วินโดวส์ 7

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
วินโดวส์ 7
ส่วนหนึ่งในตระกูลไมโครซอฟท์ วินโดวส์
110
ภาพหน้าจอวินโดวส์ 7.png
ภาพหน้าจอ วินโดวส์ 7 อัลติเมต เวอร์ชันภาษาไทย
ผู้พัฒนา
ไมโครซอฟท์
เว็บไซต์ เว็บไซต์ทางการ
เปิดตัว
วันที่เปิดตัว RTM: 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
Retail: 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552 (info)
รุ่นปัจจุบัน 6.1 (build 7600.16385.090713-1255[1])
(22 กรกฎาคม 2009 (2009-07-22)) (info)
รูปแบบ
รหัสต้นฉบับ
Closed source / Shared source
ลิขสิทธิ์ MS-EULA
ชนิดเคอร์เนล Hybrid[ต้องการอ้างอิง]
วิธีการอัปเดต Windows Update
แพลตฟอร์ม
ที่รองรับ
IA-32, x86-64
สถานะการสนับสนุน
สนับสนุนต่อไปจนถึง 14 มกราคม 2563
ดูเพิ่ม

วินโดวส์ 7 (อังกฤษ: Windows 7 วินโดวส์เซเวน, วินโดวส์เจ็ด) เป็นซอฟต์แวร์ของระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ในสายวินโดวส์ สำหรับใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและมีเดียเซนเตอร์โดยวันออกจำหน่ายจริงยังไม่ได้ระบุไว้โดยจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของซอฟต์แวร์[2]ไมโครซอฟท์ได้มีการประกาศเปิดตัววินโดวส์ 7 ในช่วงปี พ.ศ. 2550 ว่าการพัฒนาวินโดวส์ตัวนี้จะใช้เวลาสามปีให้หลังจากการวางจำหน่ายวินโดวส์ วิสตา[2]

คุณสมบัติใหม่ของวินโดวส์ตัวนี้จะมีจุดเด่นในส่วนของ รองรับระบบมัลติทัช มีการออกแบบวินโดวส์เชลล์ใหม่ และระบบเน็ตเวิร์กแบบใหม่ภายใต้ชื่อโฮมกรุ๊ป (HomeGroup) [3] ในขณะที่คุณสมบัติหลายส่วนในวินโดวส์รุ่นก่อนหน้าจะถูกนำออกไปได้แก่ วินโดวส์มูฟวีเมเกอร์ และ วินโดวส์โฟโตแกลเลอรี[4]

รุ่นทดสอบล่าสุดคือรุ่น 6.1.7100 (Windows 7 RC) ออกให้ทดสอบเมื่อ 30 เมษายน 2552 โดยในช่วงเวลาเดียวกันได้มีการแจ้งว่าผู้ที่ดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากทางเว็บไมโครซอฟท์ มีโอกาสที่ผู้ให้บริการดาวน์โหลดสอดแทรกมัลแวร์หรือโทรจันมากับไฟล์ด้วย[5]

ในประเทศไทย ไมโครซอฟท์ได้จัดงานเปิดตัววินโดวส์ 7 ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ณ แฟชันฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน[6]

มีผู้ใช้ Windows 7 หลายคนให้การขนานนาม Windows 7 ว่า "Windows 7 คือ Windows Vista ที่ทำสำเร็จ"

ประวัติการพัฒนา[แก้]

เดิมวินโดวส์รุ่นหนึ่งที่ใช้ชื่อรหัสว่า "แบล็คคอมบ์" ได้ถูกวางแผนว่า จะเป็นวินโดวส์รุ่นถัดจากวินโดวส์เอกซ์พีและวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 ในปี พ.ศ. 2543 โดยคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ถูกวางแผนจะให้มีในแบล็คคอมบ์นั้นมีอยู่มาก แต่ทว่าระหว่างนั้น ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเริ่มการพัฒนาวินโดวส์รุ่นหนึ่งที่มีชื่อว่า "ลองฮอร์น" (Longhorn) ในปี พ.ศ. 2546 ทำให้การพัฒนาแบล็คคอมบ์ต้องหยุดไปชั่วคราว[7] ในกลางปี พ.ศ. 2546 ลองฮอร์นได้รวมคุณลักษณะต่าง ๆ ซึ่งจะพัฒนาในแบล็คคอมบ์ด้วย แต่หลังจากที่ได้มีการพบข่าวว่า มีไวรัสคอมพิวเตอร์ในลักษณะของเวิร์มสามตัว ได้แก่ บลาสเตอร์ นาชี และโซบิก มีการโจมตีคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานธุรกิจที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอกซ์พีและวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 บ่อยมาก ในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2546[8] ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องเปลี่ยนแผนการพัฒนาใหม่ โดยหยุดพักการพัฒนาลองฮอร์นไว้ก่อน แล้วมาพัฒนาเซอร์วิสแพ็คสำหรับวินโดวส์เอกซ์พีและวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 ก่อน ทำให้การพัฒนาของวินโดวส์ลองฮอร์น ซึ่งภายหลังถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น วินโดวส์วิสตานั้น ล่าช้าลง จนไมโครซอฟท์ตัดสินใจล้มเลิกการพัฒนาลองฮอร์นแบบเก่า และเริ่มการพัฒนาแบบใหม่แทน เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2547 คุณลักษณะจำนวนมากถูกตัดออกไปจากวินโดวส์ลองฮอร์น[9] จากนั้น แบล็คคอมบ์ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เวียนนา ในต้นปี พ.ศ. 2549[10]

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2551 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่า จะใช้ชื่อวินโดวส์รุ่นใหม่นี้ว่า วินโดวส์ 7[11][12] แต่การใช้ชื่อ "วินโดวส์ 7" นั้นก็ทำให้บางคนสับสนเช่นกัน[13] เนื่องจากวินโดวส์ 7 มีหมายเลขรุ่นเป็น 6.1 ซึ่งคล้ายกับหมายเลขรุ่นของวิสตามาก (6.0) และเพิ่มความเข้ากันได้กับโปรแกรมต่าง ๆ ที่ตรวจสอบเพียงหมายเลขรุ่นหลักเท่านั้น คล้ายกับวินโดวส์ 2000 และวินโดวส์เอกซ์พีที่ใช้หมายเลขรุ่นหลัก 5.x เหมือนกัน[14]

ความสามารถใหม่ในวินโดวส์ 7[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Windows 7 and Windows Server 2008 R2 Officially RTM At Build Version 6.1.7600.16385". http://www.mydigitallife.info/2009/07/23/windows-7-and-windows-server-2008-r2-officially-rtm-at-build-version-6-1-7600-16385/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-07-23. 
  2. 2.0 2.1 Foley, Mary J (20 July 2007). "Windows Seven: Think 2010". ZDNet. สืบค้นเมื่อ 2007-09-19. 
  3. LeBlanc, Brandon (28 October 2008). "How Libraries & HomeGroup Work Together in Windows 7". Windows Team Blog. Microsoft. http://windowsteamblog.com/blogs/windowsexperience/archive/2008/10/28/how-libraries-amp-homegroup-work-together-in-windows-7.aspx. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-11. 
  4. LeBlance, Brandon (28 October 2008). "The Complete Windows Experience – Windows 7 + Windows Live". Windows Team Blog. Microsoft. http://windowsteamblog.com/blogs/windowsexperience/archive/2008/10/28/the-complete-windows-experience-windows-7-windows-live.aspx. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-11-11. 
  5. Leaked copies of Windows 7 RC contain Trojan คอมพิวเตอร์เวิลด์
  6. ไมโครซอฟท์นับถอยหลังสู่การเปิดตัววินโดวส์ 7 ในประเทศไทย 31 ตุลาคมนี้ http://www.arip.co.th/news.php?id=410230
  7. Lettice, John (October 24, 2001). "Gates confirms Windows Longhorn for 2003". The Register. http://www.theregister.co.uk/2001/10/24/gates_confirms_windows_longhorn. เรียกข้อมูลเมื่อ March 5, 2008. 
  8. Bill Goodwin (August 15, 2003). "Businesses are left reeling after a triple strike by Blaster, Nachi and the Sobig virus". Computer Weekly. TechTarget. http://www.computerweekly.com/feature/Businesses-are-left-reeling-after-a-triple-strike-by-Blaster-Nachi-and-the-Sobig-virus. เรียกข้อมูลเมื่อ March 20, 2016. 
  9. Todd Bishop (August 28, 2004). "Microsoft cuts key Longhorn feature". Seattle Post-Intelligencer. Hearst Corporation. http://www.seattlepi.com/business/188339_msftcuts28.html. เรียกข้อมูลเมื่อ March 25, 2009. 
  10. Thurrott, Paul (February 14, 2007). "Windows "7" FAQ". SuperSite for Windows. Penton Media. http://winsupersite.com/article/faqtip/windows-7-faq. เรียกข้อมูลเมื่อ January 5, 2008. 
  11. Fried, Ina (October 13, 2008). "Microsoft makes Windows 7 name final". CNET (CBS Interactive). สืบค้นเมื่อ October 13, 2008. 
  12. "For Microsoft's Windows, 7th time's a charm". CBC News. October 2008. สืบค้นเมื่อ October 27, 2008. 
  13. Alex Castle (October 15, 2008). "Microsoft Justifies Its Windows 7 Naming Decision". Maximum PC. http://www.maximumpc.com/article/news/microsoft_justifies_its_windows_7_naming_decision. เรียกข้อมูลเมื่อ November 18, 2009. 
  14. Andrew. "Why Call it Windows 7?". worldstart.com. http://www.worldstart.com/tips/tips.php/why-call-it-windows-7. เรียกข้อมูลเมื่อ November 20, 2009. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]