โยโกฮามะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โยะโกะฮะมะ)
Jump to navigation Jump to search
โยโกฮามะ
横浜
นครโดยรัฐบัญญัติ
横浜市 · นครโยโกฮามะ
จากบนซ้าย: มินะโตะมิไร 21, โยโกฮามะไชนาทาวน์, นิปปงมะรุ, สถานีรถไฟโยโกฮามะ, โยโกฮามะมารีนทาวเวอร์
ธงของโยโกฮามะ
ธง
โลโกอย่างเป็นทางการของโยโกฮามะ
Logo
ที่ตั้งของโยโกฮามะใน จังหวัดคานางาวะ
ที่ตั้งของโยโกฮามะใน จังหวัดคานางาวะ
โยโกฮามะ is located in ญี่ปุ่น
โยโกฮามะ
โยโกฮามะ
 
พิกัดภูมิศาสตร์: 35°26′39″N 139°38′17″E / 35.44417°N 139.63806°E / 35.44417; 139.63806พิกัดภูมิศาสตร์: 35°26′39″N 139°38′17″E / 35.44417°N 139.63806°E / 35.44417; 139.63806
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภูมิภาค คันโต
จังหวัด คานางาวะ
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี ฟุมิโกะ ฮะยะชิ
พื้นที่
 • ทั้งหมด 437.38 ตร.กม. (168.87 ตร.ไมล์)
ประชากร (1 สิงหาคม 2011)
 • ทั้งหมด 3,692,588
 • ความหนาแน่น 8,400 คน/ตร.กม. (22,000 คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลา เวลามาตรฐานญี่ปุ่น (UTC+9)
– ต้นไม้ Camellia, Chinquapin, Sangoju
Sasanqua, Ginkgo, Zelkova
– ดอกไม้ กุหลาบ
โทรศัพท์ 045-671-2121
ที่อยู่ 1-1 Minato-chō, Naka-ku, Yokohama-shi, Kanagawa-ken
231-0017
เว็บไซต์ www.city.yokohama.lg.jp

นครโยโกฮามะ (ญี่ปุ่น: 横浜市 โยโกฮามะ-ชิ) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองเรียงตามประชากรของประเทศญี่ปุ่นรองจากกรุงโตเกียว และยังถือเป็นเขตเทศบาลที่มีประชากรมากที่สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองเอกของจังหวัดคานางาวะ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวโตเกียวทางใต้ของกรุงโตเกียวในภาคคันโตบนเกาะหลักฮนชู โยโกฮามะถือเป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่สำคัญของเขตอภิมหานครโตเกียว

ประวัติศาสตร์[แก้]

การเปิดท่าเรือตามสนธิสัญญา (ค.ศ. 1859–1868)[แก้]

กองเรือปืนสหรัฐของ พลเรือจัตวา เพอร์รี เข้าเทียบท่าที่โยโกฮามะเพื่อเข้าพบกับข้าหลวงญี่ปุ่น กรกฎาคม 1853

โยโกฮามะเดิมเป็นหมู่บ้านประมงขนาดเล็ก จากนโยบายปิดประเทศของญี่ปุ่นทำให้มีการติดต่อกับชาวต่างชาติเพียงน้อยนิด[1] จุดเปลี่ยนผ่านสำคัญเกิดขึ้นระหว่างปี 1853–54 เมื่อกองเรือปืนของสหรัฐอเมริกานำโดย พลเรือจัตวา แมทธิว ซี. เพอร์รี เดินทางมาถึงทางใต้ของโยโกฮามะ ได้กดดันให้รัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะซึ่งปกครองญี่ปุ่นอยู่ในขณะนั้นยอมลงนามในสนธิสัญญาคานางาวะ ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นต้องเปิดท่าเรือหลายแห่งเพื่อการค้าขาย[2]

ข้อตกลงในขั้นต้นคือ จะต้องมีท่าเรือหนึ่งแห่งสำหรับเรือต่างชาติเปิดขึ้นที่คานางาวะจุกุ (ปัจจุบันคือเขตคานางาวะ) บนถนนสายโทไกโด ซึ่งเป็นเส้นทางหลักซึ่งเชื่อมระหว่างเอะโดะ, เคียวโตะ และ โอซะกะ อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลโชกุนติดสินใจว่า คานางาวะจุกุนั้นอยู่ใกล้กับโทไกโดมากเกินไป เพื่อความสะดวกจึงหันไปสร้างท่าเรือพาณิชย์ขึ้นบริเวณหมู่บ้านชาวประมงโยโกฮามะแทน ในที่สุด ท่าเรือโยโกฮามะ ก็เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มิถุนายน 1859[3] การเกิดขึ้นของท่าเรือพาณิชย์ ทำให้โยโกฮามะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญของญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว

เรือพาณิชย์ต่างชาติที่อ่าวโยโกฮามะ

ในปี 1862 ซะมุไรหนุ่มคนหนึ่งได้ไปสังหารพ่อค้าชาวอังกฤษในเขตสึนะมิเข้าจนเกิดเป็นกรณีนะมะมุงิ ความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับรัฐบาลโชกุนนั้นตึงเครียด และทางอังกฤษได้จัดตั้งกองทหารรักษาการณ์ของตนเพื่อปกป้องการค้าและผลประโยชน์ของอังกฤษในโยโกฮามะในปีเดียวกันนั้นเอง ในปีถัดมา ความตึงเครียดก็อุบัติเป็นสงครามอังกฤษ-ซะสึมะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อมอำนาจของโชกุน ในช่วงเดียวกันนี้ จำนวนพ่อค้าชาวจีนที่เข้ามาพำนักอยู่ในโยโกฮามะก็เพิ่มขึ้นจำนวนมาก[4]

โยโกฮามะยังเป็นแหล่งแผยแพร่แฟชั่นและวัฒนธรรมตะวันตกแก่ชาวญี่ปุ่นอีกด้วย ในปี 1861 มีการเกิดขึ้นของหนังสือพิงม์ภาษาอังกฤษในญี่ปุ่นฉบับแรก Japan Herald และในปี 1865 ก็มีการนำไอศรีมและเบียร์เข้ามาผลิตในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก[5] ตลอดจนมีการจัดตั้งสโมสรและสนามแข่งม้าแบบตะวันตกแห่งแรกในญี่ปุ่นในปี 1862 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในโยโกฮามะซึ่งได้ทำลายชุมชนของชาวต่างชาติไปเป็นจำนวนมากในเดือนพฤศจิกายน 1866 หรือตลอดจนการระบาดของไข้ทรพิษ แต่เมืองโยโกฮามะก็ยังเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว

ยุคเมจิและไทโช (ค.ศ. 1868–1923)[แก้]

ทัศนียภาพเมืองโยโกฮามะในยุคเมจิ

ภายหลังการฟื้นฟูพระราชอำนาจในปี 1868 ท่าเรือโยโกฮามะก็ถูกพัฒนาเพื่อการค้าขายผ้าทอโดยมีอังกฤษเป็นคู่ค้าหลัก อิทธิพลและการส่งผ่านเทคโนโลยีของตะวันตกได้ช่วยให้เกิดหนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกของญี่ปุ่น (1870) โคมไฟส่องถนนพลังก๊าซ (1872) และทางรถไฟสายแรกของญี่ปุ่นระหว่างโยโกฮามะ–ชินะงะวะมินะโตะในโตเกียว (1872) เป็นปีเดียวกันกับที่ ฌูล แวร์น ได้เขียนพรรณาเมืองฮิโระชิมะซึ่งเขาไม่เคยได้ไปเยือนมาก่อน ในตอนหนึ่งของหนังสือของเขา Around the World in Eighty Days ซึ่งสะท้อนถึงเมืองที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นเมืองนานาชาติในดินแดนตะวันออก ในปี 1887 พ่อค้าชาวอังกฤษนาม ซามูเอล ค็อกกิง ได้สร้างโรงไฟฟ้าแห่งแรกของเมืองนี้ ซึ่งในช่วงแรกใช้เพื่อกิจการส่วนตัว โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้เองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทไฟฟ้าและแสงสว่างโยโกฮามะ เดือนเมษายน 1889 เมืองโยโกฮามะทั้งสองเขตถูกรวมไปหนึ่งเดียวจากการยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในเขตต่างชาติ

ต้นศตวรรษที่ 20 เป็นยุคที่อุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจำนวนมากสร้างโรงงานบนที่ดินถมทะเลบริเวณทางเหนือของเมืองไปจนถึงเมืองคะวะซะกิ ซึ่งในที่สุดพื้นที่นี้ก็กลายเป็นเขตอุตสาหกรรมเคฮิง การเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมญี่ปุ่นได้นำมาซึ่งความมั่งคั่ง และครอบครัวพ่อค้าที่ร่ำรวยจำนวนมากก็ได้มาตั้งรกรากที่นี่ ประชากรที่ไหลบ่าเข้ามาจากทั่วญี่ปุ่นและเกาหลีได้ส่งผลให้เกิด โคะจิกิ-ยะโตะ ชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นขึ้น

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสงครามโลกครั้งที่สอง (ค.ศ. 1923–1945)[แก้]

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโตวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1923 ได้ทำลายเมืองโยโกฮามะลงอย่างกว้างขวาง ตำรวจโยโกฮามะรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตถึง 30,771 คนและผู้บาดเจ็บอีก 47,908 ราย ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวโยโกฮามะมีประชากรทั้งสิ้น 434,170 คน[6] มีการก่อความไม่สงบและวินาศกรรมขึ้น ผู้ต้องหาส่วนมากเป็นชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในสลัมโคะจิกิยะโตะ[7] ขณะนั้น มีคนจำนวนมากที่เชื่อว่าเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่หลวงนี้เกิดขึ้นจากการใช้มนต์ดำโดยพวกเกาหลี จากความไม่สงบที่เกิดขึ้นทำให้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก แผ่นดินไหวครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดซากปรักหักพังมากมาย ซึ่งหลายบริเวณก็ถูกแปรสภาพเป็นสวนสาธารณะ อาทิ สวนสาธารณะยะมะชิตะ

แม้เมืองจะได้รับการบูรณะและกลับมายืนหยัดอย่างรวดเร็ว แต่โยโกฮามะก็ถูกทำลายลงอีกครั้งจากการทิ้งระเบิดทางอากาศของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การทิ้งระเบิดเพลิงในเช้าวันที่ 29 พฤษภาคม 1945 ครั้งเดียวได้คร่าชีวิตผู้คนในโยโกฮามะไปกว่า 7-8 พันคน การทิ้งระเบิดครั้งนั้นเป็นที่รู้จักในชื่อ "การทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ที่โยโกฮามะ" ซึ่งใช้เวลาในการทิ้งระเบิด 1 ชั่วโมง 9 นาที โดยเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-29[8]

ประชากรแบ่งตามปี[แก้]

ประชากรของนครโยโกฮามะ
ปีที่ทำสำมะโน ประชากร อันดับเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น
1920 422,942 ที่ 6 (รองจาก โคเบะ, เคียวโตะ, นะโงะยะ, โอซะกะ และ โตเกียว)
1925 405,888 ที่ 6
1930 620,306 ที่ 6
1935 704,290 ที่ 6
1940 968,091 ที่ 5 (นำหน้า โคเบะ)
1945 814,379 ที่ 4 (ยุบเมืองโตเกียวในปี 1943)
1950 951,189 ที่ 4
1955 1,143,687 ที่ 4
1960 1,375,710 ที่ 3 (นำหน้า เคียวโตะ)
1965 1,788,915 ที่ 3
1970 2,238,264 ที่ 2 (นำหน้า นะโงะยะ)
1975 2,621,771 ที่ 2
1980 2,773,674 ที่ 1 (นำหน้า โอซะกะ)[9]
1985 2,992,926 ที่ 1
1990 3,220,331 ที่ 1
1995 3,307,136 ที่ 1
2000 3,426,651 ที่ 1
2005 3,579,133 ที่ 1
2010 3,670,669 ที่ 1
2015 3,710,824 ที่ 1

ภูมิอากาศ[แก้]

ข้อมูลภูมิอากาศของนครโยโกฮามะ (ค.ศ. 1981–2010)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึก °C (°F) 20.8
(69.4)
24.8
(76.6)
24.5
(76.1)
28.7
(83.7)
31.1
(88)
35.5
(95.9)
36.9
(98.4)
37.4
(99.3)
36.2
(97.2)
30.9
(87.6)
26.2
(79.2)
23.5
(74.3)
37.4
(99.3)
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 9.9
(49.8)
10.3
(50.5)
13.2
(55.8)
18.5
(65.3)
22.4
(72.3)
24.9
(76.8)
28.7
(83.7)
30.6
(87.1)
26.7
(80.1)
21.5
(70.7)
16.7
(62.1)
12.4
(54.3)
19.7
(67.5)
อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) 5.9
(42.6)
6.2
(43.2)
9.1
(48.4)
14.2
(57.6)
18.3
(64.9)
21.3
(70.3)
25.0
(77)
26.7
(80.1)
23.3
(73.9)
18.0
(64.4)
13.0
(55.4)
8.5
(47.3)
15.8
(60.4)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 2.3
(36.1)
2.6
(36.7)
5.3
(41.5)
10.4
(50.7)
15.0
(59)
18.6
(65.5)
22.4
(72.3)
24.0
(75.2)
20.6
(69.1)
15.0
(59)
9.6
(49.3)
4.9
(40.8)
12.5
(54.5)
อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยบันทึก °C (°F) -8.2
(17.2)
-6.8
(19.8)
-4.6
(23.7)
-0.5
(31.1)
3.6
(38.5)
9.2
(48.6)
13.3
(55.9)
15.5
(59.9)
11.2
(52.2)
2.2
(36)
-2.4
(27.7)
-5.6
(21.9)
-8.2
(17.2)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 58.9
(2.319)
67.5
(2.657)
140.7
(5.539)
144.1
(5.673)
152.2
(5.992)
190.4
(7.496)
168.9
(6.65)
165.0
(6.496)
233.8
(9.205)
205.5
(8.091)
107.0
(4.213)
54.8
(2.157)
1,688.8
(66.488)
ปริมาณหิมะ ซม (นิ้ว) 5
(2)
6
(2.4)
1
(0.4)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
12
(4.7)
ความชื้นร้อยละ 53 54 60 65 70 78 78 76 76 71 64 56 67
วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 0.5 mm) 6.0 6.7 11.8 11.1 11.5 13.6 11.7 8.7 12.7 11.5 8.3 5.5 119.1
วันที่มีหิมะตกโดยเฉลี่ย 1.6 2.3 0.7 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.3 4.9
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 186.4 164.0 159.5 175.2 177.1 131.7 162.9 206.3 130.7 141.0 149.3 180.4 1,964.4
แหล่งที่มา1: [10]
แหล่งที่มา 2: สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น [11] (รายงาน)

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

  • ศาลาอนุสรณ์ท่าเรือโยโกฮามะ (Yokohama Port Opening Memorial Hall) สร้างด้วยอิฐแดงสวยงาม สถานที่แห่งนี้รอดเงื้อมมือแผ่นดินไหว ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1923 และระเบิดของสงครามโลกครั้งที่สองมาได้อย่างมหัศจรรย์ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังเป็นสถานที่ราชการที่สำคัญอีกหลายแห่งรวมทั้งสำนักงานศุลกากรโยโกฮามะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล
  • มารีนทาวเวอร์ (Marine Tower) หอคอยสูง 106 เมตร รูปทรงทันสมัยตั้งเด่นตระหง่าน ยามค่ำคืนจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาถ่ายรูปบริเวณนี้
  • สวนสาธารณะยะมะชิตะ (Yamashita Park) ภายในสวนมีสิ่งน่าดูหลายอย่าง และยามค่ำคืนภายในสวนฤดูที่ท้องฟ้ากระจ่าง อาจได้ยินเสียงเพลงลอยมาไม่ไกลนักจากฝั่ง
  • ไชน่าทาวน์หรือชูกะไง (中華街) เป็นถิ่นชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเก่าแก่เกือบพอ ๆ กับย่านท่าเรือ มีอาหารให้เลือกรับประทานมากมาย ภัตตาคารอาหารมีอยู่ราว 150 ร้าน ร้านจำหน่ายขนมหวานที่นำเข้าจากจีน และสินค้าเบ็ดเตล็ดจากที่อื่น ๆ ในเอเชีย
  • พิพิธภัณฑ์ยะมะเตะ (Yamate Museum) อยู่ไม่ไกลนักจากสุสาน จัดแสดงวิถีชีวิตชุมชนชาวต่างชาติในยุคแรก ๆ ของที่นี่ได้อย่างแปลกตา และพิพิธภัณฑ์ยังตั้งอยู่ใกล้โรงเบียร์แห่งแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ[แก้]

โยโกฮามะ มีความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่น้อง กับ 11 เมืองดังต่อไปนี้:

อ้างอิง[แก้]

  1. Der Große Brockhaus. 16. edition. Vol. 6. F. A. Brockhaus, Wiesbaden 1955, p. 82
  2. "Official Yokohama city website it is fresh". City.yokohama.jp. http://www.city.yokohama.jp/me/kyoiku/library/perry/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-05-05. 
  3. Arita, Erika, "Happy Birthday Yokohama!", The Japan Times, May 24, 2009, p. 7.
  4. Fukue, Natsuko, "Chinese immigrants played vital role", Japan Times, May 28, 2009, p. 3.
  5. Matsutani, Minoru, "Yokohama – city on the cutting edge", Japan Times, May 29, 2009, p. 3.
  6. Hammer, Joshua. (2006). Yokohama Burning: The Deadly 1923 Earthquake and Fire that Helped Forge the Path to World War II, p. 143.
  7. Hammer, pp. 149-170.
  8. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ interesting1
  9. Osaka was once more populous than Yokohama is today.
  10. "過去の気象データ検索: 平年値(年・月ごとの値) ("Historical Climate data for Yokohama")". สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น. http://www.data.jma.go.jp/obd/stats/etrn/view/nml_sfc_ym.php?prec_no=46&prec_ch=%90_%93%DE%90%EC%8C%A7&block_no=47670&block_ch=%89%A1%95l&year=2010&month=&day=&elm=normal&view=. 
  11. "観測史上1~10位の値( 年間を通じての値)". สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น. http://www.data.jma.go.jp/obd/stats/etrn/view/rank_s.php?prec_no=46&block_no=47670&year=&month=&day=&view=. 
  12. [_id_inhalt=8527984 "Frankfurt am Main: Yokohama"]. 2011 Stadt Frankfurt am Main. http://www.frankfurt.de/sixcms/detail.php?id=3932&_ffmpar[_id_inhalt]=8527984. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-12-22. 
  13. "Partner Cities of Lyon and Greater Lyon". 2008 Mairie de Lyon. http://www.lyon.fr/vdl/sections/en/villes_partenaires/villes_partenaires_2/?aIndex=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-07-17. 
  14. "Vancouver Twinning Relationships" (PDF). City of Vancouver. http://vancouver.ca/ctyclerk/cclerk/20080311/documents/a14.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-07-18. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]