การโจมตีท่าเรือเพิร์ล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามมหาสมุทรแปซิฟิก สงครามโลกครั้งที่สอง
การโจมตีของญี่ปุ่น
วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1941
สถานที่ อ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ สหรัฐอเมริกา
ผลลัพธ์ จักวรรดิญี่ปุ่นชนะในยุทธวิธี แต่ล้มเหลวในเชิงยุทธศาสตร์
สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง
คู่ขัดแย้ง
US flag 48 stars.svg สหรัฐอเมริกา Flag of Japan.svg จักรวรรดิญี่ปุ่น
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
พลเรือโทวอลเตอร์ โชรต์
พลเรือเอกฮัซแบร์ด อี.คิมเมล
นายพลเรืออิโซโรกุ ยามาโมโต
พลเรือเอกเคอิโงะ คุซากะ
กำลังพลสูญเสีย
ทหาร 2408 นาย
เรือรบประจัญบาน ยูเอสเอส อริโซน่า
เรือรบอื่นๆ 18 ลำ
เครื่องบิน 400 ลำ
เครื่องบิน 31 ลำ
นักบิน 64 คน
เรือดำน้ำ 5 ลำ
ถูกจับกุมได้ 1 คน
เรือสงครามถูกทำลาย

การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ เป็นการโจมตีฉับพลันของจักรวรรดิญี่ปุ่นต่อฝ่ายกองทัพอเมริกา โดยการโจมตีเกิดขึ้นที่ อ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ รัฐฮาวาย ในสหรัฐอเมริกา วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) ในการโจมตีนี้สร้างความเสียหายแก่ฝ่ายกองทัพสหรัฐอเมริกามาก โดยเรือรบสูญเสีย 12 ลำรวมทั้งเรือรบประจัญบาน ยูเอสเอสอริโซน่าเป็นเรือรบอันแสนภาคภูมิใจของอเมริกา เครื่องบิน 188 ลำ ทหารอเมริกันเสียชีวิต 2,403 คน และ ประชาชน 68 คน

สาเหตุของการโจมตี[แก้]

ผลสืบเนื่องมาจากสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 จุดเริ่มต้นของสงครามคือจักรวรรดิญี่ปุ่นได้บุกเข้ายึดครองดินแดนแมนจูเรียหลังเกิดกรณีมุกเดน เพราะเนื่องจากญี่ปุ่นได้เล็งเห็นผลประโยชน์ในดินแดนแมนจูเรียหลายประการ หลังจากยึดครองสำเร็จก็แต่งตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดให้อยู่ภายใต้การนำของจักรวรรดิญี่ปุ่น โดยมีจักรพรรดิปูยี (อดีตจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิง1) ให้มาเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและเป็นจักรพรรดิแห่งแมนจูเรียได้แต่เพียงในนามเท่านั้น เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจแก่สาธารณรัฐจีนเป็นอย่างมากจึงได้ไปร้องเรียนขอความช่วยเหลือไปยังสันนิบาตชาติ เวลาต่อมาสันนิบาตชาติดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นสันนิบาตชาติก็ได้ลงความเห็นเห็นว่า จักรวรรดิญี่ปุ่นเป็นฝ่ายผิดและเป็นผู้รุกราน จึงออกแถลงการณ์ลิตตัน เพื่อประณามการกระทำของญี่ปุ่นในการรุกรานแมนจูเรียและออกคำสั่งให้ญี่ปุ่นถอนกองทัพออกจากดินแดนแมนจูเรีย ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจพร้อมประกาศถอนตัวออกจากสันนิบาตชาติไปโดยสิ้นเชิง

ด้วยการที่สันนิบาตชาติทำอะไรกับญี่ปุ่นไม่ได้ ทำให้จีนผิดหวังและญี่ปุ่นก็เริ่มฮึกเหิมที่คิดจะทำการยึดครองจีนต่อไปโดยไม่มีประเทศใดๆมาขัดขวาง และแล้วจักรวรรดิญี่ปุ่นก็ได้ส่งกองทัพเข้าไปรุกรานจีนได้อย่างเต็มตัว แม้กองทัพจีนจะพยายามต้านทานอย่างสุดกำลังแต่ก็ไม่อาจต้านทานกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ทำให้จีนต้องสูญเสียดินแดนให้กับญี่ปุ่น เช่น ปักกิ่ง เป่ยผิง เทียนจิน เป็นต้น ในขณะเดียวกันเมืองนานกิงเองก็ได้ถูกกองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดครองและทำการสังหารหมู่ชาวจีนไปเป็นจำนวนมาก สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวจีนเป็นอย่างมาก

ในช่วงที่กองทัพจีนได้พ่ายแพ้กองทัพญี่ปุ่นมาติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง และแล้วความหวังก็ได้ปรากฏขึ้น เนื่องจากจีนได้เล็งเห็นประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็นชาติมหาอำนาจหนึ่งที่สามารถถ่วงดุลอำนาจของจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ ดังนั้นจีนจึงส่งขอความช่วยเหลือไปยังสหรัฐฯทันที แม้ว่าสหรัฐฯจะพยายามทำตัวเป็นกลางไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามก็ตามแต่ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือกับจีนอย่างเต็มที่

สหรัฐฯภายใต้การนำโดยประธานาธิปดีรูสเวลท์ก็ได้ประกาศยุติการส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่น เช่น น้ำมัน เหล็ก เป็นต้น ทำให้ญี่ปุ่นขาดปัจจัยในการบำรุงกองทัพโดยเฉพาะน้ำมัน ทำให้การบุกเข้ายึดจีนต่อไปต้องหยุดชะงักลง จักรวรรดิญี่ปุ่นญี่ปุ่นจึงได้ส่งทูตไปเจรจากับสหรัฐฯเพื่อขอให้ส่งน้ำมันต่อ แต่ว่าการเจรจาก็ล้มเหลวหมดเพราะสหรัฐฯได้ยื่นคำขาดว่าให้ญี่ปุ่นยุติการยึดครองจีน และถอนกำลังออกจากอินโดจีนไป ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจโจมตีที่อ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ที่อยู่บริเวณของหมู่เกาะฮาวายที่เป็นฐานทัพเรือสหรัฐฯประจำภาคพื้นทะเลแปซิพิกด้วยการเป็นอย่างลับๆ เพื่อเปิดเส้นทางการขยายอำนาจในภาคพื้นทะเลแปซิพิกแก่จักรวรรดิญี่ปุ่น

แต่มีอีกกระแสหนึ่งระบุว่า การโจมตีของญี่ปุ่นที่เพิร์ลฮาเบอร์นั้น อเมริการู้ทันญี่ปุ่น เพียงแต่ต้องการเหตุผลที่จะเข้าร่วมสงครามโดยชอบธรรมเท่านั้น ซึ่งแนวรบแปซิฟิก มีเพียงญี่ปุ่นประเทศเดียวที่เป็นคู่สงคราม เพราะถ้าหากอเมริกาทุ่มกำลังไปที่ยุโรปในขณะนั้นซึ่งฝ่ายอักษะ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี่ ที่แข็งแกร่งกว่า อเมริกาจะสูญเสียมากกว่า อเมริกาจึงหันมาเปิดศึกกับญี่ปุ่น โดยการเสียเรือรบไม่กี่ลำและจำนวนทหารไม่มาก แลกกับทรัพยากรทั้งน่านน้ำทั้งหมดของแปซิฟิก เป็นการสูญเสียที่คุ้มค่า โดยการสูญเสียของกำลังพลแนวรบแปซิฟิกที่เพิร์ลนั้น ไม่มีการสูญเสียเรือบรรทุกเครื่องบินที่ในสมัยนั้นถือว่าเป็นตัวตัดสินชะตาการรบเลยแม้แต่ลำเดียว และเรือรบจำนวนหนึ่งทีเสียไปนั้น ด้วยกำลังผลิตที่สูง อเมริกาสามารถสร้างเรือรบทดแทนในส่วนที่เสียไปที่เพิร์ลฮาเบอร์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ลำดับเหตุการณ์[แก้]

ในวันที่ 7 ธันวาคมพ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นเริ่มลงมือด้วยการซ่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบินแล้วเข้าใกล้อ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ให้ได้มากที่สุดแล้วนำเครื่องบินบินต่ำหลบคลื่นเรดาร์ อมริกาตรวจพบเครื่องบิน400ลำกำลังเข้าเกาะ ปรากฏว่าทหารอเมริกาคิดว่าเป็นเครื่องบินของตนบินกลับมาจากจีน เครื่องบินของกองทัพญี่ปุ่นยิ่งเข้าใกล้เกาะขึ้นเรื่อยๆในขณะที่ทหารเรือกำลังตกปลาอยู่ แผนการรบทั้งหมดคิดโดย นายพลเรืออิโซโรกุ ยามาโมโต และได้ดัดแปลงตอร์ปิโดคือใส่ไม้รูปทรงคล้ายๆกล่องเข้าไปที่ใบพัดจึงทำให้สามารถยิงในน้ำตื้นได้ การรบดังกล่าวทำให้เกิดความสูญเสียอย่างหนักคือ ทหาร2408 นาย เรือรบ 18 ลำ เครื่องบิน 400 ลำ และทำให้สหรัฐอเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่นในที่สุด

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]