สำนักงานประกันสังคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สำนักงานประกันสังคม จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 2 กันยายน 2533 เพื่อให้ประเทศไทยมีการประกันสังคมอย่างเต็มรูปแบบ โดยลูกจ้างจะได้รับความคุ้มครอง ทั้งในเรื่องการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยทุพพลภาพ และตาย ทั้งนี้เนื่องและไม่เนื่องจากการทำงาน รวมไปถึงการคลอดบุตรสงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน เฉกเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ โดยมีคุณอำพล สิงหโกวินท์เป็นเลขาธิการคนแรก

เนื้อหา

[แก้] ที่มา

สำนักงานประกันสังคมนั้นมีจุดริเริ่มเมื่อ ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ได้ระบุให้มี "กองทุนเงินทดแทน" ในกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตราย สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ซึ่งกองทุนดังกล่าวได้ริเริ่มเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนในปี พ.ศ. 2517 โดยริเริ่มภายในกรุงเทพมหานครเฉพาะที่มีลูกจ้างมากกว่า 20 ราย ต่อมา เมื่อวันที่ 1 เมษายนพ.ศ. 2545 ได้ขยายความคุ้มครองโดยขอความร่วมมือให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 1 ราย ต้องเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน ปัจจุบันกองทุนเงินทดแทนจะจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่ขาดรายได้มากกว่า 3 วันแต่ไม่ถึง 1 ปี ร้อยละ 60 ของรายได้ต่อวันของลูกจ้าง กรณีพิการจะจ่ายให้ไม่เกิน 8 ปี ร้อยละ 60 ของรายได้ต่อวันของลูกจ้าง กรณีทุพพลภาพจะจ่ายให้ไม่เกิน 15 ปี ร้อยละ 60 ของรายได้ต่อวันของลูกจ้าง และหากเสียชีวิตจะจ่ายให้ในระยะเวลา 8ปี หลังเสียชีวิต ร้อยละ 60 ของรายได้ต่อวันของลูกจ้าง ค่าทำศพผู้ประกันตนรายละ 3หมื่นบาทโดยคิดจากค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ คูณด้วย 100 ซึ่งปัจจุบันได้ประกาศใช้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ในปี พ.ศ. 2556

[แก้] ความหมาย

คำว่า "ประกันสังคม" เริ่มใช้ในประเทศไทยประมาณพ.ศ. 2480 พร้อมๆ กับคำว่าสังคมสงเคราะห์ โดยหลักการและแนวทางมีการนำมาใช้ปฏิบัตินานแล้วเช่น การที่ชาวบ้านช่วยกันเรี่ยไรเงินรวบรวมเป็นเงินก้อน เพื่อช่วยเหลือเป็นค่าทำศพให้แก่สมาชิกในชุมชนเดียวกันที่ถึงแก่กรรม ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมประกอบด้วยกรรมการฝ่ายนายจ้าง กรรมการฝ่ายลูกจ้าง และกรรมการจากภาครัฐบาล และอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัติกองทุนเงินทดแทน พ.ศ. 2537 (ฉบับแก้ไขปรับปรุง)

ความหมายของการประกันสังคมในสมัยปัจจุบันคือ โครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาล มีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความมั่นคงหรือหลักประกันให้แก่ประชาชน โดยมีวิธีการจัดเก็บรายได้ส่วนหนึ่งจากประชาชนที่มีรายได้ เงินที่เก็บนี้นำมาสมทบรวมกันเป็นกองทุนกลาง นำมาใช้จ่ายเป็นค่าทดแทนให้แก่ประชาชนตามเงื่อนไขที่กำหนดเงินที่เรียกเก็บนี้หากเป็นกรณีเก็บจากผู้ที่ทำงานรับจ้าง ก็ให้นายจ้างจ่ายสมทบเท่ากับที่ลูกจ้างจ่ายเสมอ และในทุกกรณีรัฐบาลจะจ่ายสมทบด้วยแต่เป็นจำนวนเงินน้อยกว่าที่นายจ้างจ่ายเสมอ และเป็นจำนวนเงินน้อยกว่าที่ลูกจ้างจ่ายเสมอ

[แก้] อัตราเรียกเก็บเงินสมทบ

ปัจจุบันอัตราเรียกเก็บอยู่ที่ร้อยละ 5 โดยลูกจ้างต้องต่ายสำหรับกรณี เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร ร้อยละ 1.5 สงเคราะห์บุตรและชราภาพ ร้อยละ 3 และ กรณีว่างงาน ร้อยละ 0.5เช่นเดียวกับนายจ้างที่ต้องจ่ายให้ลูกจ้างกรณี เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร ร้อยละ 1.5 สงเคราะห์บุตรและชราภาพ ร้อยละ 3 และ กรณีว่างงาน ร้อยละ 0.5 ในขณะที่รัฐบาลจ่ายกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร ร้อยละ 0.5 สงเคราะห์บุตรและชราภาพ ร้อยละ 0.5 และ กรณีว่างงาน ร้อยละ 0.25

[แก้] ผู้บริหาร

ปัจจุบันนายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์เป็นประธานกรรมการประกันสังคม และนายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ เป็นเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมนางดุษฎี อัมรานุรักษ์ เป็น รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ดร.อารักษ์ พรหมณีเป็น รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

[แก้] หน้าที่หลัก

สำนักงานประกันสังคมมีหน้าที่หลัก ๆ ที่ต้องดูแลผู้ประกันตนดังต่อไปนี้
1.การรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกันตนกรณีต่าง ๆรวมถึงดูแลข้อพิพาทระหว่างโรงพยาบาลกับผู้ประกันตนในเบื้องต้น
2.การจัดการและตรวจสอบกองทุนเงินทดแทนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคมเนื่องจากกองทุนทดแทนมีข้อบังคับที่ชัดเจนในเรื่องการบาดเจ็บจากการทำงานถึงจะทำการเบิกจ่ายได้
3.บริหารเงินของผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาลโดยพยายามให้ได้กำไรเสมอไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม
4.รับการแจ้งเรื่องการขอเป็นผู้ประกันตนการลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน
5.รับการแจ้งเรื่องเบิกจ่ายเงินค่าทันตกรรมของผู้ประกันตน ซึ่งปัจจุบันเบิกได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 300 บาท
6.แจ้งข่าวสารให้บริษัทและผู้ประกันตนรับทราบรวมถึงการประสานงานที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทอันเป็นตัวแทนผู้ประกันตน
7.สำรองจ่ายงบฉุกเฉินเท่าที่จำเป็นในกรณีที่มีการประสบอันตรายฉุกเฉินสามารถรักษาได้ในโรงพยาบาลเฉพาะที่รับบัตรประกันสังคมทั่วราชอาณาจักรไทย
8.ดูแลการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม อาทิเช่นกรณีคนไข้ต้องเข้าพักในโรงพยาบาล หรือต้องเคลื่อนย้ายคนไข้ด้วยรถพยาบาลรวมถึงให้การเบิกจ่ายเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรมและสามารถตรวจสอบได้
9.รับแจ้งเรื่องขอเงินสงเคราะห์บุตรของผู้ประกันตน และการเสียชีวิตของผู้ประกันตนรวมถึงตรวจสอบการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคมอาทิเช่นการเสียชีวิตจากการทำงานหรือการเสียชีวิจจากเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

นอกจากนั้นสำนักงานประกันสังคมยังได้มีส่วนในการช่วยเหลือบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่นายจ้างและลูกจ้างในประเทศต่าง ๆ เฉพาะประเทศไทยสำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินนโยบายที่หยืดหยุ่นในการเรียกเก็บเงินจากนายจ้างและลูกจ้างโดยเรียกเก็บให้ต่ำลงกว่าร้อยละ 5 ในบางครั้งบางคราวเช่นกรณีอุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554 เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างและนายจ้างหรือกรณีการเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะมีผลในปี พ.ศ. 2556

[แก้] ผลการดำเนินการที่ผ่านมา

กองทุนเงินประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมได้บริหารเงินในกองทุนให้ได้กำไรโดยผ่านการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ และมีหน้าที่รายงานผลการลงทุน ในปี พ.ศ. 2551 ระหว่างเกิดวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ สำนักงานประกันสังคมรายงานกำไรจากการลงทุนว่าได้กำไรถึง 367 ล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในปีเดียวกันพบว่ามีความแตกต่างเป็นอย่างมาก โดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการบริหารเงินสมาชิกปี 51 ขาดทุน 74,000 ล้านบาท

สำนักงานประกันสังคมได้ขยายการคุ้มครองยาในบัญชีสำหรับผลผู้ทางสุขภาพจิต หรือผู้ป่วยจิตเวชโดยสามารถเบิกยาในบัญชีได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 และในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554 สำนักงานประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์บริการทางการแพทย์ กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลอื่น ซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

[แก้] หน่วยงานอื่น

  • สำนักบริหารการลงทุน
  • สำนักงานกองทุนเงินทดแทน
  • กองคลัง

[แก้] อ้างอิง