สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
27 พฤษภาคม 2561
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 (41 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคอนาคตใหม่
ศิษย์เก่า Utah State University (USU)
Asian Institute of Technology (AIT)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
อาชีพ
  • อาจารย์
  • นักการเมือง
เว็บไซต์ @spravinvongvuth.FWP

ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ[1] (ชื่อเล่น : เชษฐ์) เกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 แบบบัญชีรายชื่อ[2] ให้คำปรึกษานโยบายด้านคมนาคม[3]ของพรรคอนาคตใหม่

อดีตอาจารย์ประจำที่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology : AIT) ซึ่งจบการศึกษาและ มีประสบการณ์ในการทำงานที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษทางด้านคมนาคม โดยทำงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศในลักษณะกำกับดูแลและลงมือทำ

ประวัติและประสบการณ์[แก้]

ดร.สุรเชษฐ์ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมโยธา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2542 แล้วเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านการวางแผนและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2544  แล้วเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมขนส่งและจราจร มหาวิทยาลัยรัฐยูทาห์ มหาวิทยาลัยรัฐยูทาห์สหรัฐอเมริกา ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปีถัดมา

ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เคยเป็นนักวิจัยและอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยหลายแห่ง อาทิ ประเทศไทย ประเทศนอร์เวย์ และ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น อีกทั้งยังเคยได้รับตำแหน่ง ประธาน เลขานุการและกรรมการโครงการหรือคณะทำงาน มากกว่า 20 คณะ ทั้งในลักษณะของการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจการจ้าง หรือการทำงานเพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยจากประสบการณ์การลงมือทำงานจริงที่มีความหลากหลายในภาคปฏิบัติ ส่งผลให้ ดร.สุรเชษฐ์ ได้รับเลือกให้มาเป็นอาจารย์ประจำที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย โดยดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมขนส่ง สำนักวิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 ดร.สุรเชษฐ์ ได้ลาออกจาก สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (Asian Institute of Technology : AIT) เพื่อตัดสินใจเข้าร่วมงานกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และผู้ที่มีความคิดเห็นแนวทางทางการเมืองอีกจำนวนมาก เพื่อลุกขึ้นสู้ด้วยประณิธานที่แรงกล้า โดยพลักดันนโยบายที่ดีต่อประชาชนและประเทศชาติในภาพรวมอย่างแท้จริง ภายใต้ พรรคการเมืองชื่อ พรรคอนาคตใหม่ พรรคการเมืองแห่งความหวัง ที่จะสร้างสรรค์ประเทศไทยที่มีอนาคตอยู่เคึยงคู่กับประชาชน

การทำงานในสภาผู้แทนราษฎร[แก้]

รองประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม

รองประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สภาผู้แทนราษฎร (ตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม ถึง สิงหาคม พ.ศ.2562)

รองประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบประมาณแผ่นดินของไทย พ.ศ. 2563[4]สภาผู้แทนราษฎร (ตั้งแต่ เดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม พ.ศ.2562)

ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และรัฐวิสาหกิจ สภาผู้แทนราษฎร (ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม พ.ศ.2562)

การอภิปรายในสภา[แก้]

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะสมาชิกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าบีทีเอส ขึ้นอภิปรายสงวนความเห็นในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต่อสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้ลงความเห็น ดังนี้

กรณีที่รัฐบาลมีความพยายาม จะขยายสัมปทานสัญญาทางด่วน[แก้]

ดร.สุรเชษฐ์ ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ว่าได้ตรวจสอบพบความไม่ชอบมาพากลทั้งหมด 3 ประเด็น ได้แก่

1.รัฐบาลได้มีความเร่งรีบผิดปกติ โดยปกติแล้วจะได้มีการนัดประชุมบอร์ดเดือนละครั้ง แต่กลับมีการประชุมพิเศษ(ลับ) เสมือนมีคำสั่งรีบเร่งให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

2.สัญญาฉบับร่าง ได้ทำการร่างจากทางบริษัท โดยปกติแล้วโครงการที่มีขนาดใหญ่จำต้องมีคณะกรรมการการทางพิเศษร่เป็นผู้ร่าง ซึ่งการให้บริษัทเป็นผู้ร่างส่งผลกระทบต่องบประมาณทางการเงินจำนวนมาก

3.หากพิจารณษจาก คำสั่ง นายกฯที่ 10/2562 ที่มีเนื้อหาสาระสำคัญเกี่ยวกับการปลดผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยนั้น สันนิษฐานได้ว่า ผู้ว่าฯการทางพิเศษต้องการทำงานอย่างรอบคอบ ซึ่งเคยมีการเสนอตั้งพิจารณาหลายด้าน อย่างไรก็ตาม หากสัญญาสัมปทานเหล่านี้สำเร็จรัฐบาลจะสามารถขยายเวลาสัมปทานทางด่วนออกไปอีก 30 ปี ซึ่งสามารถคิดมูลค่าความเสียหายได้ถึง 4.3 แสนล้านบาท

5 ข้อเตือนรัฐบาลเสียหาย ล้มมวยไม่สู้จ่ายค่าแกล้งโง่[แก้]

กรรมาธิการที่ได้มีการขอสงวนความเห็นทำการอภิปราย โดย ดร.สุรเชษฐ์ ในเรื่องของการพิจารณารถไฟฟ้าบีทีเอส ได้มีความคิดเห็นตรงกับเสียงข้างมากกล่าวคือไม่ควรขยายสัญญาสัปทาน ขณะที่ในการสงวนความคิดเห็นเรื่องของการต่ออายุสัปทานทางด่วนอีก 30 ปีนั้น ดร.สุรเชษฐ์ ได้อยู่ฝ่าย

กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ให้ความเห็นว่าไม่ควรขยายสัญญาสัปทานเช่นกัน


อ้างอิง[แก้]

  1. สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎ
  2. "ประกาศคณะกรรมการการเลือกต้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 2019-05-08. สืบค้นเมื่อ 2019-06-11.
  3. นโยบายขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน
  4. งบประมาณแผ่นดินของไทย พ.ศ. 2563

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]