วินโดวส์ 10

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Windows 10
Windows 10 Logo.svg
Windows 10 รุ่น 14393 (Redstone).png
หน้าจอแสดงผล Windows 10 แสดงหน้าจอของ เดสก์ทอป, ทาสก์บาร์ , เมนูเริ่มต้น และแถบ Action Center
ผู้พัฒนา
Microsoft
เว็บไซต์ www.microsoft.com/th-th/windows
เปิดตัว
วันที่เปิดตัว 29 กรกฎาคม 2015 (info)
รุ่นปัจจุบัน 1709 (v10.0.16299.64)[1] (ตุลาคม 17, 2017; 32 วันก่อน (2017-10-17))[ต้องการอ้างอิง]
รุ่นทดลอง RS4 (10.0.17017)[2] (ตุลาคม 13, 2017; 36 วันก่อน (2017-10-13)) (info)
ชนิดเคอร์เนล Hybrid
รุ่นก่อนหน้า Windows 8.1 (2556)
วิธีการอัปเดต Windows Update, Windows Store, Windows Server Update Services
แพลตฟอร์ม
ที่รองรับ
IA-32, x86-64, ARM, ARM64

วินโดวส์ 10 (อังกฤษ: Windows 10 วินโดวส์เท็น, วินโดวส์สิบ) เป็นระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ ใช้สถาปัตยกรรมวินโดวส์เอ็นที โดยประกาศการพัฒนาเมื่อ 30 กันยายน 2557 และวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558[3] โดยจะทำการอัปเดตระบบให้ผู้ใช้วินโดวส์ 8.1 และวินโดวส์ 7 โดยไม่คิดมูลค่า ภายในในปีแรกของการจัดจำหน่าย

วินโดวส์ 10 มีแนวทางการออกแบบที่สืบทอดจากวินโดวส์ 8 โดยมีหน้าต่างแบบจอสัมผัส และแบบดั้งเดิมที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ด สถาปัตยกรรมของระบบเอื้อให้สามารถใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ, แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ โดยเพิ่มแอปจากร้านค้าวินโดวส์ หรือ วินโดวส์สโตร์ (อังกฤษ: Windows Store) เพื่อการรองรับโปรแกรมเพิ่มเติม[4]

บันทึกการพัฒนา[แก้]

รุ่นทดสอบ[แก้]

รุ่นวินโดวส์ 10 ที่ทำการทดสอบใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Windows Technical Preview" โดยเปิดทดลองใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557[5][6][7][6][7] ต่อมา ไมโครซอฟท์ประกาศเปลี่ยนชื่อรุ่นทดสอบจาก "Windows Technical Preview" มาเป็น "Windows Insider Preview" ในบิลด์ 10074 โดยให้เหตุผลว่า พวกเขาต้องการรับฟังผลตอบรับจากทางผู้ใช้ที่เข้าร่วมโครงการ Windows Insider (โครงการสำหรับการทดสอบรุ่นถัดไปของวินโดวส์) [8]

รุ่นเผยแพร่[แก้]

วินโดวส์ 10 ได้วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558[3][5][9] โดยใน 1 ปีแรก สามารถอัปเดตจากรุ่นก่อนหน้าได้ ทั้งวินโดวส์ 7 และ วินโดวส์ 8.1 ตามเงื่อนไข Software Assurance แต่ไม่รวมถึง Windows RT[10]

ทั้งนี้เพราะระบบไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด จะมีการอัปเดตความสามารถต่างหากให้เป็นรอบการปรับปรุงปกติ[11][9][12]

เวอร์ชันและการพัฒนาฟิวเจอร์[แก้]

รุ่น Threshold 2 (1511) หรือชื่อรุ่นว่า November Update[แก้]

โดยรุ่นนี้ ปล่อยให้อัปเดต เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 โดยมีการปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพของระบบ , เพิ่มฟิวเจอร์ พรีวิวแท็บ บน Microsoft Edge , แอพ สไกป์ มาแทนแอพข้อความ , การค้นหาอุปกรณ์ , แอพสำหรับธุรกิจ และ Windows Update สำหรับธุรกิจ

รุ่น Redstone 1 (1607) หรือชื่อรุ่นว่า Anniversary Update[แก้]

โดยรุ่นนี้ ปล่อยให้อัปเดต เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 เป็นการอัปเดตครบรอบ 1 ปีของ Windows 10 โดยมีการเพิ่มฟิวเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม Windows Ink Workspace (เข้าทางลัดได้ โดยการกด Windows + I) , แอพ สไกป์ มาอยู่ในแบบ UWP (Universal Windows Platform Apps) (รุ่นพรีวิว) , ปรับปรุงการเล่นเกม เมื่อเล่นอยู่ในแอพแบบ UWP (Universal Windows Platform Apps) , สแกนแบบออฟไลน์ บน Windows Defender , ระบบ Bash ของ Ubuntu (ชื่อจะเป็น Windows Subsystem for Linux) , Secure Boot จะเปิดเป็นค่าเริ่มต้น พร้อมทั้งนี้ ยังเปลี่ยนหน้าตาเล็กน้อย เช่น ปุ่ม Action Center จะอยู่ขวาสุด (ข้างขวาของแถบแสดงเวลาแต่จะอยู่ข้างซ้ายของแถบ Snap Desktop) , Start Menu แบบใหม่ ให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยมัดรวมกับ All Programs ไปเลย โดยที่ไม่แยก , เปลี่ยนอีโมจิใหม่ทั้งหมด และใช้อีโมจิตามมาตรฐาน Unicode 9.0 , เพิ่มโหมดสีดำ[13][14][15]

รุ่น Redstone 2 (1703) หรือชื่อรุ่นว่า Creators Update[แก้]

โดยรุ่นนี้ ปล่อยให้อัปเดตเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 เป็นการอัปเดตครั้งที่ 3 ของ Windows 10 โดยจะไปเน้นทางด้านเกมเป็นส่วนใหญ่ อาทิ รองรับสตีมมิ่งเกมต่าง ๆ โดยใช้แอพ XBOX ในการสตีมและใช้บริการ Beam เป็นบริการสตีม , เพิ่มประสิทธิภาพเมื่อขณะเล่นเกม หรือ Game Mode โดยจะเอาประสิทธิภาพทั้งหมดจาก CPU GPU แรม และอื่น ๆ มาใช้บนในเกมทั้งหมด และลดความสำคัญกับแอพอื่น ๆ , เพิ่ม การเล่นเกม บนการตั้งค่า

แต่จะมีบ้าง สำหรับผู้ใช้ทั่วไป โดยจะมีอาทิ เพิ่มแอพ Paint3D สำหรับวาดรูป แทนโปรแกรม Paint เดิม , เพิ่มฟิวเจอร์บน Microsoft Edge อาทิ เปิดไฟล์ .EPUB ได้ ' ดูพรีวิวแท็บได้ และสามารถบันทึกแท็บแล้วเอามาเปิดใหม่ได้ ' ปิด Flash Player เป็นค่าเริ่มต้น , Compact Overlay (คล้ายฟิวเจอร์ Picture In Picture บน macOS และ iOS) , เพิ่มโฟล์เดอร์บน Start Menu ได้ , ปรับปรุงอีโมจิ และเพิ่มธงสีรุ้ง , เพิ่มโหมดถนอมสายตา (Night Light) , Windows Update ไอคอนใหม่ , ปรับปรุง Windows Ink Workspace , Windows Defender มาอยู่ใน UWP (Universal Windows Platform Apps) , ปุ่มแชร์ใหม่ , USB Audio 2.0 , ปรับปรุงแอพต่าง ๆ อาทิ แผนที่ คอร์ทานา เป็นต้น

พร้อมทั้งนี้ แอพ สไกป์ (รุ่นพรีวิว) นั้น ได้ออกมาเป็นรุ่นจริงด้วย โดยปลดคำว่า Preview ออกไป

รุ่น Redstone 3 หรือชื่อรุ่นว่า Fall Creators Update[แก้]

รูปแบบ Fluent Design บนการแจ้งเตือน

โดยรุ่นนี้ ปล่อยให้อัปเดตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เป็นการอัปเดตครั้งที่ 4 ของ Windows 10 ซึ่งเวอร์ชันนี้ จะเริ่มเปลี่ยนการใช้ธีมแบบ Fluent Design System[16][17] , ปรับปรุงแกน OneCore , ระบบ Windows Subsystem for Linux , เพิ่มความสามารถของ Windows Defeander ให้สามารถป้องกัน Ransomware ได้ , เพิ่มอิโมจิและเปลี่ยนอิโมจิใหม่[18] , เพิ่มฟอนต์ Bahnschrift[19] , เพิ่มแท็บ GPU ในหมวด Performance ใน Task Manager เป็นต้น

รุ่น Redstone 4[แก้]

โดยรุ่นนี้ ปล่อยให้อัปเดตในปีหน้า ซึ่งเวอร์ชันนี้ จะมีเปลี่ยนการใช้ธีมแบบ Fluent Design System เพิ่มมากขึ้น , ระบบ Cortana , เพิ่มท่าทางล้างทั้งหมดบนการแจ้งเตือน

การพัฒนาฟิวเจอร์[แก้]

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา Microsoft ได้ทำพาทเนอร์ให้กับ Qualcomm โดยจะทำในเรื่องของแอพบน Windows นั้น สามารถรันได้บนซีพียู Qualcomm Snapdragon ได้เลย โดยที่ไม่ต้องทำการแปลงโค๊ด หรือดัดแปลงแอพ (เรียกจากแอพ แบบ Win32(x86) บนสถาปัตยกรรมแบบ ARM ผ่านระบบจำลอง และไม่เหมือนกับ Windows RT ที่รับแอพได้แค่จาก Windows Store เท่านั้น)

รุ่น Insider Preview และ Skip Ahead[แก้]

ในรุ่น Insider Preview นี้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทดสอบระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ โดยเหมาะสำหรับการทดสอบระบบและทดสอบการใช้งานแอพพลิเคชั่น เป็นต้น แต่อาจมีปัญหากับรุ่นนี้ เพราะอาจมีบั๊คต่าง ๆ อยู่ ซึ่งจะเกิดปัญหาในโปรแกรมและระบบ หรืออาจเกิด จอเขียวมรณะ(เดิมจอฟ้า) หรืออาจไม่สามารถใช้งานได้เลย

ส่วนรุ่น Skip Ahead นี้ จะเป็นการข้ามในรุ่นที่จะออกจริง โดยปกตินั้น ในรุ่น Insider Preview จะทยอยออกรุ่นต่อ ๆ ไป จนถึงรุ่นออกจริง (RTM) แล้วก็จะไปรุ่นทดสอบต่อไปทันที แต่ใน Skip Ahead จะเป็นการข้ามรุ่นที่จะออกจริงไป โดยจะทยอยออกในรุ่น Insider Preview ต่อไป ส่วนปัญหา จะเจอเดียวกันกับรุ่น Insider Preview

ภาพรวมรุ่นในการพัฒนาในเวอร์ชัน[แก้]

เวอร์ชั่น โค้ดเนม ชื่ออัพเดตทางการ วันที่เปิดตัว สิ้นสุดในวันที่สนับสนุน รุ่นสุดท้าย
Mainstream LTSC พีซี โทรศัพท์
1507 Threshold 1 N/A July 29, 2015 May 9, 2017 October 14, 2025 10240 N/A
1511 Threshold 2 November Update November 10, 2015 October 10, 2017 N/A 10586 10586
1607 Redstone 1 Anniversary Update August 2, 2016 March 2018 October 13, 2026 14393 14393
1703 Redstone 2 Creators Update April 5, 2017 September 2018 N/A 15063 15063
1709 Redstone 3 Fall Creators Update October 17, 2017 TBA TBA 16299 15254
1803 Redstone 4 TBA Early 2018 TBA TBA 17017 N/A

ความสามารถ[แก้]

ระบบออนไลน์[แก้]

มีฟังก์ชันการสั่งการด้วยเสียง คอร์ทานา เช่นเดียวกับใน Windows Phone,[20] โดยระบบสามารถค้นหาได้ทั้งไฟล์ในเครื่องและเว็บไซต์ต่าง ๆ[21]

ระบบคำสั่งข้อความ ถูกนำออกไป และใช้ได้เพียงในโปรแกรม สไกป์ เพียงอย่างเดียว แต่ได้มีการรวมกันให้เป็นระบบเดียวกันจึงทำให้สามารถใช้ได้ทั่งการค้นหาเบอร์โทร โปรแกรมบันทึกเสียง รับสายโทรศัพท์ โทรออก[22]

มาพร้อมกับ web rendering engine โดยมีการออกมาเพื่อรองรับ "Edge" โดยเป็นเว็บในระบบใหม่ แต่ก็ยังไร web browser ตัวเดิม Internet Explorer โดย "ไมโครซอฟท์ เอดจ์" เป็นการรองรับ มาตราฐานใหม่ MSHTML รวมถึง รองรับมาตราฐานเก่ากว่าอีกด้วย[23][24][25]

ระบบความบันเทิง[แก้]

รองรับไฟล์เพลงและภาพยนตร์เพิ่มเติมคือ FLAC, HEVC, และ Matroska ให้สามารถเล่นและแสดงผลในโปรแกรมวินโดวส์มีเดียเพลเยอร์ รวมถึงโปรแกรมแวดล้อมอื่น ๆ[26][27][28]

สามารถอ่านเอกสาร .EPUB ได้บน ไมโครซอฟท์ เอดจ์

เพิ่มความสามารถในการใช้ VR ในแบบ Mixed Reality โดยใช้สเปกเครื่องที่ไม่สูง

ระบบเกมมิ่ง[แก้]

ได้พัฒนาด้านการแสดงภาพในเกมด้วยไดเรกต์เอกซ์ 12[29] ซึ่งเปิดตัวในงาน GDC เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา และให้เพียงแค่ Windows 10 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น[30][31]

ได้มีการผนวกบริการเอกซ์บอกซ์ โดยสามารถทำให้เล่นเกมใน Windows รวมถึงเกมอื่น ๆ ในระบบออนไลน์ได้ พร้อมรองรับกล้อง DVR โดยใช้ทางลัดบนคีย์บอร์ด (Windows + G) [32][33] นอกจากนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อ Remote หรือสตีมมิ่ง จาก เอกซ์บอกซ์ วัน ไปยัง Windows 10 ได้ รองรับการใช้ XBOX Controler สร้างกลุ่มสำหรับเกมต่าง ๆ และสามารถดวลผ่าน Arena จากเกมต่าง ๆ ได้อีกด้วย โดยผ่านการเชื่อมต่อกับ Xbox Live แอดเค้าท์[34]

ได้พัฒนาเกมต่าง ๆ ให้สามารถเล่นเกมจากพีซีได้ โดยที่ไม่ต้องสตีมมิ่งจากตัวเกมคอนโซล XBOX ไปยัง Windows 10 โดยใช้ XBOX Play Everywhere โดยเพียงแค่ซื้อเกมจาก Xbox Store หรือ Windows Store ในรูปแบบ Digital Title ก็สามารถเอาเกมส์ที่ซื้อไปนั้น มาเล่นได้ทั้ง Xbox และ Windows 10 ได้ทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม* และสามารถโอนข้อมูลต่าง ๆ ไปได้ รวมถึงการซื้อต่าง ๆ บนเกมด้วย ไม่ว่าจะเล่นบน Xbox หรือ Windows 10 ก็ตาม ทำให้เล่นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่บ้าน และที่ต่าง ๆ ได้[35]

มาพร้อมกับการบริการสตรีมมิ่งและสังคมออนไลน์เกมมิ่งอย่าง Mixer ที่สามารถถ่ายทอดสด และแชร์ให้คนอื่น ๆ ดูได้

หมายเหตุ : * - เกมต้องรองรับด้วย อาทิเกม Forza Horizon 3 , Halo Wars 2 , Resident Evil 7 : Biohazard เป็นต้น

ระบบอัปเดต[แก้]

Windows 10 มาพร้อมกับระบบอัปเดตอัตโนมัติกับเว็บของไมโครซอฟท์ พร้อมทั้งนี้ จะมีการอัปเดตต่อไป ในขณะที่มีการเชื่อมต่อผ่านข้อมูลเซลลูล่าร์[36][37]

รายการอ้างอิง[แก้]

  1. . 2017-10-17 https://support.microsoft.com/en-us/help/4043961.  Missing or empty |title= (help)
  2. Sarkar, Dona (October 13, 2017). "Announcing Windows 10 Insider Preview Build 17017 for PC". Windows Blogs. Microsoft. 
  3. 3.0 3.1 "Hello World: Windows 10 Available on July 29". สืบค้นเมื่อ 1 June 2015. 
  4. http://www.trendy2.mobi/2015/01/all-news-windows-10/
  5. 5.0 5.1 "Windows 10: Microsoft hits a turbo button to get back to business". The Verge. สืบค้นเมื่อ 1 October 2014. 
  6. 6.0 6.1 "Windows 10 Technical Preview now available to download". The Verge. สืบค้นเมื่อ 1 October 2014. 
  7. 7.0 7.1 "Microsoft launches Windows Insider Program to get Windows betas". Ars Technica. สืบค้นเมื่อ 1 October 2014. 
  8. "New Windows 10 Insider Preview Build 10074 now available". สืบค้นเมื่อ 29 April 2015. 
  9. 9.0 9.1 "Windows 10 free for all Windows 8.1 and Windows 7 users for first year". Ars Technica. สืบค้นเมื่อ 21 January 2015. 
  10. "Windows 10 will be a free upgrade for Windows 7 and Windows 8 users". PCWorld. IDG. สืบค้นเมื่อ 22 January 2015. 
  11. "Microsoft's Windows RT isn't dead ... yet". CNET. CBS Interactive. สืบค้นเมื่อ 21 January 2015. 
  12. Myerson, Terry. "The next generation of Windows: Windows 10". Windows blog. Microsoft. สืบค้นเมื่อ 21 January 2015. 
  13. https://blogs.windows.com/windowsexperience/2016/04/06/announcing-windows-10-insider-preview-build-14316/
  14. http://blogs.windows.com/windowsexperience/2016/04/22/announcing-windows-10-insider-preview-build-14328-for-pc-and-mobile/
  15. https://blogs.windows.com/windowsexperience/2016/04/22/announcing-windows-10-insider-preview-build-14328-for-pc-and-mobile
  16. "Announcing Windows 10 Insider Preview Build 16215 for PC + Build 15222 for Mobile". Microsoft. สืบค้นเมื่อ 6 กรกฎาคม 2560. 
  17. "Microsoft Fluent Design System". Youtube. 
  18. "Announcing Windows 10 Insider Preview Build 16226 for PC". 
  19. "Announcing Windows 10 Insider Preview Build 16273 for PC". 
  20. "Cortana for Windows 10 demonstrated on video". The Verge. สืบค้นเมื่อ 8 January 2015. 
  21. "Microsoft unveils Cortana for Windows 10". The Verge. สืบค้นเมื่อ 21 January 2015. 
  22. "Microsoft is turning Skype into its own version of iMessage in Windows 10". The Verge. Vox Media. สืบค้นเมื่อ 24 January 2015. 
  23. "Living on the Edge – our next step in helping the web just work". IEBlog. Microsoft. สืบค้นเมื่อ 23 January 2015. 
  24. "Project Spartan and the Windows 10 January Preview Build". IEBlog. Microsoft. สืบค้นเมื่อ 23 January 2015. 
  25. "Microsoft officially announces Project Spartan, its new web browser for Windows 10". The Verge. สืบค้นเมื่อ 21 January 2015. 
  26. Gabe Aul (November 12, 2014). "New build available to the Windows Insider Program". Microsoft. สืบค้นเมื่อ November 15, 2014. 
  27. "Audio snobs rejoice: Windows 10 will have system-wide FLAC support". PC World. IDG. สืบค้นเมื่อ 14 December 2014. 
  28. "Windows 10 will play your .MKV and .FLAC files all on its own". Engadget. สืบค้นเมื่อ 14 December 2014. 
  29. Langley, Bryan. "DirectX 12 and Windows 10". DirectX Developer Blog. สืบค้นเมื่อ October 3, 2014. 
  30. "Windows 10 will woo gamers with supercharged DirectX 12 graphics API". PCWorld. สืบค้นเมื่อ October 3, 2014. 
  31. "Microsoft details DirectX 12 for better Xbox One, PC performance". Techradar. สืบค้นเมื่อ October 3, 2014. 
  32. "Xbox on Windows 10: social features, game DVR and more". Engadget. AOL. สืบค้นเมื่อ 21 January 2015. 
  33. "Xbox app coming to Windows 10, Microsoft confirms". Polygon. Vox Media. สืบค้นเมื่อ 21 January 2015. 
  34. "Windows 10 will let you stream Xbox One games to any Windows 10 PC or tablet". Polygon. Vox Media. สืบค้นเมื่อ 21 January 2015. 
  35. http://www.xbox.com/en-US/games/xbox-play-anywhere
  36. "Microsoft reveals biggest-ever change in Windows updates". Computerworld. สืบค้นเมื่อ 4 October 2014. 
  37. "Introducing Windows 10 for Business". Windows Blog. สืบค้นเมื่อ 4 October 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]