เอเชียนเกมส์ 1998
| บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง คุณสามารถพัฒนาบทความนี้ได้โดยเพิ่มแหล่งอ้างอิงตามสมควร เนื้อหาที่ขาดแหล่งอ้างอิงอาจถูกลบออก |
| การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 | |
![]() Friendship beyond Frontiers |
|
| เมืองเจ้าภาพ | |
| จำนวนประเทศ | 41 |
| จำนวนนักกีฬา | 6,554 |
| เจ้าหน้าที่ | |
| อาสาสมัคร | |
| สื่อมวลชน | |
| ชนิดกีฬา | 36 ชนิด |
| พิธีเปิด | 6 ธันวาคม พ.ศ. 2541 |
| พิธีปิด | 20 ธันวาคม พ.ศ. 2541 |
| ประธานพิธี | พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว |
| กล่าวปฏิญาณตน นักกีฬา ผู้ตัดสิน |
ปรีดา จุลละมณฑล ทรงศักดิ์ เจริญพงษ์ |
| ผู้จุดคบเพลิง | สมรักษ์ คำสิงห์ |
| สนามกีฬาหลัก | สนามราชมังคลากีฬาสถาน |
เอเชียนเกมส์ 1998 เป็นการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 จัดขึ้นที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม ถึง 20 ธันวาคม พ.ศ. 2541 มีประเทศเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 41 ประเทศ และมีกีฬาแข่งขันทั้งหมด 36 ชนิด โดยสนามแข่งขันที่ใช้เป็นหลัก คือ ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ศูนย์กีฬาหัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย และ ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี
มาสคอตของการแข่งขันครั้งนี้ คือ ช้าง ไชโย และมีคำขวัญว่า Friendship beyond Frontiers หรือ มิตรภาพไร้พรมแดน
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 23 และ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 มีมติอนุมัติในหลักการให้กำหนดเป็นนโยบายบันได 3 ขั้น สู่การพัฒนากีฬาของชาติ โดยให้ประเทศไทยรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา 3 ระดับ ได้แก่ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ และมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทย เสนอตัวรับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี พ.ศ. 2541 ต่อสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ)
หลังจากที่ตณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในการที่ประเทศไทยขอรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 แล้ว คณะทำงานทุกท่านช่วยกันอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประแทศไทยฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มีการประชุมวางแผนมาเป็นระยะ ๆ และได้จัดทำเอกสารเผยแพร่ เพื่อนำไปมอบให้ผู้แทนชาติต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุมและที่สำคัญคณะทำงานได้จัดทำวีดิทัศน์ที่แสดงถึงความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของประเทศไทย เพื่อประกอบการบรรยายเสนอขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13
คณะกรรมการบริหารสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ได้ประชุมเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2533 ณ โรงแรมปักกิ่ง พาเลซทาวเวอร์ และมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้บรรจุวาระการประชุมเลือกประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี พ.ศ. 2541 ในการประชุมใหญ่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชียในวันรุ่งขึ้น โดยมีประเทศที่เสนอขอสมัครเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้รวม 3 ประเทศ คือ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย, กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย, กรุงไทเป ไต้หวัน
การประชุมใหญ่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ที่ประกอบด้วยประเทศสมาชิกทั้งสิ้น 37 ประเทศ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2533 ณ โรงแรมปักกิ่ง โดยให้ผู้แทนของประเทศที่เสนอขอรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบรรยายเสนอผลงานการเตรียมตัวรับเป็นเจ้าภาพ (Presentation) ตามลำดับพร้อมทั้งตอบข้อซักถามของผู้แทนประเทศสมาชิกต่าง ๆ จนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้มีการลงคะแนนลับเพื่อเลือกประเทศเจ้าภาพต่อไป
ผลการลงคะแนนเลือกประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ปรากฏดังนี้ [1]
- กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้ 20 คะแนน
- กรุงไทเป ไต้หวัน ได้ 10 คะแนน
- กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ได้ 7 คะแนน
ที่ประชุมจึงมีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี พ.ศ. 2541 ต่อจากเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ได้จัดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์มากที่สุดถึง 4 ครั้ง คือ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ,เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 6 ,เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8 และเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13
รัฐบาลไทยได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 อย่างเป็นทางการเพื่อเตรียมการรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ขึ้นในปี พ.ศ. 2536 โดยมี นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมกับได้แต่งตั้งคณะกรรมการออกเป็น 6 สาขา เพื่อดำเนินงานเร่งด่วนในการก่อสร้างสนามรวมทั้งหมู่บ้านนักกีฬาเพื่อรองรับการจัดการแข่งขัน ได้แก่
|
|
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ขึ้นใหม่ เพื่อให้ดำเนินงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมี นายพิชัย รัตตกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันฯ และได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เป็น 9 ฝ่าย ภายใต้การดูแลของสำนักเลขาธิการ ได้แก่
|
|
|
คำขวัญและสัญลักษณ์ [แก้]
สัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ [แก้]
สัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ได้มาจากการประกวดที่จัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการอำนวยการแข่งขันฯ ซึ่งมีภาพส่งเข้าประกวดจากทั่วประเทศทั้งหมด 181 ภาพ ภาพที่ได้รับคัดเลือกเป็นผลงานของ นางสาวตรึงใจ ตั้งสกุล นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยนำเอาตัวอักษร "A" ในภาษาอังกฤษ ที่หมายถึงทวีปเอเชียมาประยุกต์เป็นรูปองค์พระมหาเจย์ดีสีทองที่ใช้เก็บพระบรมสารีริกธาตุ สิ่งสำคัญสูงสุดของศาสนาพุทธ ซึ่งอักษรตัว "A" อยู่ภายใต้หลังคาทรงไทย มีความบ่งบอกถึงชาวเอเชีย (Asia) และนักกีฬา (Athlete) ที่มาร่วมการแข่งขันทุกชาติ จะได้รับความอบอุ่นด้วยมิตรไมตรีของประเทศไทยในฐานะเจ้าบ้าน สำหรับรูปดวงอาทิตย์สีแดงเปล่งรัศมีเป็นเปลว 16 แฉก ที่อยู่เหนือสัญลักษณ์ฯ นั้น คือ สัญลักษณ์ของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย ที่หมายถึง ความรอบรู้ พลังของนักกีฬาที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
สัญลักษณ์ Bangkok 1998 [แก้]
สัญลักษณ์ Bangkok 1998 เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักทางกราฟิกที่มีบทบาทอย่างสูงต่อการกำหนดเอกลักษณ์ของการแข่งขันที่สาขาศิลปกรรมและการออกแบบเพิ่มเติมขึ้นมาในระบบ เพื่อช่วยให้การสร้างภาพลักษณ์ของการแข่งขัน มีความเด่นชัด เป็นสากล มีความยืดหยุ่นในการใช้งานและเพิ่มสุนทรียภาพ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประโยชน์ใช้สอยในด้านของการประชาสัมพันธ์ชื่อของเมืองที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันให้เป็นที่ปรากฏ
สัญลักษณ์นี้มีการนำไปใช้ในลักษณะต่างๆ ค่อนข้างมาก เช่น การตกแต่งศูนย์กีฬาและสนามแข่งขัน การจัดทำวัสดุสิ่งพิมพ์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ เอกสารที่ใช้ในการแข่งขัน เป็นต้น
มิตรภาพไร้พรมแดน [แก้]
"มิตรภาพไร้พรมแดน" หรือ "Friendship Beyond Frontiers" คำขวัญประจำการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 เป็นวลีที่สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ที่สนับสนุนและส่งเสริม "ปรัชญาของการแข่งขันกีฬา" อย่างชัดเจนที่สุด หัวใจของปรัชญากีฬา คือ การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี มีน้ำใจ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดภาพรวมของมิตรภาพ ซึ่งจเไม่มีอุปสรรคใดๆ มาขวางกั้น ไม่ว่าจะเป็น เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ขนบธรรมเนียมและประเพณีที่ต่างกัน ฯลฯ เมื่อทุกคนเข้าสู่เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ทุกคนจะถูกหล่อหลอมให้เข้าสู่แนวร่วมเดียวกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในที่สุด โดยคำขวัญนี้เป็นแนวความคิดของ นายสุขวิช รังสิตพล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ
ช้างไชโย [แก้]
หลังจากประเทศสมาชิกสภาโอลิมปิกแห่งเอเซีย 43 ชาติ มีมติให้เกียรติประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ จึงมีมติเห็นชอบให้ใช้ช้าง เป็นมาสคอต หรือ สัตว์นำโชคของการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 เนื่องจากช้างเป็นสัญลักษณ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณ ทั้งยังเป็นสัตว์ที่แข็งแรง มีความเฉลียวฉลาด
สำหรับผู้ออกแบบนั้น สำนักเลขาธิการได้มอบหมายให้นายอรรณพ กิตติชัยวรรณ หรือ แอ้ด มติชน นักวาดการ์ตูนชื่อดังของหนังสือพิมพ์มติชน เป็นผู้วาดภาพช้าง และเพื่อให้เกิดภาพสัญลักษณ์ที่สมบูรณ์พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น จึงได้จัดให้มีการประกวดตั้งชื่อช้างนำโชคดังกล่าว ปรากฏว่ามีผู้สนใจจากทั่วประเทศ 538 คน ตั้งชื่ส่งเข้าประกวด และมีการตัดสินในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 โดยมี นายปัจจัย บุนนาค เป็นประธานผู้ตัดสิน ผลการตัดสินให้ใช้ชื่อช้างนำโชคว่า "ช้างไชโย" ซึงเมื่อรวมกันแล้วจึงมีความหมายถึงความแข็งแรง ความฉลาด ความสุขและความสนุกสนาน
ลายจักสาน [แก้]
ลายจักสาน เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยกำหนดให้ใช้ประกอบในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณาการแข่งขัน โดยสื่อความหมายถึงความเป็นเอกภาพในดินแดนเอเชียและสะท้อนคุณค่าถึงมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ โดยไม่เจาะจงว่าเป็นประเทศใดเพราะลายจักสานเป็นศิลปะทางวัฒนธรรมอันเก่าแกีของประเทศส่วนใหญ่ในทวีปเอเชีย นอกจากนี้ ลายจักสานยังถือเป็นสัญลักษณ์ของงานหัตถศิลป์ของชนชาติตะวันออกที่สืบสานกันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานนับแต่อดีตกาล ลวดลายของเส้นสายที่สอดประสานกันนั้น เป็นวิถีที่คุ้นเคยและอบอุ่นของชาวเอเชีย สื่อความหมายถึงคำกล่าวต้อนรับชนทุกชาติ และพลังแห่งเอเชียในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทั้งยังมีนัยสำคัญ คือ เป็นการสอดประสาน ถักทอหรือรวมเข้าด้วยกัน สื่อความหมายถึงความร่วมมือกัน ความสมัครสมาน ความสามัคคี
สัญลักษณ์กีฬา [แก้]
สัญลักษณ์กีฬา เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักทางกราฟิกที่มีบทบาทอย่างสูงต่อการกำหนดเอกลักษณ์ของการแข่งขันที่สาขาศิลปกรรมและการออกแบบเพิ่มเติมขึ้นมาในระบบ เพื่อช่วยให้การสร้างภาพลักษณ์ของการแข่งขันมีความเด่นชัด เป็นสากล มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน และเพิ่มสุนทรียภาพแก่การแข่งขัน สัญลักษณ์ที่ออกแบบในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 42 ชนิดกีฬา โดยแบ่งเป็นกลุ่มได้ 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มชนิดกีฬาหลักจำนวน 36 ชนิด
- กลุ่มประเภทกีฬาในกลุ่มชนิดกีฬาหลักจำนวน 4 ประเภทกีฬา
- กลุ่มชนิดกีฬาสาธิตจำนวน 2 ชนิดกีฬา
พิธีเปิด - ปิดการแข่งขัน [แก้]
การจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 คณะกรรมการได้กำหนดกรอบแนวคิดในการดำเนินการจัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน โดยต้องแสดงออกถึงการถ่ายทอดปรัชญา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและความเป็นไทย การดำเนินวิถีชีวิตของชนชาติไทย วิวัฒนาการสู่อนาคตของคนไทย โดยบ่งบอกถึงการแสดงออกซึ่งความเป็นชาวเอเชีย ความเป็นสากลทางการกีฬา โดยให้สอดคล้องกับคำขวัญของการแข่งขันครั้งนี้ คือ "มิตรภาพไร้พรมแดน Friendship Beyond Frontiers" อีกทั้งดำเนินการให้เป็นไปตามธรรมนูญของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ภายในเวลาที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3 ชั่วโมง
คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้คัดเลือก บริษัท เจเอสแอล จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน โดยพิจารณาจากการนำเสนอความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ความเป็นสากลในรูปแบบการแสดง การใช้เทคนิคพิเศษ แสง สี เสียง ศักยภาพของบริษัท ตลอดจนแม่บทในการดำเนินงาน
จุดประสงค์และประเด็นหลักของการจัดพิธีเปิด-ปิดครั้งนี้ คือ แสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของเอเชีย ถ่ายทอดความเป็นไทย ความเป็นสากลทางการกีฬา ศักยภาพและมาตรฐานในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติของประเทศไทย โดยจัดให้มีความยิ่งใหญ่ตระการตา โดยเน้นความประหยัด และประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้สอดคล้องต่อปีแห่งการท่องเที่ยว Amazing Thailand
ต่อมา คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้มีมติให้ บริษัท เจเอสแอล จำกัด ปรับลดเวลาในการจัดแสดงพิธีเปิดและพิธีปิดให้กระชับลงกว่าเดิม พิธีเปิดจากเดิมใช้เวลา 3 ชั่วโมงให้คงเหลือ 2 ชั่วโมงครึ่ง และพิธีปิดจากเดิมใช้เวลา 3 ชัวโมงครึ่ง ให้คงเหลือ 2 ชั่วโมง เพื่อให้มีช่วงเวลาเหมาะสมเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดและทอดพระเนตรการแสดง ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน
ในครั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพได้ประมวลภาพหมู่ประเทศสมาชิกมาเป็นสัญลักษณ์ อันจะเสนอให้โลกรับรู้ได้ถึง "SPIRIT OF ASIA" หรือ "จิตวิญญาณแห่งบูรพา" โดยทำให้ภาพกระจ่างชัด ด้วยการแบ่งออกเป็น 4 ช่วง และมีความหมายโดยนัยอีกหนึ่งระดับ คือ
- "ดวงตะวัน" (สีแดง) แทนกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออก มีความหมายโดยนัย คือ ความเข้มแข็งและยังอาจหมายถึงเพศชาย
- "จันทรา" (สีเหลือง) แทนกลุ่มประเทศแถบเอเชียใต้ตอนกลาง มีความหมายโดยนัย คือ ความนุ่มนวลอ่อนโยนและยังอาจหมายถึงเพศหญิง
- "ดารา" (สีฟ้า) แทนกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันตก มีความหมายโดยนัย คือ ประชาคมหรือการอยู่ร่วมกันเป็นสัมพันธ์บริสุทธิ์ของทารก เด็กและเยาวชน
- "มหากุมุท" (สีขาว) แทนกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความหมายโดยนัย คือ สันติสุข หรือความรู้แจ้ง
พิธีเปิด [แก้]
พิธีเปิดราชมังคลากีฬาสถานและพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 จัดขึ้นในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล โดยเสด็จด้วย
กำหนดการ [แก้]
| ชุดการแสดงในพิธีเปิด | เวลา |
| รุ่งอรุโณทัย | 7 นาที |
| สหพันธ์ไมตรี | 8 นาที |
| สวัสดีไชโย | 9 นาที |
| เฉลิมพระเกียรติกษัตริย์ตราธิราชเจ้า | 5 นาที |
| พิธีการ OCA | 1 ชั่วโมง 20 นาที |
| ทวยเทพปิติอำนวยชัย | 13 นาที |
| จิตวิญญาณบูรพา | 11 นาที |
| คีตภราดร | 12 นาที |
| พลุและดอกไม้ไฟ | 5 นาที |
| รวมเวลาการแสดง | 2 ชั่วโมง 30 นาที |
การแสดงก่อนพิธีเปิด [แก้]
รุ่งอรุโณทัย-ไมตรี -สวัสดีไชโย [แก้]
พิธีการ [แก้]
ทวยเทพอำนวยชัย-จิตบูรพา-ภราดร [แก้]
พิธีปิด [แก้]
พิธีปิดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 จัดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ เป็นองค์ประธานในพิธี ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล โดยเสด็จด้วย
กีฬา [แก้]
ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน [แก้]
|
(เจ้าภาพ) |
สรุปเหรียญการแข่งขัน [แก้]
| อันดับ | ประเทศ | รวม | |||
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 129 | 78 | 67 | 274 | |
| 2 | 65 | 46 | 53 | 164 | |
| 3 | 52 | 61 | 68 | 181 | |
| 4 | 24 | 26 | 40 | 90 | |
| 5 | 24 | 24 | 30 | 79 | |
| 6 | 19 | 17 | 41 | 77 | |
| 7 | 10 | 11 | 13 | 34 | |
| 8 | 7 | 14 | 12 | 33 | |
| 9 | 7 | 11 | 17 | 35 | |
| 10 | 6 | 22 | 12 | 40 | |
| 11 | 6 | 10 | 11 | 27 | |
| 12 | 5 | 10 | 14 | 29 | |
| 13 | 5 | 6 | 6 | 17 | |
| 14 | 4 | 6 | 4 | 14 | |
| 15 | 3 | 0 | 3 | 6 | |
| 16 | 2 | 4 | 9 | 15 | |
| 17 | 2 | 3 | 9 | 14 | |
| 18 | 2 | 3 | 3 | 8 | |
| 19 | 2 | 2 | 10 | 14 | |
| 20 | 1 | 6 | 4 | 11 | |
| 21 | 1 | 5 | 12 | 18 | |
| 22 | 1 | 5 | 11 | 17 | |
| 23 | 1 | 0 | 1 | 2 | |
| 24 | 0 | 3 | 3 | 6 | |
| 25 | 0 | 3 | 2 | 5 | |
| 26 | 0 | 2 | 4 | 6 | |
| 27 | 0 | 1 | 3 | 4 | |
| 28 | 0 | 1 | 1 | 2 | |
| 29 | 0 | 1 | 0 | 1 | |
| 30 | 0 | 0 | 1 | 1 | |
| 0 | 0 | 1 | 1 | ||
| 0 | 0 | 1 | 1 | ||
| 0 | 0 | 1 | 1 | ||
| รวม | 379 | 381 | 467 | 1227 | |
สรุปเหรียญที่นักกีฬาไทยได้รับในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 [แก้]
ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ นักกีฬาไทยสามารถทำผลงานได้ทั้งหมด 90 เหรียญ แบ่งเป็น
- เหรียญทอง จำนวน 24 เหรียญ จาก 12 ชนิดกีฬา ได้แก่ โบว์ลิ่ง มวยสากล จักรยาน ขี่ม้า ยิมนาสติก เซปักตะกร้อ ตะกร้อวง ยิงปืน ว่ายน้ำ เทนนิส วอลเลย์บอล และเรือใบ
- เหรียญเงิน จำนวน 26 เหรียญ จาก 14 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา แบดมินตัน สนุกเกอร์ บิลเลียด โบว์ลิ่ง จักรยาน ขี่ม้า คาราเต้โด ยิงปืน ว่ายน้ำ เทนนิส เทควันโด วูซู และเรือใบ
- เหรียญทองแดง จำนวน 40 เหรียญ จาก 20 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา แบดมินตัน สนุกเกอร์ บิลเลียด มวยสากล จักรยาน กระโดดน้ำ ขี่ม้า ยูโด คาราเต้โด เรือพาย รักบี้ฟุตบอล เซปักตะกร้อ ยิงปืน ยิงเป้าบิน ว่ายน้ำ เทควันโด ยกน้ำหนัก วูซู และเรือใบ
เกร็ดการแข่งขัน [แก้]
- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินในพิธีเปิดการแข่งขัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันครั้งนี้
- การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม
- สมรักษ์ คำสิงห์ เป็นผู้จุดไฟในกระถางคบเพลิงทรงดอกบัว
- อมิตา ทาทา ยัง ร่วมแสดงและขับร้องเพลง "Reach for the star" ในการแสดงชุดสุดท้ายของพิธีเปิด นอกจากนี้ แอ๊ด คาราบาว ยังเป็นผู้ขับร้องเพลง "มิตรภาพไร้พรมแดน" ซึ่งเป็นเพลงประจำการแข่งขันครั้งนี้อีกด้วย
- โรงเรียนและสถานศึกษาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปิดการเรียน 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันปัญหาการจราจร
- ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยสามารถเอาชนะเกาหลีใต้ได้ไป 2:1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บอย่างน่าประทับใจ จากลูกยิงฟรีคิกของ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล และเป็นการคุมทีมเป็นครั้งแรก ๆ ของ ปีเตอร์ วิธ โค้ชชาวอังกฤษ ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลครั้งนั้น ไทยได้ที่ 4 ซึ่งเป็นสถิติดีที่สุดที่ทีมชาติไทยสามารถทำได้จนปัจจุบัน
- เหรียญทองเหรียญสุดท้ายที่ทำการแข่งขัน คือ มวยสากลสมัครเล่นในรุ่นเฟเธอร์เวท โดย สมรักษ์ คำสิงห์ สามารถคว้าไปได้ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแข่งขัน และทรงเป็นองค์ประธานในพิธีปิดอีกด้วย
- ประเทศซาอุดิอาระเบีย ไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน แต่เข้าร่วมเดินขบวนในพิธีการแข่งขันอีกด้วย
อ้างอิง [แก้]
- ↑ คณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13. รายงานการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13. กรุงเทพมหานคร:
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- เอเชียนเกมส์ 1998 จากเว็บสยามกีฬา
- เพลงประกอบการแข่งขัน
- วิดีโอคลิปพิธีเปิดการแข่งขัน
| สมัยก่อนหน้า | เอเชียนเกมส์ 1998 | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| เอเชียนเกมส์ 1994 (ฮิโรชิมา, ประเทศญี่ปุ่น) |
การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ (6 - 20 ธันวาคม ค.ศ. 1998) |
เอเชียนเกมส์ 2002 (ปูซาน, ประเทศเกาหลีใต้) |
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||

