เวิลด์เฮฟวี่เวทแชมเปียนชิป (ดับเบิลยูดับเบิลยูอี)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
World Heavyweight Championship
เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป
แรนดี ออร์ตัน แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 4 สมัย และแชมป์คนสุดท้าย
แรนดี ออร์ตัน แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 4 สมัย และแชมป์คนสุดท้าย
รายละเอียด
สมาคม เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์
ค่าย สแมคดาวน์
วันก่อตั้ง 2 กันยายน ค.ศ. 2002
วันยกเลิก 15 ธันวาคม ค.ศ. 2013

เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป (อังกฤษ: World Heavyweight Championship) เป็นเข็มขัดมวยปล้ำอาชีพในสมาคม เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (WWE) โดยเข็มขัดเป็นส่วนหนึ่งของค่าย รอว์ เข็มขัดนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2002 หลังการแยกตัวและแบ่งค่ายระหว่าง รอว์ กับ สแมคดาวน์ และส่งผลให้เข็มขัดนี้กลายเป็นเข็มขัดที่อยู่ในลำดับสูงที่สุดในค่าย รอว์ และในส่วนหนึ่งของ แนวเนื้อเรื่อง เข็มขัดดังกล่าวก็ได้สลับค่ายสามครั้งสามคราด้วยกัน คือ ในปี ค.ศ. 2005 เมื่อเข็มขัดนี้ได้ย้ายไปเป็นส่วนหนึ่งของ สแมคดาวน์ และกลับมาเป็นของ รอว์ ในปี ค.ศ. 2008 และก็กลับไปเป็นของ สแมคดาวน์ ในปี ค.ศ. 2009 จนถึงวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2011 ซึ่งได้มีการยกเลิกการแบ่งค่ายระหว่าง รอว์ และ สแมคดาวน์ อย่างเป็นทางการ

แชมเปียนคนแรกคือทริปเปิลเอช ซึ่งเอริก บิสชอฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไปของ รอว์ ในขณะนั้น มอบให้เป็นรางวัล ส่วนเอดจ์ก็เป็นผู้ครองเข็มขัดได้มากสมัยที่สุด โดยมีสถิติอยู่ที่ 7 สมัย ส่วน บาทิสตา ก็มีสถิติการครองเข็มขัดยาวนานที่สุดถึง 282 วัน

ประวัติ[แก้]

เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป ได้ถูกเผยโฉมเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2002 และทริปเปิลเอช ก็ได้เป็นแชมเปียนคนแรกเมื่อวันที่ 2 กันยายน เข็มขัดนี้ถูกสร้างขึ้นมาภายหลังจากบร็อก เลสเนอร์ คว้าดับเบิลยูดับเบิลยูอี อันดิสพิวเต็ด แชมเปียนชิปไปครอง และเซ็นสัญญากับผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ ในขณะนั้นคือ สเตฟานี แม็กแมน โดยจะป้องกันเข็มขัดให้กับสแมคดาวน์เท่านั้น ซึ่งทิ้งให้รอว์ไม่มีเข็มขัดระดับโลกไว้ในครอบครอง จึงเป็นเหตุให้เอริก บิสชอฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไปของรอว์ในขณะนั้น ยกเลิกสถานะไร้ข้อโต้แย้ง (Undisputed) ของเข็มขัดดังกล่าวและเผยโฉม "เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป" และประกาศให้เข็มขัดนี้เป็นเข็มขัดระดับโลกหลักของรอว์ เข็มขัดใหม่นี้มีลักษณะเป็น 'เข็มขัดทองขนาดใหญ่' ซึ่งเป็นเข็มขัดที่เคยนำออกมาใช้ก่อนหน้านี้ในชื่อ เอ็นดับเบิลยูเอ เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิป (อังกฤษ: NWA World Heavyweight Championship) และ ดับเบิลยูซีดับเบิลยู เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปี้ยนชิพ (อังกฤษ: WCW Championship) ในเวลาต่อมา บิสชอฟฟ์ได้มอบเข็มขัดนี้แก่ทริปเปิลเอช เนื่องจากเป็นคู่ท้าชิงดับเบิลยูดับเบิลยูอี อันดิสพิวเต็ด แชมเปียนชิป ของบร็อก เลสเนอร์คนต่อไป และยังได้กล่าวว่าทริปเปิลเอชเป็นแชมเปียนคนสุดท้ายที่ได้ครองเข็มขัดทองขนาดใหญ่ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ดับเบิลยูดับเบิลยูอี อันดิสพิวเต็ด แชมเปียนชิป (เดิมมีเข็มขัดสองเส้นในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเข็มขัดทองขนาดใหญ่) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2003 ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบแผ่นโลหะของเข็มขัดโดยเอาตราดับเบิลยูดับเบิลยูอี มาวางไว้ตรงกลางด้านบนของแผ่น

เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป เป็นกรรมสิทธิ์ของรอว์ จนกระทั่งวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2005 สืบเนื่องมาจากผลการจับฉลาก ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ดราฟท์ 2005 เมื่อจอห์น ซีนา เจ้าของแชมป์ดับเบิลยูดับเบิลยูอี แชมเปียนชิป ถูกย้ายไปอยู่ค่ายรอว์ พร้อมด้วยเข็มขัด ดับเบิลยูดับเบิลยูอี แชมเปียนชิป ซึ่งทำให้เข็มขัดระดับโลกหลักทั้งสองเส้นอยู่ในกรรมสิทธิ์ของรอว์ ทีโอดอร์ ลอง ผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ พยายามนำเข็มขัดระดับโลกเส้นที่ 3 เรียกว่า "สแมคดาวน์ แชมเปียนชิป" มาใช้ แต่ก็ไม่จำเป็นต่อไปเมื่อบาทิสตา เจ้าของแชมป์เวิลด์ เฮวีเวต แชมเปียน ถูกย้ายไปสแมคดาวน์ พร้อมกับเข็มขัดที่ครองในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2005 เข็มขัดดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของสแมคดาวน์ ถึง 3 ปีเต็ม จนกระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2008 เมื่อซีเอ็ม พังก์ ผู้ถือสัญญา มันนี่อินเดอะแบงค์ ซึ่งเป็นนักมวยปล้ำสังกัดรอว์ ได้ใช้โอกาสยื่นสัญญาท้าชิงเอดจ์ เวิลด์ เฮวีเวต แชมเปียน ในขณะนั้น (เป็นนักมวยปล้ำสังกัดสแมคดาวน์) และสามารถครองแชมป์ได้ จึงทำให้เข็มขัดนี้กลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของรอว์อีกครั้งหนึ่ง

ภายหลังจากซีเอ็ม พังก์ได้ครองเข็มขัดนี้แล้ว ก็เสียแชมป์ให้กับคริส เจอริโค แล้วพยายามชิงคืนหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และเจอริโคก็เสียแชมป์ให้กับจอห์น ซีนา เป็นครั้งแรกที่ซีนาได้เข็มขัดเส้นนี้ไปครอง แต่ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 ในโนเวย์เอาท์ (2009) เอดจ์ อดีตแชมป์ WWE ที่เพิ่งเสียแชมป์ให้กับทริปเปิลเอชไปได้เพียง 1 ชั่วโมง ได้ขอเข้าปล้ำในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ แทนโคฟี คิงส์ตัน โดยลอบทำร้ายขณะขึ้นเวทีแล้วเข้าตู้กรงเหล็กตามกติกา และเอาชนะจอห์น ซีนา ในการแข่งขันนั้น จึงทำให้เข็มขัดเวิลด์เฮวีเวต กลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของสแมคดาวน์อีกครั้ง จนถึงวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2011 ซึ่งได้มีการยกเลิกการแบ่งค่ายระหว่างรอว์ และสแมคดาวน์ อย่างเป็นทางการ

ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2013) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2013 ได้มีการการปล้ำในแมตซ์ TLC ระหว่าง แชมป์ WWE แรนดี ออร์ตัน และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท จอห์น ซีนา เพื่อการรวมเข็มขัดแชมป์โลกทั้งสองเส้นเป็นหนึ่งเดียว สุดท้ายออร์ตันก็สามารถเอาชนะไปได้ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น WWE World Heavyweight Championship หลังจากที่ได้มีการแยกเข็มขัดแชมป์โลกเป็น 2 เส้นมาตลอดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 2002 และถือเป็นการยุบตัวของเข็มขัด แชมป์โลกเฮฟวี่เวท เป็นการถาวร โดยออร์ตันได้กลายเป็นแชมป์คนสุดท้าย

สายและศัพท์[แก้]

ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป ไม่ใช่เข็มขัดเดียวกันกับ เอ็นดับเบิลยูเอ เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป (NWA World Heavyweight Championship) หรือ ดับเบิลยูซีดับเบิลยู เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปี้ยนชิพ (WCW Championship) ทำให้ประวัติของเข็มขัดนั้นไม่มีความสืบเนื่องหรือเกี่ยวโยงกัน.[1] แต่ถือว่าเวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิปเป็นเข็มขัดรุ่นถัดมาจากทั้งสองเข็มขัด เหมือนที่ ดับเบิลยูซีดับเบิลยู เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปี้ยนชิพ เป็นรุ่นถัดมาของ เอ็นดับเบิลยูเอ เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป แต่ไม่มีความสืบเนื่องหรือเกี่ยวโยงกันในด้านประวัติและผู้ครองเข็มขัด[2]

ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ได้ใช้ศัพท์ "เวิลด์ แชมเปียนชิป" หรือ "เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป" โดยทั่วไปสำหรับเข็มขัดระดับโลกทุกเส้นที่ถูกรับรอง ไม่ใช่เพียงเฉพาะเข็มขัด "เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป" เส้นนี้เท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ชื่อ เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป สามารถก่อความสับสนและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเข็มขัดเส้นก่อนได้ แม้ว่าได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ทริปเปิล เอช เป็นผู้ครองเข็มขัดเส้นนี้เป็นคนแรก[3] ซึ่งในคำแถลงได้กล่าวถึง ริก แฟลร์ ในฐานะเวิลด์ เฮวีเวต แชมเปียนเดิม ในขณะที่ ริก แฟลร์ เองถูกจัดโดย ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ให้เป็น "เวิลด์ เฮวีเวต แชมเปียน 16 สมัย" โดยยังไม่เคยครองเข็มขัดเวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป นี้เลย แต่เป็นการนับที่เขาได้ครองเข็มขัด เอ็นดับเบิลยูเอ เวิลด์เฮวีเวตแชมเปียนชิป, ดับเบิลยูซีดับเบิลยู เวิลด์เฮฟวี่เวท แชมเปี้ยนชิพ และ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี แชมเปียนชิป โดยรวมทั้งสิ้น 16 สมัยต่างหาก

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]