แอร์บัส เอ310

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แอร์บัส เอ310
บทบาท อากาศยานไอพ่นลำตัวกว้าง
บริษัทผู้ผลิต แอร์บัส
บินครั้งแรก 3 เมษายน ค.ศ. 1982
สถานะ ในประจำการ
ผู้ใช้งานหลัก เฟดเอกซ์ เอกซ์เพรส
ช่วงการผลิต ค.ศ. 1983-1998
จำนวนที่ผลิต 255 ลำ[1]
พัฒนามาจาก แอร์บัส เอ 300

แอร์บัส เอ 310 (Airbus A310) เป็นเครื่องบินเครื่องบินพาณิชย์ลำตัวกว้างที่มีพิสัยการบินปานกลางถึงไกล ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยแอร์บัส โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1983 เป็นเครื่องบินรุ่นที่สองของแอร์บัส โดยเป็นรุ่นปรับปรุงจากรุ่นเอ 300 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวกว้างพิสัยไกลที่ใช้สองเครื่องยนต์เป็นรุ่นแรก

ประวัติ[แก้]

ในระหว่างโครงการพัฒนาเครื่องบินรุ่น A300 ได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ต่างๆ เกี่ยวกับขนาดของเครื่องบิน และความจุ จึงทำให้เกิดโครงการ A300B ขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับขนาดที่เล็กลง ในช่วงที่มีการเปิดตัวต้นแบบของรุ่น A300B1 ขึ้น สายการบินต่างๆ ก็เรียกร้องให้มีความจุผู้โดยมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการผลิตรุ่น A300B2 ขึ้นมา ในระว่างที่เครื่องบินรุ่น A300 นี้เริ่มเข้าประจำการ เป็นการแสดงให้เห็นอย่างสำคัญว่ายังสามารถทำการตลาดในส่วนของเครื่องบินขนาดเล็กกว่าได้ เนื่องจากสายการบินบางสายไม่ได้มีปริมาณผู้โดยสารมากพอที่จะใช้งานเครื่องรุ่น A300 หรือบางสายการบินต้องการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน หรือบางสายการบินต้องการเครื่องบินที่มีอัตราต้นทุนต่อที่นั่งต่ำลง (โดยเฉพาะ สวิสแอร์ และ ลุฟต์ฮันซา

แอร์บัสได้พยายามลดค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุดในการวิจัยและพัฒนาเครื่องบิน A300 รุ่นเล็กกว่า โดยทำการศึกษาในหลายโครงการในระยะแรก โดยเรียกว่า A300B10MC (Minimum Change - เปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุด) โดยลดปริมาณความจุผู้โดยสารลงเหลือเพียง 220 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สายการบินต่างๆ เรียกร้อง อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยนั้นทำให้ลำตัวเครื่องบินที่มีขนาดเล็กลงนั้น ยังมีขนาดของปีกที่ใหญ่เกินกว่าความจำเป็น รวมทั้งฐานล้อที่มีขนาดใหญ่เกิน ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์นั้นใช้แรงเกินความจำเป็นอันเนื่องมาจากน้ำหนัก

อีกหนึ่งปัญหาในสมัยนั้นคืออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งในสหราชอาณาจักร ในช่วงปีค.ศ.​1979-1980 อยู่ที่ 35% ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงราคาจำหน่ายของเครื่องบินที่สำเร็จ ในระหว่างโครงการพัฒนาของ A300 บริษัท Hawker Siddeley Aviation (HSA) ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัญญาการผลิตส่วนปีกของเครื่องบิน ภายหลังที่รัฐบาลสหราชอาณาจักร ได้ถอนความร่วมมือจากแอร์บัสในปีค.ศ. 1969 HSA ได้ร่วมทุนกับอีกสามบริษัทในปีค.ศ. 1977 เพื่อก่อตั้งบริษัท British Aerospace (BAe) ขึ้น และทางรัฐบาลในช่วงนั้นก็ได้แสดงเจตจำนงค์ในการกลับมาเข้ารวมโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม บริติชแอร์เวย์ และโรลส์-รอยส์ ก็ยังไม่ยกเลิกความพยายามที่จะเข้าร่วมกับประเทศสหรัฐอเมริกา ในกรณีของบริติชแอร์เวย์นั้น ได้มีการสั่งซื้อเครื่องบินจากโบอิง ในรุ่น 7N7 และ 7X7 ซึ่งต่อมาคือ โบอิง 757 และ โบอิง 767 ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญจองเครื่องบินรุ่น A310 ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงยังมีรุ่นที่สั่งคือ โบอิง 747 อีกด้วย ต่อมารัฐบาลฝรั่งเศสจึงเริ่มทำการเจรจาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1976 โดยกล่าวถึงคำสั่งซื้อเครื่องบินของบริติชแอร์เวย์ นั้นเป็นเงื่อนไขสำคัญของการกลับเข้าร่วมในแอร์บัสของสหราชอาณาจักรในฐานะผู้ร่วมโครงการ ซึ่งในระหว่างการเจรจานั้น BAe ก็ได้มีการพูดคุยกับโบอิง และ แมคดอนเนลล์ดักลาส เพื่อประเมินถึงโอกาสในการเข้าร่วมกับโครงการต่างๆ ในอนาคต ถึงแม้ว่าลอร์ดเบสวิค ซึ่งเป็นประธานบริษัทได้พูดถึงจุดยืนของบริษัทที่จะสนับสนุนยุโรป ต่อมาในปีค.ศ. 1978 เอริค วาร์ลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประกาศว่าบริษัท BAe นั้นต้องการจะกลับเข้าร่วมกับแอร์บัสตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1979 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้ BAe นั้นจะต้องย้ายหุ้นจำนวน 20% ของบริษัทเพื่อจ่ายให้กับแอร์บัส และจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเต็มในการพัฒนาและผลิตเครื่องบินรุ่น A310

การออกแบบ[แก้]

แอร์บัส เอ 310 เป็นโครงการพัฒนาต่อจากรุ่น เอ 300 โดยใช้ชื่อเรียกตอนแรกว่า A300B10 ซึ่งสรุปง่ายๆ คือ เป็นเครื่องบินรุ่น เอ 300 ที่มีขนาดสั้นลง โดยความแตกต่างหลักๆ ในสองรุ่นได้แก่:

  • ลำตัวเครื่องบินที่สั้นลง โดยขนาดหน้าตัดเท่ากัน โดยสามารถจุผู้โดยสารประมาณ 200 คน
  • ลำตัวส่วนท้ายเครื่องบินแบบใหม่ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มความจุได้มากขึ้น (การออกแบบใหม่นี้ยังใช้ในรุ่นของ เอ 300-600 และ เอ 330/ เอ 340)
  • ส่วนปีกแบบใหม่ (ลดความยาว และขนาดโดยรวม) ซึ่งออกแบบโดยบริษัทบริติช แอโรสเปซ ซึ่งต่อมาภายหลังได้รวมเข้ากับแอร์บัส
  • ปีกหลังที่มีพื้นที่เล็กลง
  • รุ่นหลังที่ผลิตตั้งแต่ปีค.ศ. 1985 เป็นต้นไป มีการออกแบบปลายปีกแบบ "fence" เพื่อลดแรงต้านลมบริเวณปลายปีก
  • จุดเชื่อมต่อเครื่องยนต์ (pylon) ซึ่งสามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์อากาศยานได้ทุกชนิด
  • เพิ่มการใช้งานวัสดุผสมในขั้นตอนการผลิตทั้งปฐมภูมิ และทุตยภูมิ
  • มีสปอยเลอร์ที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า
  • ปรับปรุงระบบไฟฟ้าสำรองกำลัง (Auxiliary Power Unit)[2]

ข้อมูลจำเพาะ[แก้]

แอร์บัสรุ่น A310-200F สำหรับขนส่งสินค้าของเฟดเอกซ์ เอกซ์เพรส กำลังลงจอดที่สนามบินนานาชาติดูไบ
เครื่องบินรุ่น A310-304 ของฮาปาคฟลาย กำลังเข้าหลุมจอดที่ท่าอากาศยานสตุตการ์ต
 [3] A310-200 A310-200F A310-300 A310-300F
นักบิน สอง
ความยาว 46.66 เมตร (153 ฟุต 1 นิ้ว)
ความสูง 15.8 เมตร (51 ฟุต 10 นิ้ว)
ความกว้างของปีก 43.9 เมตร (144 ฟุต)
พื้นที่ปีก 219 m2 (2,360 sq ft)
องศาปีก 28 °
พื้นที่หน้าตัด 5.64 เมตร (18 ฟุต 6 นิ้ว)
ความจุผู้โดยสาร 218 ที่นั่ง (3-class)
240 ที่นั่ง (2-class)
265 ที่นั่ง[4] (1-class)
สินค้าจำนวน 33t 218 ที่นั่ง (3-class)
240 ที่นั่ง (2-class)
265 ที่นั่ง (1-class)
สินค้าจำนวน 33t
น้ำหนักสูงสุดเมื่อนำเครื่องขึ้น (MTOW) 141,974 กก. (313,000 ปอนด์) 164,000 กก. (360,000 ปอนด์)*
น้ำหนักบรรทุกเปล่า (MZFW) 80,142 กก. (176,680 ปอนด์)(80.2 t) 72,400 กก. (160,000 ปอนด์) 83,100 กก. (183,000 ปอนด์) 73,900 กก. (163,000 ปอนด์)(73.9 t)
ความจุเชื้อเพลิงสูงสุด 55,200 ลิตร (แม่แบบ:Convert/USgal) 75,470 ลิตร (แม่แบบ:Convert/USgal)
ความเร็วปกติ (มัค) 0.80 (850 km/h.)
ความเร็วสูงสุด (มัค) 0.84 (901 km/h.)
เพดานบิน 12,500 m (41,000 ft)
แรงผลัก (×2) 50,000 แรงปอนด์ (220 kN) to 53,200 แรงปอนด์ (237 kN) 56,000 แรงปอนด์ (250 kN) to 59,000 แรงปอนด์ (260 kN)
เครื่องยนต์ Pratt & Whitney PWJT9D-7R4 หรือ General Electric CF6-80C2A2    Pratt & Whitney PW4156A หรือ General Electric CF6-80C2A8   
พิสัยการบิน
(เมื่อบรรทุกเต็มลำ)
6,800 กิโลเมตร (3,700 ไมล์ทะเล)
ข้ามทวีป
5,550 กิโลเมตร (3,000 ไมล์ทะเล) 9,600 กิโลเมตร (5,200 ไมล์ทะเล)
ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
7,330 กิโลเมตร (3,960 ไมล์ทะเล)

* 157,000 kg เป็นนำหนักมาตรฐานของรุ่น −300 และน้ำหนัก 164,000 kg เป็นสำหรับรุ่นพิเศษ

อ้างอิง[แก้]

  1. "Airbus - Historical Orders and Deliveries." Airbus S.A.S., January 2007. Retrieved: 10 December 2012,
  2. "A310 Europe builds on Airbus success." Flight International, 27 February 1982.
  3. "Aircraft Family – A310 Specifications." airbus.com. Retrieved: 6 November 2011.
  4. "Type Certificate Data Sheet." FAA. Retrieved: 15 April 2015.