จอห์น เลนนอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอห์น เลนนอน
John Lennon 1964 001 cropped.png
จอห์น เลนนอนขณะแสดง ในปี 1964
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง จอห์น วินสตัน เลนนอน
เกิด 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1940(1940-11-09)
อังกฤษ ลิเวอร์พูล , อังกฤษ
แหล่งกำเนิด ลิเวอร์พูล , อังกฤษ
วันที่เสียชีวิต 8 ธันวาคม ค.ศ. 1980 (40 ปี)
นิวยอร์ก,สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง ร็อก,ร็อกแอนด์โรลล์,ไซเคเดลิก ร็อก
อาชีพ นักร้อง,นักแต่งเพลง,กวี,ศิลปิน
เครื่องดนตรี กีตาร์,ฮาร์โมนิกา,เปียโน,เบส,เมโลดิกา,บันโจ
ช่วงปี ค.ศ. 1957-1980
ค่ายเพลง Parlophone, Capitol, Apple, Vee-Jay, EMI, Geffen
ส่วนเกี่ยวข้อง เดอะบีเทิลส์ , Plastic Ono Band, The Dirty Mac
เว็บไซต์ www.johnlennon.com


จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน (อังกฤษ: John Winston Ono Lennon) (9 ตุลาคม ค.ศ. 1940-8 ธันวาคม ค.ศ. 1980) เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรีชาวอังกฤษ รู้จักกันดีในนามจอห์น เลนนอน แห่งวงเดอะบีทเทิลส์ โดยตั้งวงกับ พอล แม็คคาร์ตนีย์ จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก สตารร์ เนื้อเพลงของเลนนอนจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด ซึ่งแสดงถึงลักษณะสังคมในช่วงนั้น และในช่วงหนึ่งเลนนอนได้ถูกจัดเข้ากับกลุ่มนักปฏิวัติเพื่อความสงบสุข

จอห์นเกิดและเติบโตที่ เมือง ลิเวอร์พูล ในวัยเด็กจอห์นได้เป็นส่วนหนึ่งวง The Quarrymen วงดนตรีแนว Skiffle ซึ่งเป็นการผสมระหว่างแนวดนตรี แจ๊ส , บลูส์ , ดนตรีโฟล์ก โดยต่อมาวงนี้ก็ได้พัฒนากลายเป็นวง เดอะบีทเทิลส์ ปี ค.ศ. 1960 ในภายหลัง เมื่อวงเดอะบีทเทิลส์ยุบในปี ค.ศ. 1970 เลนนอนได้ทำผลงานเดี่ยวออกมา John Lennon/Plastic Ono Band'' และอัลบั้ม Imagine และมีเพลงที่เป็นสัญลักษณ์ความสงบเช่น Give Peace a Change และ Working Class Hero หลังการแต่งงานกับ โยโกะ โอะโนะ ในปีค.ศ. 1969 ทำให้จอห์นเปลี่ยนชื่อของเขาเป็น จอห์น โอโนะ เลนนอน

เลนนอนได้พักหายเงียบจากวงการเพลงไปในช่วงปี ค.ศ. 1975 จอห์นได้เลี้ยงดูบุตรชาย ฌอน เลนนอน กับภรรยาคนที่สองของเขา โยโนะ โอโนะ และจอห์นเองก็ปล่อยอัลบั้มชุดใหม่คู่กับโยโนะ โอโนะ Double Fantasy ก่อนปล่อยอัลบั้มนี้จอห์นได้ถูกฆาตกรรมโดย Mark David Chapman หลังจากนั้นสามสัปดาห์อัลบั้มนี้จึงถูกปล่อย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2523

เลนนอนเผยว่ามักจะถูกกล่าวหาว่าเป็นนักปฎิวัติซึ่งเนื้อหาเพลงของจอห์นได้บ่งบอกตัวตน , ซึ่งเป็นข้อถกเถียงในทางการเมืองและการเคลื่อนไหวทางสันติภาพ , เขาย้ายไปยัง แมนแฮตตัน ในปีค.ศ. 1971 , ที่จอห์นเองวิจารณ์เกี่ยวกับ สงครามเวียดนาม ส่งผลให้มีเหตุการณ์ที่ยืดยื้อมาช้านานโดยการบริหารของรัฐบาล ริชาร์ด นิกสัน ได้มีแนวคิดที่จะไล่จอห์นออกนอกประเทศเนื่องจากมองว่าเป็นกบฎ โดยเพลงบางส่วนของจอห์นถูกนำมาใช้เป็นเพลงชาติและนำมาใช้ต่อต้านสงครามอีกทั้งยังได้กลายเป็นวัฒนธรรมขนาดใหญ่

ในปี ค.ศ. 2012 อัลบั้มเดี่ยวของจอห์น เลนนอนขายได้มากกว่า 14 ล้านใน สหรัฐอเมริกา และในฐานะนักแต่งเพลง , ผู้ช่วยนักแต่งเพลง , นักแสดง , โดยเขาติดลำดับที่ 25 ใน บิลบอร์ด Hot 100 , ในปี 2002 บีบีซีโพลเผยจอห์น เลนนอนติดลำดับที่ 8 ในฐานะ ชาวอังกฤษ 100 คนทียิ่งใหญ่ตลอดกาล และในปี 2008 นิตรสาร โรลลิงสโตน จัดอันดับให้จอห์น เลนนอนเป็นลำดับที่ห้าใน หนึ่งร้อยนักร้องที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล [1] หลังการเสียชีวิตของจอห์นเขาได้รับการแต่งตั้งใอยู่ในหอเกียรติยศในฐานะนักแต่งเพลง เมื่อปี 1987 และ หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล ถึงสองครั้ง , ในฐานะสมาชิกวง เดอะบีเทิลส์ เมื่อปี 1988 และฐานะนักร้องเดี่ยวปี 1994


ประวัติ[แก้]

1940-57 ชีวิตวัยเด็ก[แก้]

A grey two-story building, with numerous windows visible on both levels
บ้านเลขที่ 251 เมนเลิฟ เอวานู, คือที่อยู่ของเลนนอนที่อาศัยในวัยเด็ก

เลนนอนเกิดมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อังกฤษยังไม่สิ้นสุด เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 1940 ที่โรงพยาบาล Liverpool Maternity Hospital โดยมีมารดาจูลี่ (née Stanley) และบิดาอัลเฟรด เลนนอน โดยทั้งคู่เป็นเชื้อสายไอริช[2] โดยลูกของพวกเขาได้ชื่อว่า จอห์น วินสตัน เลนนอนโดยชื่อและนามสกุลตั้งมาจากชื่อของปู่ จอห์น แจ็ค เลนนอน ส่วนชื่อวิสตันเป็นการเอามาจากชื่อของประธานาธิบดีสหราชอาณาจักร วินสตัน เชอร์ชิล [3] พ่อของเขามักจะออกจากบ้านอยู่บ่อยครั้ง , และส่งเช็คอยู่เป็นประจำในถนน 9 นิวคาสเซิลอะพอนไทน์ , ลิเวอร์พูล พ่อของเขามักจะออกจากบ้านอยู่บ่อยครั้ง , และมักจะส่งเงินให้กับแม่ของจอห์นอยู่บ่อยครั้ง 9 นิวคาสเซิลอะพอนไทน์ , ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของเลนนอน เมื่อเลนนอนอาศัยอยู่กับแม่ของเขา , อีกทั้งเงินได้หยุดเมื่อเมื่อเขาละทิ้งในเดือนกุมภาพันธ์ 1944 [4][5] ในที่สุดเขาก็กลับมาบ้านใน 6 เดือนต่อมา , เขาเสนอที่จะดูแลครอบครัว , แต่จูลี่ ตั้งครรถ์โดยเป็นลูกคนอื่น , ได้ปฎิเสธไอเดียนี้ทิ้งไป[6] หลังจากพี่สาวของเธอ , มิมิ สมิธ บ่นเป็นครั้งที่สองถึงการบริการสังคมของลิเวอร์พูล ,, จูลี่ได้ดูแลเลนนอนอยู่เพียงลำพัง , กรกฎาคม 1946 บิดาของเลนนอนได้มาเยี่ยมสมิธและจะนำเลนนอนไปยังเมือง Blackpool โดยเหมือนจะมีนัยยะแอบแฝงที่จะย้ายไปยังประเทศนิวซีแลนด์กับเขา[7] จูลี่เลือกที่ตามพวกเขากับญาติไปในเวลานั้น, 'บ็อบบี้' ไดคิน—หลังจากที่ทะเลาะกับพ่อของเขาถูกบีบบังคับถึง 5 ปีและทำให้ต้องเลือกพวกเขา , .เลนนอนเลือกพ่อของเขา , ทำให้แม่ของเขาเดินออกห่าง , จอห์นร้องไห้และตามหล่อนไป.[8] และนั้นทำให้เป็นเวลา 20 ปีเขาถึงจะติดต่อกับพ่อได้อีกครั้ง.[9] โดยเลนนอนในวัยเด็กและช่วงวัยรุ่นเขาได้อาศัยอยู่กับลุงและป้าของเขา , มิมิ และจอร์จ สมิธ โดยทั้งคู่ไม่เคยมีลูก จอห์นกับลุงและป้าของเขาอาศัยกันอยู่ที่ เมนดิช, 251 เมนเลิฟ เอวานู, วูดตัน[10] ป้าของเขาซื้อนวนิยายให้จอห์นเล่มหนึ่ง และลุงของเขา เป็นเจ้าของฟาร์มนมซึ่งเป็นฟาร์มของครอบครัวเขาเอง[11] จูลี่มักจะมาเมือง Mendips เป็นประจำ และเมื่อจอห์นอายุ 11 จอห์นมักจะมาเยี่ยมป้าบ่อยครั้งที่ถนน 1 Blomfield , ลิเวอร์พูล เธอเปิดเทปเพลงของ เอลวิส เพรสลีย์ , และสอนให้เขาใช้เครื่องดนตรีแบนโจ และสอนเขาร้องเพลง Ain't That A Shame ของศิลปิน แฟต โดมิโน[12] ในเดือนกันยายน 1980 , เลนนอนแสดงความเกี่ยวกับครอบครัวของเขาและความเป็นกบฎของตัเขา

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ซินเธีย เลนนอน[แก้]

ซินเธีย เลนนอนสอบเข้า Liverpool College of Art ได้ในปี 1957 ซินเธีย ยังได้พบกับ จอห์น เลนน่อน ซึ่งก่อวีรกรรมให้โรงเรียนมามากมายอีกทั้งจอห์นเพิ่งถูกเตะออกจากชั้นเรียนศิลปะ เขาจึงเลือกทางเลือกวิชาอักษร วิชาสุดท้ายที่จะทำให้เขาไม่ถูกไล่ออกจากโรงเรียน และในห้องเรียนวิชาตัวอักษรนี้คือสถานที่ๆซินเธียพบกับจอห์นครั้งแรก จอห์น เลนน่อนไม่เคยอยากเรียนวิชานี้แต่ต้องจำใจเพราะเขาถูกอาจารย์คนอื่นหมายหัวจนไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกต่อไป จอห์นที่แต่งตัวแบบเท็ดดี้ บอยตามสมัยนิยมเข้าห้องเรียนสาย เขาเดินมาและยกมือทักทายพอเป็นพิธี 'หวัดดี, ฉันชื่อจอห์น' จากนั้นก็นั่งข้างหลังซินเธีย เขาเข้าห้องเรียนแบบตัวเปล่าและกลายเป็นซินเธียที่หยิบยื่นปากกาหรือดินสอให้จอห์น จนพวกเขาเริ่มคุยเรื่องต่างๆมากขึ้น แม้ตอนแรกเธอจะกลัวจอห์นเพราะกิตติศัพท์ของเขา แต่เมื่อเธอยิ่งคุยกับเขา เธอก็ยิ่งหลงรักเขาโดยไม่รู้ตัว เดิมทีซินเธียมีผมสีดำ แต่เมื่อเธอทราบว่าผู้หญิงในฝันของจอห์นคือบรีฌิต บาร์โด นักแสดงสาวฝรั่งเศษชื่อดัง เธอจึงหันไปย้อมผมเป็นสีบลอนด์เลียนแบบบ้าง เมื่อเธอเดินเข้าโรงเรียนด้วยผมสีใหม่, เมื่อจอห์น เลนน่อนสังเกตเห็นจึงร้องแซวเธอทันที 'จับได้แล้วนะ, คุณนายฮอยเลค' ตามชื่อเล่นที่เขาตั้งให้เธอ บางครั้งซินเธียก็นำบิสกิตช็อคโกแล็ตหรือกาแฟให้จอห์นบ่อยๆ บางครั้งจอห์นก็นำกีต้าร์เข้ามาในห้องเรียนและร้องเพลงจีบซินเธียลั่นห้อง จนเธอต้องวิ่งหนีออกไปด้วยความเขินอาย บางทีจอห์นก็เขียนกลอนหรือจดหมายรักไปหาซินเธีย จอห์นมั่นใจว่าเขาซินเธียต้องมีใจให้เขาเช่นกัน เมื่อหลังงานฉลองปิดภาคเรียน จอห์นตัดสินใจรวบรวมความกล้าขอเดทกับซินเธียแบบตรงไปตรงมาและชวนไปผับ Ye Cracke แต่ซินเธียตกใจมากและตอบปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเธอมีคู่หมั้นอยู่แล้ว 'ฉันไม่ได้ขอให้เธอแต่งงานด้วยสักหน่อย' จอห์นตะคอกด้วยความฉุนเฉียวและผิดหวัง เขาเดินกระทืบเท้าออกจากห้องเรียนไปยัง Ye Cracke กับเพื่อนคนอื่น ภายหลังซินเธียรู้สึกผิดและตามจอห์นไปยังผับแห่งนั้นทันที แต่จอห์นก็ยังไม่หายโมโห ไม่ว่าเธอจะพยายามงอนง้อเท่าไหร่แต่จอห์นเมินหน้าหนีและไม่สนใจซินเธียเลย จนเมื่อซินเธียถอดใจและกำลังจะเดินออกจากผับ จอห์นโผเข้ามาจากด้านหลัง เขาจับมือซินเธียและกระชากเธอออกมา จากนั้นเขาก็พาซินเธียไปยังห้องของสจ๊วต ซุตคลิฟเพื่อนสนิท และวันนั้นเองเป็นวันแรกที่จอก์นกับซินเธียมีเซ็กซ์ด้วยกันครั้งแรก[13]


อ้างอิง[แก้]

  1. 100 Greatest Singers
  2. Harry 2000b, p. 504.
  3. Spitz 2005, p. 24: "Julia offered the name in honour of ... Winston Churchill".
  4. Lennon 2005, p. 54: "Until then he had sent her money each month from his wages, but now it stopped".
  5. Spitz 2005, p. 26: "In February 1944 ... he was arrested and imprisoned. Freddie subsequently disappeared for six months".
  6. Spitz 2005, p. 27.
  7. Lennon 2005, p. 56: "Alf admitted to her that he had planned to take John to live in New Zealand".
  8. Spitz 2005, p. 30: "Julia went out of the door ... John ran after her".
  9. Spitz 2005, p. 497.
  10. Lennon 2005, p. 56: "Hard to see why Mimi wanted John, as she had always said she didn't want children".
  11. Spitz 2005, p. 32: "When he was old enough, taught John how to solve crossword puzzles".
  12. Spitz 2005, p. 48: "To get them started, she applied the triad to 'Ain't That a Shame'".
  13. ผู้หญิงคนแรกของจอห์น เลนน่อน - เพจอ่าน-เพลง

บรรณานุกรม[แก้]

  • Harry, Bill. The John Lennon Encyclopedia. Virgin; 2000b. ISBN 0753504049.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]