ปูนซิเมนต์ไทย
| บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) | |
|---|---|
| ประเภท | บริษัทมหาชน (SET:SCC) |
| ก่อตั้งเมื่อ | พ.ศ. 2456 |
| บุคลากรหลัก | กานต์ ตระกูลฮุน |
| ผลิตภัณฑ์ | วัสดุก่อสร้าง |
| รายได้ | US$ Bill 7.8 (2009) |
| จำนวนพนักงาน | 30,000 คน |
| คำขวัญ | Drawing the future. |
| เว็บไซต์ | www.scg.co.th |
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เครือซิเมนต์ไทย (อังกฤษ: SCG) หรือในบางครั้งนิยมเรียกว่า "ปูนใหญ่" ปัจจุบันใช้ชื่อเรียกทั้งกลุ่มธุรกิจว่า "เอสซีจี" (Siam Cement Group) เริ่มดำเนินการครั้งแรกเป็นผู้ผลิตปูนซิเมนต์และต่อมาได้มีการขยายกิจการไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กระดาษ โลหะ เครื่องจักรกล ปิโตรเคมี ธุจกิจจัดจำหน่าย เป็นต้น มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ประมาณ 30% ที่เหลืออีก 70% ถือหุ้น โดยนักลงทุนทั่วไป และนักลงทุนสถาบัน
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
ในปีพุทธศักราช 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้ง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ขึ้น ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้ประเทศไทยผลิตปูนซีเมนต์ใช้เอง ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเพื่อจัดสรรการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างคุ้มค่า
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ได้มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดมา ตามสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จนเป็น “เครือซิเมนต์ไทย”(SCG) กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมที่มีประวัติยาวนานที่สุด และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
[แก้] เครือซิเมนต์ไทย หรือ SCG
ปัจจุบัน SCG มีบริษัทสำคัญกว่า 100 บริษัท มีพนักงานทั้งสิ้นประมาณ 28,000 คน ผลิตสินค้ากว่า 64,000 รายการ เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก แต่เดิม SCG ดำเนินธุรกิจอยู่ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม แต่หลังจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 SCG ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารและการดำเนินธุรกิจขนานใหญ่ จนกระทั่งในปัจจุบัน SCG คงเหลือไว้ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่สำคัญ 6 กลุ่ม ได้แก่ ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ปิโตรเคมี กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจจัดจำหน่าย และธุรกิจการลงทุน
[แก้] กลุ่มธุรกิจซีเมนต์ หรือ SCG Cement
ธุรกิจซีเมนต์ถือเป็นธุรกิจแรกของ SCG เกิดขึ้นพร้อมกับการก่อตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ในปี พ.ศ. 2456 และถือเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายแรกของประเทศไทย แรกเริ่มมีผลิตภัณฑ์ คือ ปูนตราช้าง ปูนตราเสือ และ ปูนตราเอราวัณ(ในอดีต) เป็นหลัก ในปัจจุบัน SCG Cement ได้มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องประกอบกับการวิจัยและพัฒนาทำให้มีผลิตภัณฑ์และบริการออกสู่ท้องตลาดอีกหลากหลาย อาทิเช่น ปูนซีเมนต์ คอนกรีตผสมเสร็จ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ปูนซีเมนต์ขาว และวัสดุทนไฟ รวมทั้งให้บริการด้านเทคนิคและการติดตั้งโรงงานแก่ลูกค้าทั้งในและนอก SCG โดยมีบริษัทหลักคือ บริษัทปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด และมีธุรกิจปูนซีเมนต์ในประเทศกัมพูชา K-Cement
[แก้] กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง หรือ SCG Building Materials
SCG เริ่มเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในปี พ.ศ. 2481 นับเป็นธุรกิจที่สองของ SCG โดยเริ่มจากการผลิตกระเบื้องมุงหลังคา ปัจจุบันธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีการผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งหลากหลายประเภท ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์หลังคา กระเบื้องเซรามิก สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ บล็อกปูถนน ฉนวนกันความร้อน
[แก้] กลุ่มธุรกิจจัดจำหน่าย หรือ SCG Distribution
SCG เริ่มเข้าสู่ธุรกิจจัดจำหน่าย ในปี พ.ศ. 2505 ปัจจุบันธุรกิจจัดจำหน่าย ดำเนินธุรกิจการค้าภายในประเทศผ่านผู้แทนจำหน่าย การค้าระหว่างประเทศ รวมทั้ง บริการด้านการขนส่ง กระจายสินค้า และคลังสินค้า ได้พัฒนาช่องทางการค้าปลีก และมีธุรกิจนำเข้า แบะส่งออกสินค้าในทุกทวีปทั่วโลกผ่าน บริษัท เอสซีจี ค้าสากล จำกัด หรือ SCG Trading
[แก้] กลุ่มธุรกิจกระดาษ หรือ SCG Paper
SCG เข้าสู่ธุรกิจกระดาษ ในปี พ.ศ. 2519 ปัจจุบันธุรกิจกระดาษมีการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ประกอบด้วย เยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษอุตสาหกรรม และบรรจุภัณฑ์
[แก้] กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี หรือ SCG Chemicals
SCG เข้าสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ในปี พ.ศ. 2526 ปัจจุบัน ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ผลิตและจำหน่าย เคมีภัณฑ์ครบวงจร ตั้งแต่ขั้นต้น ได้แก่ โอเลฟินส์ ขั้นกลาง ได้แก่ สไตรีนโมโนเมอร์ พีทีเอ และเอ็มเอ็มเอ และขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง4 ประเภท ได้แก่ โพลิเอททีลีน โพลิโพรไพลีน โพลิไวนิลคลอไรด์ และโพลิสไตรีน โดยมีบริษัทหลักคือ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด
[แก้] ธุรกิจการลงทุน หรือ SCG Investment
บริษัทซิเมนต์ไทย โฮลดิ้ง ดูแลด้านการลงทุนในกิจการต่างๆ ของ SCG ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้เป็น บริษัทร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ อาทิ Kubota, Yamato Kogyo, Aisin Takaoka Group, Nippon Steel, Toyota Motor, Michelin, Hayes Lemmerz International เป็นต้น นอกจากนี้ยังดูแลธุรกิจที่ดิน อุตสาหกรรมร่วมกับ Hemaraj Development
[แก้] อุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจ
แนวทางในการดำเนินธุรกิจของ SCG นั้นประกอบด้วย 4 สิ่ง คือ "ตั้งมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม" ซึ่งยึดถือเป็นแนวปฏิบัติกของพนักงานทุกคนไล่มาตั้งแต่ระดับคณะจัดการ จนกระทั่งถึงพนักงานทุกระดับ
[แก้] ตั้งมั่นในความเป็นธรรม
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ SCG ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้สินค้า ผู้ถือหุ้น หุ้นส่วนธุรกิจ ผู้ที่ดำเนินธุรกิจด้วย หรือพนักงาน จะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ขณะประกอบธุรกิจ หรือทำงานร่วมกับ SCG
[แก้] มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ
มุ่งกระทำการทุกอย่าง ด้วยความตั้งใจให้เกิดผลในทางที่ดีกว่าเสมอ โดยมุ่งมั่นที่จะประกอบธุรกิจอย่างดีเยี่ยม เต็มความสามารถ ขณะเดียวกันก็พยายามหาแนวทาง การพัฒนาสู่ความเป็นเลิศอยู่ตลอดเวลา และอย่างต่อเนื่อง
[แก้] เชื่อมั่นในคุณค่าของคน
ให้ความสำคัญต่อ คุณค่าของพนักงาน และถือว่าเขาเหล่านั้นคือสมบัติที่มีค่าที่สุดพยายามคัดสรรบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรมเข้ามาร่วมงาน ให้การฝึกฝน พัฒนา และดูแลอย่างดี ด้วยสวัสดิการ และผลตอบแทนตามสมควร
[แก้] ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม
ตั้งเจตนารมณ์ไว้ว่า จะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบที่พึงมีต่อ ประเทศชาติและสังคมส่วนรวมเป็นสำคัญจะประพฤติตนเป็นพลเมืองดีทำประโยชน์ให้แก่สังคม และทุกชุมชนที่ SCG ดำเนินธุรกิจอยู่
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- http://www.scg.co.th/
- http://www.scg.co.th/th/04investor_governance/01_investor_information.html
- Forbes Global 2000 (2007)