกจัดให้อยู่ประเภทของ "ประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน" อย่างไรก็ตาม ในรายงานระหว่างประเทศ กลุ่มประเทศเหล่านี้ คือ ประเทศ "กำลังพัฒนา" นั่นเอง
ส่วน ธนาคารโลก จัดกลุ่มประเทศออกเป็น สี่กลุ่ม ที่ถูกจัดใหม่ในเดือน กรกฎาคมของทุกปี 1. เศรษฐกิจถูกแบ่งออกเป็นกลุ่ม ตามกลุ่มช่วง ของรายได้ตาม GNI ต่อประชากร ดังต่อไปนี้ [7]
- กลุ่มประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่ม รายได้ต่ำ ค่า GNI ต่อประชากร จะอยู่ที่ US$975 หรือ น้อยกว่า
- กลุ่มประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่ม รายได้ปานกลาง ค่า GNI ต่อประชากร จะอยู่ที่ระหว่าง US$976 ถึง US$3,855
- กลุ่มประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่ม รายได้เหนือกว่า ปานกลาง US$3,856 ถึง US$11,905.
- กลุ่มประเทศที่จัดให้อยู่ในกลุ่ม ระดับรายได้สูง ค่า GNI จะต้องมีมากกว่า US$11,906.
รายชื่อของประเทศกำลังพัฒนา [แก้]
รายชื่อดังต่อไปนี้ เป็นกลุ่มประเทศที่ถูกเรียกว่า emerging and developing economies จาก International Monetary Fund's World Economic Outlook Report เดือนเมษายน ปี 2012[8]
อัฟกานิสถาน
แอลเบเนีย
แอลจีเรีย
แองโกลา
แอนติกาและบาร์บูดา
อาร์เจนตินา
ประเทศอาร์เมเนีย
อาเซอร์ไบจาน
บาฮามาส
บาห์เรน
บังกลาเทศ
บาร์เบโดส
เบลารุส
เบลีซ
เบนิน
ภูฏาน
โบลิเวีย
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
บอตสวานา
บราซิล
บรูไน
บัลแกเรีย
บูร์กินาฟาโซ
พม่า
บุรุนดี
กัมพูชา
แคเมอรูน
เคปเวิร์ด
สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
ชาด
ชิลี
จีน
โคลอมเบีย
คอโมโรส
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
สาธารณรัฐคองโก
คอสตาริกา
โกตดิวัวร์
โครเอเชีย
จิบูตี
โดมินิกา
สาธารณรัฐโดมินิกัน
เอกวาดอร์
อียิปต์
เอลซัลวาดอร์
อิเควทอเรียลกินี
เอริเทรีย
เอธิโอเปีย
ฟิจิ
กาบอง
แกมเบีย
จอร์เจีย
กานา
เกรเนดา
กัวเตมาลา
กินี
กินี-บิสเซา
กายอานา
เฮติ
ฮอนดูรัส
ฮังการี
อินเดีย
อินโดนีเซีย
อิหร่าน
อิรัก
จาเมกา
จอร์แดน
คาซัคสถาน
เคนยา
คิริบาส
โคโซโว
คูเวต
คีร์กีซสถาน
ลาว
ลัตเวีย
เลบานอน
เลโซโท
ไลบีเรีย
ลิเบีย
ลิทัวเนีย
มาซิโดเนีย
มาดากัสการ์
มาลาวี
มาเลเซีย
มัลดีฟส์
มาลี
หมู่เกาะมาร์แชลล์[9]
มอริเตเนีย
มอริเชียส
เม็กซิโก
ไมโครนีเซีย[9]
มอลโดวา
มองโกเลีย
มอนเตเนโกร
โมร็อกโก
โมซัมบิก
นามิเบีย
นาอูรู
เนปาล
นิการากัว
ไนเจอร์
ไนจีเรีย
โอมาน
ปากีสถาน
ปาเลา[9]
ปานามา
ปาปัวนิวกินี
ปารากวัย
เปรู
ฟิลิปปินส์
โปแลนด์
กาตาร์
โรมาเนีย
รัสเซีย
รวันดา
เซนต์คิตส์และเนวิส
เซนต์ลูเซีย
เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
ซามัว
เซาตูเมและปรินซิปี
ซาอุดีอาระเบีย
เซเนกัล
เซอร์เบีย
เซเชลส์
เซียร์ราลีโอน
หมู่เกาะโซโลมอน
โซมาเลีย
แอฟริกาใต้
เซาท์ซูดาน
ศรีลังกา
ซูดาน
ซูรินาเม
สวาซิแลนด์
ซีเรีย
ทาจิกิสถาน
แทนซาเนีย
ไทย
ติมอร์ตะวันออก
โตโก
ตองกา
ตรินิแดดและโตเบโก
ตูนิเซีย
ตุรกี
เติร์กเมนิสถาน
ตูวาลู
ยูกันดา
ยูเครน
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
อุรุกวัย
อุซเบกิสถาน
วานูอาตู
เวเนซุเอลา
เวียดนาม
เยเมน
แซมเบีย
ซิมบับเว
- ประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ได้มีรายชื่อใน IMF
รายชื่อของ graduated developing economies [แก้]
ฮ่องกง (หลัง 1997)
สิงคโปร์ (หลัง 1997)
เกาหลีใต้ (หลัง 1997)
ไต้หวัน (หลัง 1997)
ไซปรัส (หลัง 2001)
สโลวีเนีย (หลัง 2007)
มอลตา (หลัง 2008)
สาธารณรัฐเช็ก (หลัง 2009)
สโลวาเกีย (หลัง 2009)
ดูเพิ่ม [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ United Nations Statistics Division- Standard Country and Area Codes Classifications (M49)
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อUN - ↑ 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 เสือเอเชีย ตะวันออก
- ↑ 4.00 4.01 4.02 4.03 4.04 4.05 4.06 4.07 4.08 4.09 4.10 4.11 [http://www.imf.org/external/pubs/ft/weo/2009/01/weodata/groups.htm#ae IMF Advanced Economies List. World Economic Outlook, Database—WEO Groups and Aggregates Information, April 2009.]
- ↑ Korea, Republic of
- ↑ FT.com / Asia-Pacific - S Korea wins developed-country status
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อWB - ↑ IMF Advanced Economies List. World Economic Outlook, April 2012, p. 179
- ↑ 9.0 9.1 9.2 World Economic Outlook, International Monetary Fund, April 2009, second paragraph, lines 9–11.
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]