อัลแบรต์ เซนท์-จเยอร์จยี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อัลแบรต์ เซนท์-จเยอร์จยี
อัลแบรต์ เซนท์-จเยอร์จยี
เกิด16 กันยายน ค.ศ. 1893(1893-09-16)
บูดาเปสต์ จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี
เสียชีวิต22 ตุลาคม ค.ศ. 1986 (93 ปี)
วูดส์โฮล รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐ
สาขาสรีรวิทยา, ชีวเคมี
สถาบันที่ทำงานมหาวิทยาลัยแซแก็ด
มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเซ็มเมิลไวส์ (MD)
มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (PhD)
อาจารย์ที่ปรึกษาในระดับปริญญาเอกเฟรเดอริก กาวแลนด์ ฮ็อปกินส์
งานที่เป็นที่รู้จักวิตามินซี, ค้นพบองค์ประกอบและปฏิกิริยาของวัฏจักรกรดซิตริก
รางวัลที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ (1937)
รางวัลอัลเบิร์ต แลสเกอร์สำหรับการวิจัยทางการแพทย์พื้นฐาน (1954)
สมาชิกสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (1956)
ลายมือชื่อ

อัลแบรต์ เซนท์-จเยอร์จยี ฟอน นากือราโพลท์ (ฮังการี: nagyrápolti Szent-Györgyi Albert[1], 16 กันยายน ค.ศ. 1893 – 22 ตุลาคม ค.ศ. 1986) เป็นนักชีวเคมีชาวฮังการี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ในปี ค.ศ. 1937 นอกจากนี้ยังเป็นบุคคลแรกที่แยกวิตามินซีและค้นพบองค์ประกอบและปฏิกิริยาของวัฏจักรกรดซิตริก

อัลแบรต์ เซนท์-จเยอร์จยีเกิดที่เมืองบูดาเปสต์ ราชอาณาจักรฮังการีในปี ค.ศ. 1893 ในครอบครัวเซนท์-จเยอร์จยีที่เป็นราชสกุลมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17[2] เซนท์-จเยอร์จยีเรียนที่มหาวิทยาลัยเซ็มเมิลไวส์ในปี ค.ศ. 1911 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเขารับราชการในหน่วยแพทย์ทหาร ภายหลังเซนท์-จเยอร์จยีผู้รังเกียจสงครามยิงตัวเองที่แขนแล้วกล่าวอ้างว่าถูกศัตรูยิงทำให้เขาได้ถอนตัวออกจากสงคราม[3] จากนั้นเซนท์-จเยอร์จยีกลับไปเรียนต่อจนเรียนจบด้านการแพทย์ในปี ค.ศ. 1917[4] หลังเรียนจบเขาทำงานเป็นนักวิจัยของมหาวิทยาลัยโกรนิงเงินและมีโอกาสเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในปี ค.ศ. 1930 เซนท์-จเยอร์จยีทำงานที่มหาวิทยาลัยแซแก็ด ที่นั่นเขาได้ทำการศึกษากรดเฮกซูโรนิก (ต่อมาคือวิตามินซี) จนพบความสัมพันธ์ของสารนี้กับโรคลักปิดลักเปิด[5] ในปี ค.ศ. 1937 เซนท์-จเยอร์จยีได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์จากผลงานที่เกี่ยวข้องกับการหายใจระดับเซลล์ โดยเฉพาะวิตามินซีและกรดฟูมาริก[6] สิบปีต่อมา เขาย้ายไปอยู่ที่เมืองวูดส์โฮล รัฐแมสซาชูเซตส์เพื่อทำงานวิจัยด้านกล้ามเนื้อและเป็นนักวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติในรัฐแมรีแลนด์ ในช่วงบั้นปลายชีวิต เซนท์-จเยอร์จยีสนใจด้านมะเร็งและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอนุมูลอิสระกับมะเร็ง[7]

ด้านชีวิตส่วนตัว เซนท์-จเยอร์จยีแต่งงานครั้งแรกกับคอร์เนเลีย เดเมนีในปี ค.ศ. 1917 ก่อนจะหย่าร้างในปี ค.ศ. 1941 แล้วแต่งงานใหม่กับมาร์ทา บอร์บิโร มิสกอลซีในปีเดียวกัน[8] ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เซนท์-จเยอร์จยีเป็นฝ่ายต่อต้านนาซีในฮังการี คอยช่วยเหลือชาวยิวในการหลบหนีออกนอกประเทศ และหลบซ่อนตัวหลังถูกเกสตาโพไล่ล่าในช่วงท้ายของสงคราม[9] เซนท์-จเยอร์จยีเสียชีวิตจากภาวะไตวายที่เมืองวูดส์โฮล รัฐแมสซาชูเซตส์ในปี ค.ศ. 1986[10] ต่อมาในปี ค.ศ. 2011 กูเกิล ดูเดิลฉลองวันเกิดครบรอบ 118 ปีให้เขา[11]

อ้างอิง[แก้]

  1. ภาษาฮังการีเขียนชื่อสกุลก่อนแล้วตามด้วยชื่อตัว
  2. Dr.Czeizel, E.: Családfa, page 148, Kossuth Könyvkiadó,1992.
  3. Remembering Albert Szent-Györgyi Archived 2011-11-18 at the Wayback Machine.. History. 16 Sep 2011. Last accessed 16 Sep 2011.
  4. Bowden, Mary Ellen; Amy Beth Crow; Tracy Sullivan (2003). Pharmaceutical achievers: the human face of pharmaceutical research. Chemical Heritage Foundation. p. 30. ISBN 978-0-941901-30-7.
  5. "The Albert Szent-Gyorgyi Papers Szeged, 1931-1947: Vitamin C, Muscles, and WWII". nlm.nih.gov. U.S. National Library of Medicine. Archived from the original on 24 October 2007. สืบค้นเมื่อ 2008-01-25. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  6. "The Nobel Prize in Physiology or Medicine 1937". NobelPrize.org. สืบค้นเมื่อ May 23, 2020.
  7. "Albert Szent-Gyorgyi - Biographical Overview". National Institutes of Health. สืบค้นเมื่อ May 23, 2020.
  8. "Albert Szent-Györgyi - Biographical". NobelPrize.org. สืบค้นเมื่อ May 23, 2020.
  9. "Remembering Albert Szent-Györgyi". HISTORY. September 16, 2011. สืบค้นเมื่อ May 23, 2020.
  10. "Albert Szent-Gyorgyi, 93, Dies; Discoverer of Vitamin C, Peace Activist". Los Angeles Times. October 26, 1986. สืบค้นเมื่อ May 23, 2020.
  11. "Albert Szent-Gyorgyi's 118th Birthday". Google.com. สืบค้นเมื่อ 8 February 2015.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]