พันธุ์วโรภาส เศวตรุนทร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พันธุ์วโรภาส เศวตรุนทร์
พันธุ์วโรภาส เศวตรุนทร์.jpg
เกิดหม่อมเจ้าพันธุ์วโรภาส ภาณุพันธุ์
4 สิงหาคม พ.ศ. 2476 (85 ปี)
คู่สมรสชูช่วง เศวตรุนทร์
บุตร4 คน
บิดามารดาพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช
หม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา

แพทย์หญิง พันธุ์วโรภาส เศวตรุนทร์ (4 สิงหาคม พ.ศ. 2476) มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าพันธุ์วโรภาส ภาณุพันธุ์ เป็นพระธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช กับหม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา

ประวัติ[แก้]

ท่านหญิงพันธุ์วโรภาส มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าพันธุ์วโรภาส ภาณุพันธุ์ มีพระนามลำลองว่า ท่านหญิงน้อย เป็นพระธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช กับหม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม แสง-ชูโต) ธิดาพระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง แสง-ชูโต) ประสูติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2476 เป็นพระนัดดาในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช มีเจ้าพี่เจ้าน้องร่วมหม่อมมารดาสององค์คือประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ และหม่อมเจ้าสุริยพันธุ์ ภาณุพันธุ์

หม่อมเจ้าพันธุ์วโรภาสทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทรงงานเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทรงเคยรักษาพระราชวุฒาจารย์ (ดูลย์ อตุโล) ในช่วงอาพาธหนักครั้งที่สองและเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์[1]

หม่อมเจ้าพันธุ์วโรภาสทรงคบหากับนายแพทย์ชูช่วง เศวตรุนทร์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ยังทรงเป็นนิสิตอยู่ ต่อมาหม่อมเจ้าพันธุ์วโรภาสทรงกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อเสกสมรสกับนายแพทย์ชูช่วง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2501[2] และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ณ วังไกลกังวล เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 มีโอรส-ธิดาด้วยกันสี่คน ได้แก่

กรณียกิจ[แก้]

เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559 ท่านหญิงพันธุ์วโรภาสได้เสด็จไปเป็นองค์ประธานในการพระราชทานเพลิงศพท่านหญิงสวรรณา วิชัยรัตน์ โสทรเชษฐภคินี ณ เมรุวัดธาตุทอง[3]

เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 ท่านหญิงพันธุ์วโรภาสได้ตามเสด็จท่านหญิงประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ โสทรเชษฐภคินี ทรงร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]