การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก การตรวจนับเม็ดเลือด)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ หรือ การตรวจความสมบูรณ์ของเลือด (อังกฤษ: Complete blood count (CBC); Full blood count (FBC); Full blood exam (FBE)) หรือที่นิยมเรียกย่อว่า ซีบีซี เป็นการทดสอบที่ร้องขอโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์อื่น ๆ เพื่อต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับเซลล์เม็ดเลือดของผู้ป่วย ข้อมูลที่ได้อาจเรียกว่า ฮีมาโตแกรม (hemogram)

Alexander Vastem เป็นคนแรกที่ใช้การนับจำนวนเม็ดเลือดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์[ต้องการอ้างอิง] ค่ามาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบผลของการตรวจเลือดด้วยวิธีนี้มาจากการทดลองทางคลินิกตั้งแต่ ช่วง ค.ศ. 1960

เซลล์ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบหมุนเวียนโลหิตของร่างกายอาจำแนกออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ เม็ดเลือดขาว (leukocytes) เม็ดเลือดแดง (erythrocytes) และเกล็ดเลือด (thrombocytes) หากจำนวนเซลล์ที่นับได้มีมากหรือน้อย หรือมีลักษณะที่ผิดปกติออกไปจะเป็นการบ่งชี้อาการของโรคต่างๆ ได้ ดังนั้นการตรวจนับเซลล์ในเลือดจึงเป็นวิธีการที่ใช้กันมากในทางการแพทย์ เพราะให้ข้อมูลกว้างๆ เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยได้ ในบางแห่งมักจะทำการตรวจนับเม็ดเลือดเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพประจำปี

วิธีการ[แก้]

สิ่งส่งตรวจ[แก้]

ผู้เจาะเลือดจะเป็นผู้เก็บเลือดโดยจะใส่สารกันเลือดแข็ง (EDTA หรือบางครั้งอาจจะใช้ citrate)ในหลอดบรรจุเลือดเพื่อป้องกันการแข็งตัวของเลือด แล้วนำส่งห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ในอดีตการตรวจนับจำนวนเซลล์จากเลือดผู้ป่วยจะใช้คนเป็นผู้นับโดยการดูจากฟิล์มเลือด (blood film) ผ่านทางกล้องจุลทรรศน์ แต่ในปัจจุบันห้องปฏิบิติการทางการแพทย์บางแห่งได้เปลี่ยนมาใช้เครื่องอัตโนมัติในการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์แทน

เครื่องตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์แบบอัตโนมัติ[แก้]

การแสดงผลการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์โดยเครื่องอัตโนมัติ

เลือดจะถูกผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันและถูกวางไว้ที่แท่นของเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งเครื่องอัตโนมัติประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่จะสามารถวิเคราะห์องค์ประกอบต่าง ๆ ในเลือดได้ โดยเครื่องจะวิเคราะห์ชนิดและจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดต่าง ๆ ในเลือด ผลการวิเคราะห์จะถูกพิมพ์ออกมาหรือส่งผลไปยังคอมพิวเตอร์ต่อไป

เครื่องอัตโนมัติจะดูดเลือดเพียงจำนวนเล็กน้อยผ่านทางท่อแคบ ๆ ซึ่งจะมีเซนเซอร์ (sensor) ที่จะตรวจนับจำนวนเซลล์และบ่งชี้ชนิดของเซลล์เม็ดเลือดได้ (flow cytometry) ตัวเซนเซอร์หลักประกอบด้วย 2 ตัว ได้แก่ ตัวตรวจจับแสง (light detector) และ การวัดความต้านทานต่อไฟฟ้า (electrical impedance) เครื่องอัตโนมัติสามารถบอกชนิดของเซลล์โดยขนาดหรือสามารถตรวจวัดลักษณะที่แตกต่างของเซล์เพื่อจัดชนิดของเซลล์

ถึงแม้ว่าเครื่องอัตโนมัติจะมีความแม่นยำในการตรวจนับ อย่างไรก็ตาม การตรวจนับเซลล์ที่ผิดปกติ (abnormal cell) ก็ยังไม่มีความถูกต้องมากนัก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้คนในการตรวจนับเซลล์ที่มีความผิดปกติเหล่านี้

นอกจากการนับจำนวนเซลล์และวิเคราะห์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เครื่องตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์แบบอัตโนมัติยังสามารถวัดปริมาณของฮีโมโกลบิน (hemoglobin) ซึ่งมีประโยชน์ต่อแพทย์ เช่น วินิจฉัยผู้ป่วยโรคโลหิตจาง หากเม็ดเลือดแดงมีขนาดที่ผิดปกติไม่ว่าจะมีขนาดเล็ดหรือใหญ่กว่าเม็ดเลือดแดงปกติ หรือมีความแตกต่างของขนาดเม็ดเลือดแดงอย่างมาก ข้อมูลเหล่านี้จะใช้เป็นแนวทางในการตรวจและวินิจฉัยต่อไป

การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์โดยใช้คน[แก้]

ภาพจากฟิล์มเลือด ซึ่งสามารถมองเห็นรูปร่างของลิมโฟไซต์ เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด

Counting chamber เป็นเครื่องมือสำหรับการตรวจนับจำนวนเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวในเลือด ส่วนการตรวจแยกชนิดของเซลล์เม็ดเลือดนั้นจะใช้ฟิล์มเลือด โดยจะนับแยกชนิดของเม็ดเลือดขาวภายใต้กล้องจุลทรรศน์

วิธีการตรวจโดยใช้คนนั้นมีข้อดีที่สามารถตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติได้ดีกว่าเครื่องอัตโนมัติ แต่ก็อาจจะพบความคลาดเคลื่อนได้เนื่องจากเป็นการนับเซลล์ที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องอัตโนมัติ การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์นั้นไม่เพียงแต่สามารถตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจดูความแตกต่างของรูปร่างเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นการวินิจฉัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง การตรวจด้วยเครื่องอัตโนมัตินั้นจะมีความรวดเร็ว การตรวจนับจำนวนเซลล์ ขนาดของเม็ดเลือดโดยเฉลี่ย รวมถึงความแตกต่างของขนาดเม็ดเลือดจะมีความน่าเชื่อถือ แต่เครื่องอัตโนมัตินั้นไม่สามารถบอกถึงรูปร่างของเม็ดเลือดได้ รวมถึงอาจพบความผิดพลาดในการคำนวณจำนวนเกล็ดเลือดอันเนื่องมาจาก EDTA นั้นทำให้เกล็ดเลือดเกิดการเกาะกลุ่มกัน (clump) ซึ่งถ้าหากตรวจจำนวนเกล็ดเลือดผ่านทางฟิล์มเลือดนั้นจะมาสามารถเห็นการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดได้ทำให้สามารถประมาณจำนวนเกล็ดเลือดอย่างคร่าว ๆ ได้ว่ามีจำนวนปกติ ต่ำ หรือสูง แต่ไม่สามารถรายงานจำนวนสุทธิของเกล็ดเลือดได้

ผลลัพธ์[แก้]

เม็ดเลือดแดง[แก้]

  • เม็ดเลือดแดงสุทธิ - จำนวนของเม็ดเลือดสุทธิต่อลิตร
  • ฮีโมโกลบิน - จำนวนของฮีโมโกลบินในเลือด (หน่วย: กรัม/เดซิลิตร) (ฮีโมโกลบินต่ำ เรียกว่า โรคโลหิตจาง)
  • ฮีมาโตคริต (Hematocrit) หรือ packed cell volume (PCV) - ปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดทั้งหมด
  • ดัชนีเม็ดเลือดแดง (Red blood cell indices)
    • Mean corpuscular volume (MCV) - ปริมาณของเม็ดเลือดแดงโดยเฉลี่ย (หน่วย: เฟมโตลิตร)
    • Mean corpuscular hemoglobin (MCH) - จำนวนฮีโมโกลบินต่อเม็ดเลือดแดงโดยเฉลี่ย (หน่วย: พิโกกรัม)
    • Mean corpuscular hemoglobin concentration (MCHC) - ความเข้มข้นโดยเฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเซลล์
  • Red blood cell distribution width (RDW) - การตรวจความแตกต่างของประชากรของเม็ดเลือดเซล์

เม็ดเลือดขาว[แก้]

เกล็ดเลือด[แก้]

การแปลผล[แก้]

ชนิดของเซลล์ เพิ่มจำนวน ลดจำนวน
เม็ดเลือดแดง erythrocytosis หรือ polycythemia anemia หรือ erythroblastopenia
เม็ดเลือดขาว: leukocytosis leukopenia
- ลิมโฟไซต์ -- lymphocytosis -- lymphocytopenia
-- แกรนูโลไซต์: -- granulocytosis -- granulocytopenia หรือ agranulocytosis
-- --นิวโทรฟิล -- --neutrophilia -- --neutropenia
-- --อีโอซิโนฟิล -- --eosinophilia -- --eosinopenia
-- --เบโซฟิล -- --basophilia -- --basopenia
เกล็ดเลือด thrombocytosis thrombocytopenia
เซลล์ทุกชนิด - pancytopenia

การเปลี่ยนแปลงของการตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์สามารถบ่งบอกถึงอาการของโรคบางชนิดได้ เช่น

  • leukocytosis สามารถนำมาใช้บ่งบอกถึงการติดเชื้อได้
  • thrombocytopenia อาจจะเป็นผลมาจากพิษของยา
  • pancytopenia โดยทั่วไปแล้วเป็นผลมาจากการผลิตเม็ดเลือดที่ผิดปกติของไขกระดูก หรือ มาจากการรักษามะเร็ง (cancer chemotherapy)

อ้างอิง[แก้]