ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามมหาสมุทรแปซิฟิกในสงครามโลกครั้งที่สอง

USS Princeton (CVL-23) 1944 10 24 1.jpg
เรือบรรทุกอากาศยานเบา ยูเอสเอส ปรินสตัน กำลังเกิดเพลิงไหม้ ทางตะวันออกของเกาะลูซอน 24 ตุลาคม ค.ศ. 1944
วันที่ 23–26 ตุลาคม ค.ศ. 1944
สถานที่ อ่าวเลย์เต ประเทศฟิลิปปินส์
ผลลัพธ์ สัมพันธมิตรได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด
คู่ขัดแย้ง
Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
ธงชาติของออสเตรเลีย ออสเตรเลีย
Flag of the Empire of Japan จักรวรรดิญี่ปุ่น
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
สหรัฐอเมริกา วิลเลียม เฮลซีย์ จูเนียร์
(กองเรือที่ 3)
สหรัฐอเมริกา โทมัส ซี. คินเคด
(กองเรือที่ 7)
ญี่ปุ่น ทะเกะโอะ คุริตะ
(กองกำลังภาคกลาง)
ญี่ปุ่น โชจิ นิชิมุระ  
(กองกำลังภาคใต้)
ญี่ปุ่น คิโยะฮิเดะ ชิมะ
(กองกำลังภาคใต้)
ญี่ปุ่น จิซะบุโร โอซะวะ
(กองกำลังภาคเหนือ)
ญี่ปุ่น ยุกิโอะ ซะกิ  
(กามิกาเซ่)
กำลัง
เรือบรรทุกอากาศยานเคลื่อนที่เร็ว 8 ลำ
• เรือบรรทุกอากาศยานเบา 8 ลำ
เรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกัน 18 ลำ
เรือประจัญบาน 12 ลำ
เรือลาดตระเวน 24 ลำ
เรือพิฆาตและเรือพิฆาตคุ้มกัน 141 ลำ
• เรือตอร์ปิโด เรือดำน้ำ และเรือสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว จำนวนมาก
เครื่องบิน ประมาณ 1,500 เครื่อง
เรือบรรทุกอากาศยานเคลื่อนที่เร็ว 1 ลำ
• เรือบรรทุกอากาศยานเบา 3 ลำ
• เรือประจัญบาน 9 ลำ
• เรือลาดตระเวนหนัก 14 ลำ
• เรือลาดตระเวนเบา 6 ลำ
• เรือพิฆาต 35+ ลำ
• เครื่องบิน 300+ เครื่อง (รวมอากาศยานจากฐานทัพบนแผ่นดิน)
กำลังพลสูญเสีย
• ตาย 1,500+ นาย
• เรือบรรทุกอากาศยานเบา 1 ลำ
• เรือบรรทุกอากาศยานคุ้มกัน 2 ลำ
• เรือพิฆาต 2 ลำ
• เรือพิฆาตคุ้มกัน 1 ลำ
• ตาย 10,000+ นาย
• เรือบรรทุกอากาศยานเคลื่อนที่เร็ว 1 ลำ
• เรือบรรทุกอากาศยานเบา 3 ลำ
• เรือประจัญบาน 3 ลำ
• เรือลาดตระเวน 8
• เรือพิฆาต 12 ลำ

ยุทธนาวีอ่าวเลย์เต หรือในอดีตรู้จักกันในชื่อ ยุทธนาวีทะเลฟิลิปปินครั้งที่สอง เป็นยุทธนาวีครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สองและใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์[1]

สมรภูมิอยู่ในทะเลบริเวณใกล้กับเกาะเลย์เต ซามาร์ และลูซอนของประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 23-26 ตุลาคม ค.ศ. 1944 ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งประกอบไปด้วยสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียกับจักรวรรดิญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม กองกำลังสหรัฐอเมริกาได้เข้าบุกจู่โจมเกาะเลย์เตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่มีวัตถุประสงค์ที่จะโดดเดี่ยวญี่ปุ่นออกจากบรรดาประเทศที่ญี่ปุ่นทำการยึดครองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยึดครองแหล่งน้ำมันซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในกองทัพและอุตสาหกรรม กองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น (IJN) ได้ระดมเรือรบที่เหลือทั้งหมดในบริเวณนั้นเข้าต่อสู้เพื่อยับยั้งการบุกของฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ถูกขับให้ล่าถอยโดยกองเรือที่ 3 และกองเรือที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐ กองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นประสบความล้มเหลวและสูญเสียอย่างใหญ่หลวงจนไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกในภายหลัง เรือรบขนาดใหญ่ที่เหลือรอดก็ปราศจากน้ำมันเชื้อเพลิงต้องจอดทิ้งอยู่ในฐานทัพจนสงครามมหาสมุทรแปซิฟิกสงบลง[2][3]

ยุทธการอ่าวเลย์เตประกอบไปด้วยยุทธนาวีหลัก ๆ 4 ยุทธการ: ยุทธการทะเลซิบูยัน, ยุทธการช่องแคบซูริกาโอ, ยุทธการแหลมเอ็นกาโน และยุทธการซามาร์ นอกจากนี้ยุทธการอ่าวเลย์เตยังถือว่าเป็นการรบครั้งแรกที่เรือบรรทุกเครื่องบินของญี่ปุ่นจัดให้มีการใช้การโจมตีแบบกามิกาเซ่[2][3]

อ้างอิง[แก้]

  1. Woodward, C. Vann (1947). The Battle for Leyte Gulf. New York: Macmillan. 
  2. 2.0 2.1 Fuller, John F. C. (1956). The Decisive Battles of the Western World III. London: Eyre & Spottiswoode. 
  3. 3.0 3.1 Morison, Samuel E. (1956). "Leyte, June 1944 – January 1945". History of United States Naval Operations in World War II XII. Boston: Little & Brown. 


บรรณานุกรม[แก้]

  • Cutler, Thomas (1994). The Battle of Leyte Gulf: 23–26 October 1944. Annapolis, Maryland, U.S.: Naval Institute Press. ISBN 1-55750-243-9. 
  • D'Albas, Andrieu (1965). Death of a Navy: Japanese Naval Action in World War II. Devin-Adair Pub. ISBN 0-8159-5302-X. 
  • Drea, Edward J. (1998). "Leyte: Unanswered Questions". In the Service of the Emperor: Essays on the Imperial Japanese Army. Nebraska: University of Nebraska Press. ISBN 0-8032-1708-0. 
  • Dull, Paul S. (1978). A Battle History of the Imperial Japanese Navy, 1941–1945. Naval Institute Press. ISBN 0-87021-097-1. 
  • Field, James A. (1947). The Japanese at Leyte Gulf;: The Sho operation. Princeton University Press. ASIN B0006AR6LA. 
  • Friedman, Kenneth (2001). Afternoon of the Rising Sun: The Battle of Leyte Gulf. Presidio Press. ISBN 0-89141-756-7. 
  • Fuller, J.F.C. (1956). The Decisive Battles of the Western World – Volume III. London: Eyre & Spottiswoode. ISBN 1135317909. 
  • Hornfischer, James D. (2004). The Last Stand of the Tin Can Sailors. Bantam. ISBN 0-553-80257-7. 
  • Hoyt, Edwin P.; Thomas H Moorer (Introduction) (2003). The Men of the Gambier Bay: The Amazing True Story of the Battle of Leyte Gulf. The Lyons Press. ISBN 1-58574-643-6. 
  • Lacroix, Eric; Linton Wells (1997). Japanese Cruisers of the Pacific War. Naval Institute Press. ISBN 0-87021-311-3. 
  • Morison, Samuel Eliot (1956 (reissue 2004)). Leyte, June 1944 – January 1945, vol. 12 of History of United States Naval Operations in World War II. Champaign, Illinois, U.S.A.: University of Illinois Press; Reprint edition. ISBN 0-252-07063-1. 
  • Potter, E. B. (2005). Admiral Arleigh Burke. Naval Institute Press. ISBN 1-59114-692-5. 
  • Potter, E. B. (2003). Bull Halsey. Naval Institute Press. ISBN 1-59114-691-7. 
  • Sauer, Howard (1999). The Last Big-Gun Naval Battle: The Battle of Surigao Strait. Glencannon Press. ISBN 1-889901-08-3. 
  • Stewart, Adrian (1979). The Battle of Leyte Gulf. Hale. ISBN 0709175442. 
  • Thomas, Evan (2006). Sea of Thunder: Four Commanders and the Last Great Naval Campaign 1941–1945. Simon & Schuster. ISBN 0-7432-5221-7. 
  • Vego, Milan N. (2006). Battle for Leyte, 1944: Allied And Japanese Plans, Preparations, And Execution. US Naval Institute Press. ISBN 1557508852. 
  • Willmott, H. P. (2005). The Battle Of Leyte Gulf: The Last Fleet Action. Indiana University Press. ISBN 0253345286. 
  • Woodward, C. Vann (1947 (reissue 2007)). The Battle for Leyte Gulf. Skyhorse Publishing. ISBN 1602391947. 

สื่อ[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


พิกัดภูมิศาสตร์: 10°22′14″N 125°21′20″E / 10.3705555656°N 125.355555566°E / 10.3705555656; 125.355555566