พิธีปิดโอลิมปิกฤดูร้อน 2012

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พิธีปิดโอลิมปิกฤดูร้อน 2012
"เพลงซิมโฟนีของชาวบริติช" (A Symphony of British Music) คือแนวคิดหลักของพิธีปิดโอลิมปิกฤดูร้อน 2012

พิธีปิดโอลิมปิกฤดูร้อน 2012 ของกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน หรือทราบกันดีในชื่อ "เพลงซิมโฟนีของชาวบริติช" (A Symphony of British Music) ถูกจัดขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ณ สนามกีฬาโอลิมปิก โดยมีผู้ออกแบบคือ คิม กาวิน, เอส เดฟวลิน, สตีเฟน ดาลดรี, เดวิด อาร์โนลด์ และมาร์ค ฟิชเชอร์ ซึ่งมีการออกอากาศไปทั่วโลกตั้งแต่เวลา 21:00 ตามเวลาท้องถื่นในสหราชอาณาจักร (UTC+1) และสิ้นสุดพิธีเมื่อเวลา 00:11 รวมทั้งหมด 3 ชั่วโมง 11 นาที

สนามกีฬาโอลิมปิกได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นธงชาติสหราชอาณาจักรขนาดใหญ่ ซึ่งออกแบบโดยแดเมียน เฮิร์ส มีนักแสดงประมาณ 4,100 คนเข้าร่วมพิธีปิดนี้ โดยมีรายงานว่ามีค่าใช้จ่ายราว 20ล้านยูโร (มูลค่าประมาณ 820 ล้านบาทไทย) มีประธานในพิธีปิดอย่างเป็นทางการคือ ฌาคส์ ร็อกก์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ที่เรียกกีฬาโอลิมปิกนี้ว่า "สนุกและสังสรรค์" (Happy and Glorius) ภายในพิธีปิดมีการส่งมอบเจ้าภาพโอลิมปิกถัดไปในปี 2016 คือ รีโอเดจาเนโร ตราบกระทั่งการดับไฟโอลิมปิกและมีการลดธงโอลิมปิกลงด้วย

สิ่งที่พิเศษในพิธีปิดนี้คือการแสดงโชว์เต็ม 1 ชั่วโมงสำหรับเพลงซิมโฟนีของชาวบริติช ที่มีจำนวนเพลงมากมายหลายศิลปินที่มีชื่อเสียง มีการสรรเสริญ จอห์น เลนนอนและ เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ และมีการสถาปนาอุตสาหกรรมแฟชั่นในพิธีปิดด้วย นครริโอเดอจาเนโร ตอบรับการส่งมอบจากกรุงลอนดอนด้วยการแสดงโชว์พิเศษ 8 นาทีที่มีชื่อว่า "โอบหุ้ม" ซึ่งควบคุมโดย เคา แฮมเบอร์เกอร์และแดเนียล โธมัส ร่วมกับเปเล่ มีการกล่าวปราศัยของลอร์ดเซบาสเตียน โคและกลุ่มอาสาสมัครได้รับการขอบคุณ

ผู้ชมราว 23.2 ล้านคนชมสำหรับพิธีนี้ในสหราชอาณาจักร และคาดว่าน่าจะสูงถึง 750 ล้านผู้ชมทั่วโลก ได้รับการตอบรับที่ดี แต่ไม่เหมือนหรือต่างจากพิธีเปิดโอลิมปิกมาก ชาวต่างประเทศบางต่างก็ได้มีการวิจารณ์ถึ กรณีถึงความเข้าใจในบทภาพยนตร์และโทรทัศน์ของชาวบริติช จอร์จ ไมเคิลได้รับการวิพากย์วิจารณ์อย่างรุนแรงสำหรับเพลงที่เขาเลือกใช้ในพิธีนี้ ในขณะเดียวกัน เคท มอส, นาโอมิ แคมป์เบลและรัสเซล แบรนด์ก็ได้รับคำติเตียนว่าการแสดงโชว์ของพวกเขาไม่ได้สื่อถึงเรื่องราวความเป็นมิตรภาพของกีฬาโอลิมปิกเหมือนที่เคยทำมา แกรี บาร์โลว์ได้รับคำชมเชยหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เสียชีวิตของลูกสาวของเขา นักแสดงบางคนไม่เต็มใจที่จะแสดงโชว์ รวมถึงเหล่าศิลปินต่างก็ยกเลิกไม่ทำการแสดงในโชว์นี้ NBC ในสหรัฐอเมริกาและช่องไพรม์ ทีวีในประเทศนิวซีแลนด์ต่างได้รับการติเตียนถึงการออกอากาศพิธีปิดนี้ แต่ยังมีคอนเสิร์ตที่มีการแสดงที่ไฮด์ปาร์ค นำโดยวงเบลอ

การจัดทำ[แก้]

ผู้ออกแบบและผู้กำกับคือ คิม กาวินและเอส เดฟวลินที่เป็นผู้ได้รับมอบหมายการออกแบบ เดวิด อาร์โนลด์เป็นผู้กำกับด้านเพลง หลังจากที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเดวิด อาร์โนลได้รับหน้าที่นี้ในพิธีปิด ทำให้เขาได้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากและเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา ในขณะที่กาวินนั้นไม่ต่างกัน เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้เป็นเกียรติในการทำงานนี้ ส่วนเดฟวลินก็รู้สึกดีใจที่เธอได้เป็นส่วนหนึ่งของ "โชว์ที่ยิ่งใหญ่" (greatest show on earth) ฮูจ โรเบิร์ตสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาและโอลิมปิกรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้มีทีมเวิร์คคุณภาพสูงมาร่วมในพิธีปิดนี้ บอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนได้กล่าวว่าเรามีประชากรบริติชที่สามารถสร้างการแสดงที่ดีที่สุด สตีเฟ่น ดาลดรีรับหน้าที่ผู้อำนวยการผลิตและมาร์ค ฟิชเชอร์ได้รับบทบาทในผู้ออกแบบการผลิต โดยพิธีปิดนี้ใช้เงินราว 20 ล้านยูโร ซึ่งแบ่งจ่ายให้ศิลปินเพียง 1 ยูโรสำหรับการว่าจ้างสัญญา และนักแสดงที่มีทั้งหมดที่แสดงโชว์ถึง 4,100 คน ประกอบไปด้วยอาสาสมัครประเภทผู้ใหญ่ 3,500 คน, นักเรียน 380 คน จากโรงเรียนทั้ง 6 แห่ง และอีก 250 คนสำหรับมืออาชีพในงาน และมีการฝึกซ้อมโชว์ถึง 15 ครั้งในทรีมิลส์ สตูดิโอและฝึกซ้อมสถานที่จริงในดาเกนแฮมทางตะวันออกของกรุงลอนดอน

กาวินพูดว่า "การแสดงโชว์นั้นเราจะทำให้มันเรืองรอง เต็มไปด้วยสีสัน และเราจะไม่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมเลย เพียงแค่อยากให้มีความสนุก" และเดฟวลินเสริมกาวินว่า "อยากให้รู้สึกเหมือนอยู่ในบอร์กเนอร์และโบโกตา" โดยเหล่าผู้สร้างนั้นมีความสุขตามใจที่จะเลือกการแสดงที่สามารถทำได้ โดยมีชาวบริติชเป็นผู้เสนอการจินตนาการนั้นๆ เดวิด อาร์โนลด์ก็กล่าวว่า "มันน่าจะเป็นสิ่งที่สวยงาม, วิเศษ, ขบขัน และตื่นเต้น และเราสามารถทำมันได้มากกว่า 15 ครั้งโดยไม่มีการแสดงไหนที่ซ้ำกันเลย ยังคงเป็นสิ่งที่ประหลาดใจสำหรับเพลงของชาวบริติช" เขาคิดว่ามันควรจะเป็นปาร์ตี้ที่ดีสุดและน่าจะเป็นการเฉลิมฉลองศิลปะของชาวบริติชไปในตัวด้วย เขายอมอุทิศตนเพื่อพิธีปิดนี้และให้ความสำคัญกับโชว์นี้มากกว่าใคร (ถึงกับต้องวางมือจากผลงานอื่น เช่น สกายฟอล) และยังพูดว่ามันเป็นสิ่งที่สนุกที่สุดที่เขาเคยทำมาในด้านดนตรี ส่วนในพิธีส่งต่อธงโอลิมปิกให้กับกรุงริโอเดจาเนโรนั้นได้มีจุดมุ่งหมายคือขยายความของ "การโอบหุ้มของความหลากหลายวัฒนธรรม" แดเนียล โธมัสได้กล่าวไว้ว่า "ริโอต้องการแสดงโชว์ที่ซับซ้อนของเหล่าวัฒนธรรมที่ถูกผสมเข้ากับวัฒนธรรมป๊อป"

การแสดงลักษณะของธงยูเนียนแจ็กที่ได้ถูกสร้างมาสำหรับสนามกีฬานั้น ได้ออกแบบโดยแดเมียน เฮิร์ส เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง "ความโกลาหลและความหลากหลายของศิลปะป๊อปอังกฤษ โดยขยายพลังงานและความหลากหลายของวัฒนธรรมอังกฤษร่วมสมัย" เฮิร์สได้ทาบทามในเดือนพฤศจิกายน 2555 และเขาตกลงสำหรับงานออกแบบชิ้นนี้ เขาเรียกมันว่าเป็นศิลปะสำหรับยูเนี่ยนแจ็ก สำหรับผู้ที่มีใจรักในโอลิมปิก ภายใต้การออกแบบแนวอิเล็กทริก สตอร์ม เพ้นท์ติ้ง จำนวนภาพถ่าย 176 รูปได้ถูกนำมาขยายในหน่วยเซนติเมตรสำหรับสนามกีฬา พร้อมทั้งผู้ออกแบบกราฟฟิคที่ใช้เวลาทั้งหมด 3 เดือนเพื่อสร้างรูปภาพความละเอียดสูง ก่อนที่จะนำไปพิมพ์ต่อไป

ศิลปินบางคนได้ปฏิเสธสำหรับการแสดงโชวร์ อาทิ เช่น เดอะโรลลิงสโตนส์, เดวิด โบอี, เซ็กซ์พิสทอลส์, เคท บุช และเดอะ ลิเบอร์ทีนส์ และกรณีนี้ที่ก็เกิดกระแสการตามกัน มีเดอะฮูที่ปฏิเสธที่จะแสดงโชว์ถึง 2 ครั้ง และยอมรับกลับมาแสดงอีกครั้งหลังจากที่มีการประกาศใน ยูเอสทัวร์ และสมาชิกวงสไปซ์เกิลส์ต่างก็ลังเลสำหรับการปรากฏตัวครั้งนี้ เพราะเวทีสำหรับรายการนี้มีต้นทุนต่ำ และหลังจากนั้นผู้จัดการวงไซม่อน ฟูลเลอร์ก็จัดการเรื่องต่างๆให้พวกเธอขึ้นแสดง โนล แกลลาเกอร์ก็ปฏิเสธโอกาสนี้ไป หลังจากที่ถูกร้องขอให้เล่นเพลงแนว อะคูสติกและละครใบ้วันเดอร์วอลล์

พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2และพระสวามีไม่ได้รับการกำหนดการเข้าร่วมพิธีนี้ในฐานะประมุขของรัฐ ซึ่งทางราชวงศ์อังกฤษได้ส่งเจ้าชายแฮรี่, เจ้าหญิงแอนน์ และดัชเชสแห่งเคมบริดจ์มาในพิธีนี้

สรุปการแสดง[แก้]

ชั่วโมงเร่งด่วน (21:00–21:09)[แก้]

สถานที่สำคัญในกรุงลอนดอน

พิธีปิดเริ่มต้นขึ้นด้วยภาพยนต์สั้น ที่แสดงตัวเลขนับถอยหลังจากสถานที่ต่างๆรอบกรุงลอนดอน เช่น ป้ายบอกทาง, 10 ถนนดาวนิง, หอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์, แม่น้ำเทมส์, ทาวเวอร์บริดจ์ ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่สนามกีฬาโอลิมปิก จากนั้นผู้ชมในสนามกีฬาร่วมกันนับถอยหลัง 10 วินาทีที่จะเริ่มพิธีปิดนี้ โดยมีเสียงระฆังบิ๊กเบนกำกับ ภายในสนามกีฬาได้ถูกปรับโครงสร้างเป็นยูเนี่ยนแจ็กขนาดใหญ่สีดำและสีขาวลาดยาวลงไป และมีสถานที่สำคัญๆปรากฏในสนามกีฬา เช่น ลอนดอนอาย, บิ๊กเบน, โรงไฟฟ้าแบตเตอร์ซี, เกอร์คิน กระดาษหนังสือพิมพ์ได้นำมาใช้งานกับยานพาหนะเพื่อสื่อถึงชีวิตในกรุงลอนดอน พร้อมกับข้อความวรรณกรรมของชาวบริติช เช่น วิลเลียม เชกสเปียร์, เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ,นักกวีแครอล แอน ดัฟฟี่

เอมิลี่ แซนเด้ปรากฏตัวบนรถบรรทุกและร้องเพลงบางช่วงเพลง"รีด ออล อะเบาท์ อิท" เออร์บาน วอยซ์ คอลเลคทีฟ(คณะประสานเสียงสำหรับพิธีปิด)ร้องเพลงของเดอะบีทเทิลส์ "บีคอซ" พร้อมทั้งการเล่นเชลโล่ของจูเลียน ลอยด์ เวบเบอร์(นั่งอยู่บนรอยัลอัลเบิร์ตฮอลล์)เพลงเอลการ์ ซาลูท ดี'อามัวร์ และยังมีการร่วมบรรเลงของสตอมพ์กับอุปกรณ์ครัวเรือนต่างๆ เช่น หม้อ กระทะ ถังขยะ อยู่บนกลางอากาศ โดยแขวนอยู่กับสถานที่ก่อสร้างจำลอง

ก็อดเซฟเดอะควีน[แก้]

ในเวลาเดียวกัน วินสตัน เชอร์ชิล(แสดงโดยทิโมธี สปอลล์))ปรากฏตัวบนยอดบิ๊กเบนและเริ่มปราศัยบทหนึ่งๆของคาลิบาน "บี น็อท อะเฟียร์ด" จากวรรณกรรมเดอะ เทมเพสต์ ซึ่งครั้งแรกถูกกล่าวในพิธีเปิดโดยเคนเนธ บรานาห์ จากนั้นยานพาหนะที่ถูกคลุมด้วยกระดาษก็เริ่มเข้าสู่สนามกีฬา เมื่อเชอร์ชิลกล่าวจบ นักแสดงที่แต่งกายโดยใช้หนังสือพิมพ์ก็เริ่มประจำตำแหน่งในสนามกีฬา เช่นพนักงานออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งเด็กนักเรียน และทำนองของเพลงเริ่มเร็วขึ้นและเสียงดังมากขึ้น เป็นการแสดงออกถึงกรุงลอนดอนในชั่วโมงเร่งด่วน จนเชอร์ชิลตะโกนออกมาให้ทุกคนหยุด และสิ้นสุดการแสดงส่วนนี้

เจ้าชายแฮรี่ ตัวแทนจากพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2มาพร้อมกับนายฌาคส์ ร็อกก์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และมีการชักธงยูเนี่ยนแจ็กขึ้นสู่ยอดเสาโดยทหารจากเหล่าทัพและการร้องเพลงชาติของสหราชอาณาจักรโดยทีมนักร้องประสานเสียงเออร์บาน วอยซ์ คอลเลคทีฟและวงออร์เคสตราลอนดอน ซิมโฟนี ออร์เคสตรา

สตรีท ปาร์ตี้ (21:09-21:20)[แก้]

ในภาคนี้เริ่มต้นด้วยการนับตัวเลขถอยหลัง 5 วินาทีของไมเคิล เคน ในขณะที่ในสนามกีฬาปรากฏรถรีลิแอนท์ รีกัลจากซิตคอมเรื่องโอนลี่ ฟูลส์ แอนด์ ฮอร์สเกิดการระเบิด และปรากฏตัวแบทแมนและโรบิน และคำพูดของเคนคุณควรทำเพื่อไม่เกิดการนองเลือด(You were only supposed to blow the bloody door off!) ดังก้องทั่วสนามกีฬา จากนั้นก็มีการนำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อหุ้มส่วนต่างๆออก และกลายมาเป็นปาร์ตี้ที่มีสีสัน มีแมดเนสแสดงโชว์เพลงเอาร์ เฮ้าส์ ต่อจากนั้นมีการแสดงเพลงของวงเบลอที่มีชื่อว่าพาร์ค ไลฟ์โดยการเดินมาร์ชของเฮ้าส์โฮลด์ ดิวิชั่น มีการแสดงของเพตชอปบอยส์ที่ยืนอยู่บนรถลากในเพลงเวสต์ เอนด์ เกิร์ล ต่อจากนั้นมีการแสดงของวงบอยแบนด์ชื่อดังวัน ไดเรกชันเพลงว๊อท เมค ยู บิวตี้ฟูล จากนั้นปิดท้ายด้วยการแสดงของสตอมป์

วอเตอร์ลู ซันเซท (21:20–21:30)[แก้]

ณ ศูนย์กลางของสนามกีฬาได้ถูกนำสิ่งต่างๆออกไป และมีการแสดงยิมนาสติกด้วยผู้ชนะในรายการบริเตน ก็อต ทาเลนต์วงสเปลบาวน์ในเพลงของเดอะบีทเทิลส์ในชื่ออะ เดย์ อิน อะ ไลฟ์ โดยมีแรงบันดาลใจคือไอเดียในการทำงานต่างบ้าน แสดงเป็นเตียงนอนและรถบัสลอนดอน จากนั้นเรย์ เดวี่ส์สมาชิกเดอะ คิงค์สร้องเพลงวอเตอร์ลู ซันเซทและสเปลบาวน์ก็ยังดำเนินแสดงยิมนาสติกต่อไป และจบภาคนี้ด้วยการร้องเพลงของเอมิลี่ แซนเด้ในเพลงรีด ออล อะเบ๊าท์ อิทและภาพรวมของนักกีฬา

พาเรดนักกีฬา (21:30–21:53)[แก้]

นักกีฬาโอลิมปิกมาเป็นส่วนหนึ่งของรูปร่างยูเนี่ยนแจ็ก

กรีซ เป็นประเทศแรกที่นำธงทั้งหมด 204 ผืนเข้าสู่สนามกีฬา พร้อมกับเพลง"พาเรด ออฟ แอทลีท"(แต่งโดยเดวิด อาร์โนลด์) และเดินตลอดสนามกีฬา และขบวนธงปิดท้ายด้วยประเทศบริเตนใหญ่ ขณะเดียวกันก็มีอาสาสมัครแต่งกายด้วยชุดและหมวกสีน้ำเงินที่มีหลอดไฟติดอยู่เข้ามาช่วย นักกีฬาเดินเข้ามาศูนย์กลางจากหลายทางเข้า วงเอลโบวร้องเพลงโอเพ่น อาร์มและวัน เดย์ ไลค์ ธีส เหล่าอาสาสมัครต่างช่วยจัดการพื้นที่ และท้ายสุดนั้นได้มีการย้ายตำแหน่งธงไปที่คบเพลิงโอลิมปิกและการบรรเลงของเพลงในส่วนแรก

เฮียร์ คัม เดอะ ซัน (21:53–22:07)[แก้]

เริ่มต้นด้วยการบรรเลงกลองจากนักดนตรี 16 คนจากกลองสองหน้า และมีการนำกล่องสีขาว 303 กล่อง ซึ่งแทนถึงกีฬาที่มีการแข่งขันรายการทั้งหมดในโอลิมปิก เพลงต่างๆถูกนำมาบรรเลงร่วมกับนักดนตรี เช่น เพลงของเคทบุชชื่อรันนิ่ง อัพ แธ๊ด ฮิล และนักแสดงเริ่มเรียงกล่องให้เป็นรูปพีระมิด มีการแสดงวิดีโอเหตุการณ์สำคัญต่างๆทั้งหมด 16 วันที่ผ่านมาบนจอ

ต่อจากนั้นมามีพิธีมอบรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศในรายการวิ่งมารธอนชาย โดยเป็นธรรมเนียมที่จะต้องแจกเหรียญสุดท้ายในพิธีปิด นายฌาคส์ ร็อกก์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากลเป็นผู้มอบเหรียญรางวัล และนายลามีน ดิแอค ประธานสมาคมระหว่างประเทศของกรีฑาสหภาพเป็นผู้มอบดอกไม้ และการบรรเลงเพลงชาติยูกันดา

นักกีฬา 6 คน อาทิ เช่น แคทเธอรีน เกรนเจอร์และเคที่ เทย์เลอร์ มอบดอกไม้แสดงการขอบคุณให้กับอาสาสมัครทั้ง 6 ที่เป็นตัวแทนจากทั้งหมด 70,000 คนในกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ โดยมีเพลงของเดอะบีทเทิลส์ในชื่อเฮียร์ คัม เดอะ ซันเป็นเพลง ประกอบ

เพลงซิมโฟนีของชาวบริติช(22:07–23:21)[แก้]

A sculpture of the face of John Lennon at the closing ceremony.

ส่วนนี้เริ่มด้วยเพลงของควีน "โบฮีเมียนแรปโซดี" ได้บรรเลงและกราฟิคอีควอไลเซอร์แสดงบนป้ายไฟพิกเซล จากนั้นจอห์น เลนนอนปรากฏบนจอภาพและร่วมร้องเพลงอิแมจินโดยคณะประสานเสียงของลิเวอร์พูล จากนั้นรูปสลักของเลนนอนก็ถูกสร้างขึ้น และมีการปล่อยลูกโป่งเป็นการจบการแสดงส่วนนี้ ต่อจากนั้นมาจอร์จ ไมเคิลได้ร้องเพลง "ฟรีด้อม! '90"และ"ไว้ท์ ไลท์" และขบวณรถสกูตเตอร์ได้ขับเข้ามาในสนามกีฬา นำโดยริกกี้ วิลสัน และสมาชิกทีมของเขาที่รออยู่บนเวทีไคเซอร์ ชีฟส์ร้องเพลงของเดอะฮูเพลงพินบอล วิซาร์ด และขบวนรถสกูตเตอร์ก็วิ่งวนไปรอบๆสนามกีฬาจนกระทั่งเพลงจบ และเพลงของเดวิด โบอีก็ถูกเปิดขึ้น พร้อมกับรูปภาพของเขา มีภาพ 8 ภาพเป็นงานศิลปะเข้าสู่สนามกีฬา หมายถึงอุตสาหกรรมแฟชั่นของชาวบริติช มีนักแสดงเช่น นาโอมิ แคมป์เบล(สวมยี่ห้ออเล็กซานเดอร์ แมคควีน), ลิลี่ โคล(สวมยี่ห้อเออร์เดม), คาเรน เอลสัน(สวมยี่ห้อเบอร์เบอรี่), ลิลี่ โดนัลด์สัน(สวมยี่ห้อวิเวียน เวสต์วูด), จัวแดน ดันน์(สวมยี่ห้อโจนาธาน ซานเดอร์), เดวิด แกนดี้(สวมยี่ห้อพอล สมิธ), จอร์เจีย เมย์ แจกเกอร์(สวมยี่ห้อวิกทอเรีย เบคแคม), เคท มอส(สวมยี่ห้ออเล็กซานเดอร์ แมคควีน) และสเตลล่า เทนแนนท์สวมยี่ห้อคริสโตเฟอร์ เคนน์) เหล่านายแบบและนางแบบได้เดินเข้าสู่ศูนย์กลางของสนามกีฬา เปรียบเสมือนแคทวอล์ก พร้อมกับเพลงของโบอีปี 1980 แฟชั่น