ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รองศาสตราจารย์
ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ
ม.ว.ม., ป.ช.
ท่านหญิงประภาพันธุ์ภาณุพันธุ์.jpg
เกิดหม่อมเจ้าประภาพันธุ์ ภาณุพันธุ์
3 ธันวาคม พ.ศ. 2472
วังบูรพาภิรมย์ จังหวัดพระนคร
เสียชีวิต24 มีนาคม พ.ศ. 2563 (90 ปี)
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร
คู่สมรสโกสีย์ กรโกสียกาจ (2504–2554)[1]
บุตร3 คน
บิดามารดาพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช
หม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา

รองศาสตราจารย์ ดร.ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ (เดิม: หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ ภาณุพันธุ์; 3 ธันวาคม พ.ศ. 2472 – 24 มีนาคม พ.ศ. 2563) เป็นพระธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช กับหม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา เป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ประวัติ[แก้]

หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ ภาณุพันธุ์ มีพระนามลำลองว่า หญิงภา[2] เป็นพระธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช กับหม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม สุขเจริญ) ประสูติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2472 ณ พระตำหนักญี่ปุ่น วังบูรพาภิรมย์[2] เป็นพระนัดดาในสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช และเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีชันษาได้ 4 ปี พระบิดาได้สิ้นพระชนม์ หม่อมเจ้าประภาพันธุ์มีเจ้าพี่เจ้าน้องร่วมพระมารดาสององค์คือ คือหม่อมเจ้าสุริยพันธุ์ ภาณุพันธุ์ และพันธุ์วโรภาส เศวตรุนทร์

หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับ พลอากาศตรีโกสีย์ กรโกสียกาจ บุตร พลอากาศตรี หลวงกรโกสียกาจ (กอน โสมนะพันธ์) กับอบ กรโกสียกาจ[1] เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504[3] มีโอรสธิดาด้วยกันสามคน

แม้ท่านหญิงประภาพันธุ์จะลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้ว แต่ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรให้ดำรงพระฐานะเป็นพระราชวงศ์ฝ่ายใน และได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดจากพระคลังข้างที่เป็นประจำทุกปี ตลอดจนใช้คำราชาศัพท์ชั้นหม่อมเจ้าตามเดิม[4] ทั้งยังมีความสนิทสนมกับพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ แก่ท่านหญิงประภาพันธุ์เป็นกรณีพิเศษ และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงเรียกท่านหญิงประภาพันธุ์อย่างสนิทสนมว่า "ยายชวด"[5]

ท่านหญิงประภาพันธุ์ กรโกสียกาจสิ้นชีพิตักษัยด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563 ณ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สิริชันษา 90 ปี 3 เดือน[4] ในการนี้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงสรงพระศพ และทรงรับพระศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 3 วัน ตั้งพระศพบำเพ็ญพระกุศล ณ ศาลาภาณุรังษี วัดเทพศิรินทราวาส ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระโกศแปดเหลี่ยมประกอบพระยศ ส่วนพระศพนั้นเชิญลงพระหีบ ทั้งนี้พระราชทานฉัตรเบญจา ตั้งประดับ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพโดยตลอด และในวันที่ 3 ธันวาคม ปี2563 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

การทำงาน[แก้]

หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย, โรงเรียนราชินี และโรงเรียนราชินีบน ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตจากคณะอักษรศาสตร์และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[2] ระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขาจิตวิทยาพัฒนาการ จากวิทยาลัยวิชาการศึกษา (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) เมื่อปี พ.ศ. 2500 ทรงเริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านการศึกษา (DODT.) จากประเทศฟิลิปปินส์ และเกษียณอายุราชการเมื่อปี พ.ศ. 2533 ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ระดับ 9[6][7]

ประภาพันธุ์ได้ทรงงานด้านสาธารณกุศล เช่น เป็นองค์ประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เพื่อประทานทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ใฝ่เรียน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์[ต้องการอ้างอิง] เป็นแบบอย่างของการปฏิบัติตนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ จนเป็นที่ประจักษ์ชัดและเป็นที่ยอมรับของสังคม ทำให้ได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็น "ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ" ประเภทบุคคลในปี พ.ศ. 2558[8]

นิพนธ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ลำดับสาแหรก[แก้]


อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "พระองค์โสมฯ พระราชทานเพลิงศพ พล.อ.ต.โกสีย์ กรโกสียกาจ". ครอบครัวข่าวสาม. 6 มกราคม 2555. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)[ลิงก์เสีย]
  2. 2.0 2.1 2.2 "จากวังบูรพาภิรมย์ พเนจรพลัดถิ่น EP.1 ชีวิตเจ้าหญิงวัย 4ขวบ หลังสิ้นเสด็จพ่อ". ไทยรัฐออนไลน์. 11 มิถุนายน 2562. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักพระราชวัง ที่ ๑/๒๕๐๔ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์พระราชวงศ์, เล่ม 78, ตอน 23 ง, 14 มีนาคม พ.ศ. 2504, หน้า 692
  4. 4.0 4.1 "ม.จ.ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ สิ้นชีพิตักษัยแล้ว สิริพระชันษา 90 ปี". ข่าวสด. 24 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  5. "เรื่องเล่าประทับใจ "รอยแย้มพระสรวล พระราชอิริยาบถ รัชกาลที่ 10" ในความทรงจำท่านหญิง". ไทยรัฐออนไลน์. 7 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  6. ธรรมดีที่พ่อทำ คณะกรรมการจัดงานนิทรรศการ "ธรรมดีที่พ่อทำ"http://www.anantara-news.com/~devanantara-news/download/asia/anantara_siam_art_exhibition.pdf
  7. ชมรมผู้สูงอายุมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, จดหมายข่าว ปีที่ 9 ฉบับที่ 4 เดือนพฤษภาคม 2546 http://seniorclub.swu.ac.th/news_9/9-04.pdf
  8. ประกาศสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เรื่อง การสรรหาผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติhttp://www.bcca.go.th/uploads/file/Prakrad18112562_1.pdf[ลิงก์เสีย]
  9. 9.0 9.1 ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๓๑ ตอนที่ ๒๑ ข หน้า ๑, ๒ ตุลาคม ๒๕๕๗
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๙๘ ตอนที่ ๒๐๖ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๒๓๑, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๔