หลักข้อเชื่อของอัครทูต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หลักข้อเชื่อของอัครทูต[1] (ละติน: Symbolum Apostolorum/Symbolum Apostolicum;อังกฤษ: Apostle’s creed) หรือ “หลักข้อเชื่อของอัครธรรมทูต” บางครั้งเรียกว่า “สัญลักษณ์ของอัครทูต” ชาวคาทอลิกเรียกว่า "บทข้าพเจ้าเชื่อ"[2] เป็นคำแถลงเกี่ยวกับความเชื่อในศาสนาคริสต์ยุคแรก ซึ่งคำแถลงลักษณะนี้เรียกว่า creed (หลักข้อเชื่อ) หรือ symbol (สัญลักษณ์)[3] หลักข้อเชื่อนี้มีปรากฏใช้ในหลายนิกายทั้งในพิธีกรรมและตำราคำสอน และมักพบมากที่สุดในคริสตจักรตะวันตกที่เน้นพิธีกรรม คือคริสตจักรละติน ลูเทอแรน แองกลิคัน และออทอร์ดอกซ์ตะวันตก ตลอดจนเพรสไบทีเรียน เมทอดิสต์ และคริสตจักรคองกริเกชันแนล

หลักข้อเชื่อของอัครทูตเป็นข้อความเชื่อที่อิงกับแนวคิดทางเทววิทยาศาสนาคริสต์ตามที่ปรากฏในพระวรสารในสารบบ จดหมายต่าง ๆ ในพันธสัญญาใหม่ และบางส่วนจากพันธสัญญาเดิม หลักข้อเชื่อนี้น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากหลักข้อเชื่อโรมัน เพราะในเนื้อหาไม่ได้กล่าวถึงหรือแก้ปัญหาประเด็นปัญหาทางคริสตวิทยาดังที่ปรากฏในหลักข้อเชื่อไนซีนและหลักข้อเชื่ออื่น ๆ ของคริสตชนที่เกิดขึ้นในยุคหลัง เช่น ปัญหาความเป็นพระเจ้าของพระเยซูหรือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ชาวคริสต์ยุคแรก ๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีตอย่างลัทธิเอเรียสและลัทธิเอกภาพนิยมจึงยอมรับหลักข้อเชื่อนี้ด้วย

ชื่อ “หลักข้อเชื่อของอัครทูต” อาจจะเกิดขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 ตามความเชื่อของคริสตชนที่ว่าอัครทูตทั้งสิบสองคนเป็นผู้แต่งข้อต่าง ๆ ขึ้นมาด้วยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์หลังจากเทศกาลเพนเทคอสต์[4] แต่ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดยืนยันได้ว่าความเชื่อนี้เป็นเรื่องจริง[5]

เนื้อหา[แก้]

หลักข้อเชื่อของอัครทูตมีเนื้อหาแบ่งเป็น 3 ส่วน ว่าด้วยเรื่องพระเป็นเจ้า พระเยซู และพระวิญญาณบริสุทธิ์ตามลำดับ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงประเด็นสำคัญทั้งคริสตจักร การพิพากษาครั้งสุดท้าย และการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตาย

แม้หลักข้อเชื่อของอัครทูตจะเป็นที่ยอมรับในทุกคริสตจักร แต่ระหว่างศาสนาคริสต์ตะวันตกกับศาสนาคริสต์ตะวันออกจะมีเนื้อหาต่างกันเล็กน้อย ภายในคริสตจักรตะวันตกเองแม้ใจความจะเหมือนกันทุกประการ แต่สำนวนภาษาและการแปลที่ต่างกันก็สะท้อนให้เห็นความเชื่อต่างกันระหว่างคริสตจักรโรมันคาทอลิกกับคริสตจักรฝ่ายโปรเตสแตนต์ ดังนี้

นิกายโรมันคาทอลิก[แก้]

ชาวโรมันคาทอลิกในประเทศไทยเรียกหลักข้อเชื่อของอัครทูตว่า “บทข้าพเจ้าเชื่อ” บทแปลเดิมเกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1968 ต่อมาในปี ค.ศ. 2002 คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรมได้เริ่มปรับปรุงบทภาวนาใหม่ โดยสภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้ประกาศให้คริสตชนคาทอลิกใช้ฉบับปรับปรุงนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 2010

บทข้าพเจ้าเชื่อทั้ง 2 ฉบับ มีเนื้อหาดังนี้

ฉบับเดิม

  1. ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า พระบิดาทรงสรรพานุภาพ สร้างฟ้าดิน
  2. เชื่อถึงพระเอกบุตรเยซูคริสต์สวามีของเรา
  3. ปฏิสนธิเดชะพระจิต บังเกิดจากพระนางมารีอา พรหมจารี
  4. รับทรมานสมัยปอนซีโอ ปีลาโต ถูกตรึงกางเขน ตายและฝังไว้
  5. เสด็จลงใต้บาดาล วันที่สามกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย
  6. เสด็จขึ้นสวรรค์ประทับเบื้องขวาพระเป็นเจ้า พระบิดาทรงสรรพานุภาพ
  7. แล้วจะเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย
  8. ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระจิต
  9. พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ สากล สหพันธ์นักบุญ
  10. การยกบาป
  11. การคืนชีพของเนื้อหนัง
  12. และชีวิตนิรันดร
อาแมน

ฉบับปรับปรุง[6]

  1. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้าพระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงเนรมิตฟ้าดิน
  2. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรหนึ่งเดียวของพระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
  3. ทรงปฏิสนธิเดชะพระจิตเจ้า ทรงบังเกิดจากพระนางมารีย์พรหมจารี
  4. ทรงรับทรมานสมัยปอนทิอัส ปีลาต ทรงถูกตรึงกางเขน สิ้นพระชนม์ และทรงถูกฝังไว้
  5. เสด็จสู่แดนมรณะ วันที่สามทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย
  6. เสด็จสู่สวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ
  7. แล้วเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย
  8. ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้า
  9. พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์สากล ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์
  10. การอภัยบาป
  11. การกลับคืนชีพของร่างกาย
  12. และชีวิตนิรันดร
อาแมน

นิกายโปรเตสแตนต์[แก้]

นิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทยมีหลักข้อเชื่อของอัครทูตใช้อยู่ 2 ฉบับ คือ ฉบับของสภาคริสตจักรในประเทศไทย และฉบับคริสตจักรแองลิกันในประเทศไทย

สภาคริสตจักรฯ[7]

  1. ข้าพเจ้าเชื่อวางใจในพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงฤทธิ์ที่สุด ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และโลก
  2. ข้าพเจ้าเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียวของพระบิดา
  3. ทรงปฏิสนธิ์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงกำเนิดจากมารีย์สาวพรหมจารี
  4. ทรงทนทุกข์ทรมานในสมัยที่ปอนทิอัสปิลาตปกครอง ทรงถูกตรึงที่กางเขนแล้วมรณา ทรงถูกบรรจุไว้ในอุโมงค์
  5. เสด็จลงสู่แดนมรณา ในวันที่สามทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย
  6. พระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์ประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ที่สุด
  7. จากที่นั่นพระองค์จะเสด็จมาพิพากษาคนเป็นและคนตาย
  8. ข้าพเจ้าเชื่อวางใจในพระวิญญาณบริสุทธิ์
  9. และเชื่อมั่นในสากลคริสตจักรบริสุทธิ์ ในการร่วมสมานฉันท์ระหว่างธรรมิกชน
  10. การอภัยโทษบาป
  11. การที่กายคืนชีพ
  12. และสมบูรณ์ชีพนิรันดร์
อาเมน

คริสตจักรแองลิกันในประเทศไทย[1]

  1. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงฤทธานุภาพ ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
  2. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ พระผู้เป็นเจ้าของเรา
  3. ได้ทรงปฏิสนธิโดยเดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงบังเกิดจากมารีย์หญิงพรหมจารี
  4. ทรงทนทุกข์ทรมานในสมัยปอนทิอัส ปิลาต ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน สิ้นพระชนม์ แล้วทรงถูกบรรจุไว้ในอุโมงค์
  5. พระองค์ได้เสด็จลงสู่ที่แห่งความตาย ในวันที่สาม ทรงคืนพระชนม์
  6. เสด็จสู่สวรรค์และประทับ ณ พระหัตถ์ขวาของพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงฤทธานุภาพ
  7. จากที่นั้นพระองค์จะเสด็จมาพิพากษาทั้งคนเป็นและคนตาย
  8. ข้าพเจ้าเชื่อในพระวิญญาณบริสุทธิ์
  9. สากลคริสตจักรบริสุทธิ์ การร่วมสมานฉันท์กับธรรมิกชนทั้งหลาย
  10. และการอภัยบาป
  11. ร่างกายที่เป็นขึ้นมาจากความตาย
  12. และชีวิตนิรันดร์
อาเมน

คริสตจักรตะวันออก[แก้]

คริสตจักรตะวันออกใช้หลักข้อเชื่อที่มีเนื้อหาตรงกับคริสตจักรตะวันตก แต่ไม่มีคำว่า “เสด็จสู่แดนมรณะ” (descend to hell) และ “ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์” (communion of saints) [5]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 หนังสือภาวนาของคริสตจักรแองลิกันเพื่อใช้ในประเทศไทย หน้า 52-3, คริสตจักรแองลิกันในประเทศไทย
  2. บทภาวนาในชีวิตประจำวัน: บทข้าพเจ้าเชื่อ, เขตมิสซังกรุงเทพ
  3. ไม่ใช่ความหมายดังที่ใช้ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ แต่เป็นความหมายดั้งเดิมที่มีที่มาจากภาษาละติน symbolum ซึ่งแปลว่า “เครื่องหมาย” หรือ “เครื่องแสดง” ตรงกับภาษากรีกว่า σύμβολον, แปลว่า สิ่งระบุรูปพรรณ (by comparing with its counterpart), from συμβάλλειν, to throw together, compare" (The American Heritage Dictionary of the English Language).
  4. "James Orr: The Apostles' Creed, in International Standard Bible Encyclopedia". Reformed.org. สืบค้นเมื่อ 2011-05-19. 
  5. 5.0 5.1 McGrath, Alister E., Christian Theology: An Introduction", Singapore: Blackwell Publisher, 2007, p. 14
  6. บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2010, คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม
  7. ธรรมนูญแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ. 1998