สเลมาลย์ อิทธิอนุชิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สเลมาลย์ อิทธิอนุชิต
สเลมาลย์.jpg
ชื่อจริงสเลมาลย์ สมานประธาน
ฉายาบังมาลย์
รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท
เกิด1 มกราคม พ.ศ. 2488
จังหวัดบุรีรัมย์
เสียชีวิตไม่ทราบวัน
กรุงเทพมหานคร
ชกทั้งหมด24
ชนะ19
ชนะน็อก13
แพ้5
เสมอ0

สเลมาลย์ อิทธิอนุชิต มีชื่อจริงว่า สเลมาลย์ สมานประธาน เกิดเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2488 ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ มีสถิติการชกทั้งหมด 24 ครั้ง ชนะ 19 (น็อค 13) แพ้ 5

ประวัติ[แก้]

สเลมาลย์มีบิดาเป็นชาวปาทานจากประเทศปากีสถาน สเลมาลย์จบการศึกษาเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เท่านั้น และเริ่มชกมวยไทยเมื่ออายุเพียง 17 ปีที่ค่าย สิงค์บุรีรัมย์ จนกระทั่ง ทวี โฉมเฉลา เจ้าของค่ายอิทธิอนุชิตเห็นแววจึงพามาชกที่กรุงเทพฯและกลายเป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง

ต่อมา มาซากิ คาเนฮาระ ผู้จัดการของฮิโรยูกิ เอบิฮาระ เห็นแววด้านมวยสากลของสเลมาลย์เมื่อสเลมาลย์ไปเป็นคู่ซ้อมให้กับชาติชาย เชี่ยวน้อย จึงชักชวนให้สเลมาลย์ไปชกมวยสากลที่ประเทศญี่ปุ่น สเลมาลย์ขึ้นชกมวยสากลครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 ชนะคะแนน ทาเคโอะ บันโด จากนั้นชกชนะและแพ้อีกอย่างละครั้ง ก็กลับมาชกในไทย ชนะน็อค แสงดาว สมานชัย 2 ครั้ง แล้วไปชกชนะที่ญี่ปุ่นอีก 2 ครั้ง จึงกลับมาเมืองไทย และได้ครองแชมป์มวยสากลรุ่นเฟเธอร์เวทของเวทีลุมพินี ชนะน็อค จุมพล พงษ์สิงห์ ยก 3 ต่อมาได้ครองแชมป์มวยสากลรุ่นเฟเธอร์เวทของเวทีราชดำเนิน ชนะน็อค อนันตกร ส.ลูกเมืองราช (อนันตเดช ศิษย์หิรัญ) ยก 9 และยังชกชนะนักมวยชื่อดังในยุคนั้นได้อีกหลายคน เช่น ชาญชัย ไทรัฐ ศิริน้อย ลูกพระกฤษณ์ วีระนิด เจริญเมือง

ต่อมา สเลมาลย์ได้ชิงแชมป์ OPBF กับมิตสึโนริ เซกิ แต่เป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป สเลมาลย์กลับมาชกชนะนักมวยที่มีชื่อเสียงอีกหลายครั้ง จนได้ไปชิงแชมป์ OPBF รุ่นจูเนียร์ไลท์เวทที่ฟิลิปปินส์ ชนะคะแนน จิมมี โนเอล แชมป์เจ้าถิ่นอย่างเหนือความคาดหมาย และยังป้องกันตำแหน่งได้ 1 ครั้ง ช่วงนี้เป็นช่วงที่รุ่งโรจน์ของสเลมาลย์ มีชื่อติดเป็นรองแชมป์โลกอันดับ 5 ในรุ่นจูเนียร์ไลท์เวท และมีข่าวออกมาว่าจะได้ชิงแชมป์โลก ซึ่งในช่วงนี้ทั้งสเลมาลย์, ชาติชาย เชี่ยวน้อย และเบิกฤกษ์ ชาติวันชัย ต่างเป็น 3 นักมวยไทยที่ได้รับการจับตามองว่าใครจะได้เป็นแชมป์โลกก่อนกัน ซึ่งในส่วนของสเลมาลย์ท้ายที่สุดก็ไม่มีโอกาสได้ชิงแชมป์โลก จนกระทั่งไปแพ้ เรเน บาเรียนโตส เสียแชมป์ OPBF ที่ฟิลิปปินส์

หลังจากเสียแชมป์ OPBF ให้บาเรียนโตสไปแล้ว สเลมาลย์หยุดชกไปถึง 2 ปี กลับมาชกอีกครั้ง โดยเดินทางไปชิงแชมป์ OPBF ที่เกาหลีใต้ แพ้น็อค คิม ฮุนชิ ยก 2 สเลมาลย์ไม่ได้รับการสนับสนุนอีก จึงแขวนนวม เลิกชกมวยไปในที่สุด หลังเลิกชก สเลมาลย์หันไปยึดอาชีพขับรถแท็กซี่ ต่อมาถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิตขณะขับรถกลับบ้าน

เกียรติประวัติ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • ชายพจน์. มวยดังไทยแลนด์ในอดีต: "บังมาลย์" สเลมาลย์ อิทธิอนุชิต แชมป์ OPBF คนที่ 13 ของเมืองไทย. นิตยสารมวยโลก. ฉบับที่ 845 พฤศจิกายน 2543. หน้า 42-43
  • สถิติการชก