จำเริญ ทรงกิตรัตน์
จำเริญ ทรงกิตรัตน์ (Chamroen Songkitrat) | |
|---|---|
| เกิด | พ.ต.ต. สำเริง ศรีมาดี 20 ตุลาคม พ.ศ. 2471 จังหวัดนครพนม มณฑลอุดร ประเทศสยาม |
| เสียชีวิต | 29 สิงหาคม พ.ศ. 2546 (74 ปี) โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ประเทศไทย |
| ชื่ออื่น | จิ้งเหลนไฟ |
| สถิติขึ้นชก | |
| ชกทั้งหมด | 13 |
| ชนะ | 7 |
| ชนะน็อก | 2 |
| แพ้ | 5 |
| เสมอ | 1 |
จำเริญ ทรงกิตรัตน์ มีชื่อจริงว่า ร้อยตำรวจเอก สำเริง ศรีมาดี เป็นชาวจังหวัดนครพนม เป็นนักมวยสากลชาวไทยคนแรกที่ได้ชิงแชมป์โลก และเป็นแชมป์สหพันธ์มวยภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิก (OPBF) คนแรกของประเทศไทย มีฉายาว่า "จิ้งเหลนไฟ"
เริ่มต้นจากมวยไทย
[แก้]จำเริญหัดมวยครั้งแรกกับครูจำลอง รัตนก้านตรง เมื่ออายุ 13 ปี ตระเวนชกมวยที่บ้านเกิดจนมีชื่อเสียง เมื่อเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงทพฯ จึงชกมวยไปด้วยโดยอยู่ที่ค่ายนฤภัย ใช้ชื่อว่า สำเริง นฤภัย ต่อมาย้ายไปอยู่คณะทรงกิตรัตน์ของกิตติ อัชชวณิชย์ ใช้ชื่อว่า "จำเริญ ทรงกิตรัตน์" จนมีชื่อเสียง ด้านการศึกษา จำเริญเรียนจบหลักสูตรพลศึกษา รับราชการตำรวจตำแหน่งครูมวยของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ชกมวยสากล
[แก้]- แชมป์ OPBF คนแรก
เมื่อชกมวยไทยจนไม่มีใครสู้ มีเพียงผล พระประแดง คนเดียวที่ปราบไม่ได้ จำเริญจึงหันมาชกมวยสากลอย่างจริงจัง ได้ชิงแชมป์ OPBF รุ่นเฟเธอร์เวท แต่ไม่สำเร็จ แพ้คะแนน ลาร์รี่ บาตาน ที่ฟิลิปปินส์แบบสูสี จึงได้รับการสนับสนุนจาก พ.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ให้ขึ้นชิงแชมป์ OPBF รุ่นไลท์เวทคราวนี้จำเริญสร้างประวัติศาสตร์ครองแชมป์ OPBF เป็นคนแรกของไทย ชนะคะแนน สปีดี้ คาบาเนลลา เมื่อ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2495
- คนแรกที่ชิงแชมป์โลก
จำเริญป้องกันแชมป์ OPBF ครั้งเดียวแล้วจึงสละตำแหน่ง ลดลงมาชกรุ่นแบนตัมเวท จนได้ชิงแชมป์โลกกับจิมมี่ คาร์รัทเธอร์ (ออสเตรเลีย) แต่เป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป ในการชกครั้งนี้ที่จัดที่สนามศุภชลาศัยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 เป็นสนามกีฬากลางแจ้ง ปรากฏว่าเย็นนั้นฝนตกหนักจนมีน้ำขังบนเวที กรรมการและสักขีพยานเสนอให้เลื่อนการชกออกไปก่อน แต่เมื่อปรึกษากับนักชกทั้งสองฝั่งแล้ว ตกลงกันว่าจะทำการชกต่อไปตามแผนเดิม โดยจิมมี่ คาร์รัทเธอร์เสนอให้ถอดรองเท้าชกด้วยเท้าเปล่า ทั้งคู่ชกโดยไม่สวมรองเท้าท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลานับชั่วโมง ในที่สุดการชกก็สิ้นสุดลงในยกที่ 12 เมื่อไฟนีออนที่ให้แสงสว่างบนเวทีถูกลมพัดตกลงมาแตก และเศษแก้วบาดเท้าของนักมวยจยไม่สามารถชกต่อได้ ผลการนับคะแนนปรากฏว่าจำเริญ ทรงกิตรัตน์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ทั้ง ๆ ที่ท้าย ๆ การชกจำเริญเป็นฝ่ายชกคาร์รัทเธอร์บอบช้ำเจียนไปเจียนอยู่หลายครั้ง ถึงขนาดที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ประธานในการชกที่นั่งส่องกล้องดูอยู่ถึงกับอุทานว่า "มันตัดสินยังไงของมันวะ" การชกครั้งนี้ได้รับการบันทึกว่า เป็นการชกชิงแชมป์โลกมวยสากลในยุคใหม่ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่นักชกชกด้วยเท้าเปล่า โดยไม่สวมรองเท้า[1] ซึ่งการชกครั้งนี้ได้รับการวิจารณ์ว่าหากการชกไปตามกติกาเดิม คือ 15 ยก จำเริญน่าจะเป็นฝ่ายชนะน็อกคารัทเธอร์
หลังจากป้องกันแชมป์กับจำเริญ คาร์รัทเธอร์สละตำแหน่งไป จำเริญจึงได้ชิงแชมป์โลกอีกครั้งภายในปีเดียวกัน แต่ไม่สำเร็จอีก ในการชกชิงแชมป์ครั้งนี้กับรอแบร์ กอแอน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2497 ที่สนามศุภชลาศัย จำเริญชกได้ไม่ดี ถูกนับสองครั้ง และแพ้คะแนนนักชกจากฝรั่งเศสไป[2]
เมื่อได้แชมป์ไปแล้ว กอแอนปฏิเสธไม่ยอมป้องกันแชมป์กับราอุล มาซิอัส (เม็กซิโก) NBA (WBA ปัจจุบัน) จึงให้มาซิอัสชิงแชมป์ว่างกับจำเริญที่สหรัฐอเมริกา จำเริญจึงได้ชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 เมื่อ 9 มีนาคม พ.ศ. 2498 ไม่สำเร็จอีกเช่นเคย แพ้ทีเคโอ มาซิอัส ยก11 จำเริญจึงแขวนไปหลังจากชกแพ้ครั้งนี้
แขวนนวม
[แก้]เมื่อแขวนนวมแล้ว จำเริญรับราชการตำรวจอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาเกิดความผันผวนทางการเมือง จนต้องลาออกจากตำรวจ ไปทำงานที่ประเทศฝรั่งเศส กลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง แล้วจึงไปทำธุรกิจส่วนตัวที่เชียงใหม่ จนป่วยเป็นอัมพฤกษ์จึงกลับมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ เสียชีวิตเมื่อ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2546 รวมอายุได้ 77 ปี
เกียรติประวัติ
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "The Oddest Championship Fight: Barefoot in the Monsoon Rains". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-10-27. สืบค้นเมื่อ 2006-10-22.
- ↑ "กาแฟขม ขนมหวาน - ตอนที่ 220 "มันไม่อายบ้าง...ให้รู้ไป !!!" โดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-03-12. สืบค้นเมื่อ 2006-10-22.
- ↑ สถิติการชก (ในภาษาอังกฤษ)
- ชายพจน์. มวยดังไทยแลนด์ในอดีต: "จิ้งเหลนไฟ" จำเริญ ทรงกิตรัตน์. นิตยสารมวยโลก. เล่มที่ 837. กันยายน 2543.