สตาร์ วอร์ส 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก The Empire Strikes Back)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สตาร์ วอร์ส 2
TheEmpireStrikesBackPoster1980.jpg
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับเออร์วิน เคิร์ชเนอร์
อำนวยการสร้างแกรี เคิร์ทซ์
บทภาพยนตร์
เนื้อเรื่องจอร์จ ลูคัส
นักแสดงนำ
ดนตรีประกอบจอห์น วิลเลียมส์
กำกับภาพปีเตอร์ ซัสชิตสกี
ตัดต่อพอล เฮิร์ช
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์
วันฉาย17 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 (1980-05-17)(เคนเนดีเซนเทอร์)
21 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 (1980-05-21)(สหรัฐ)
ความยาว124 นาที[1]
ประเทศสหรัฐ
ภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]
รายได้548 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3][4]

สตาร์วอร์ส 2 (อังกฤษ: The Empire Strikes Back) หรือรู้จักในชื่อ สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 5 จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ (อังกฤษ: Star Wars: Episode V – The Empire Strikes Back) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวมหากาพย์บันเทิงคดีอวกาศ ฉายเมื่อปี ค.ศ. 1980 กำกับโดย เออร์วิน เคิร์ชเนอร์ เขียนบทโดย ลีห์ แบรคเกตต์และลอว์เรนซ์ แคสแดน จากเนื้อเรื่องโดย จอร์จ ลูคัส สร้างโดยลูคัสฟิล์ม เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองของแฟรนไชส์และใน สตาร์ วอร์ส ไตรภาคเดิม ภาคต่อของ สตาร์ วอร์ส (1977) และเป็นตอนที่ห้าใน "มหากาพย์สกายวอล์คเกอร์" ดำเนินเรื่องหลังเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องแรกสามปี จักรวรรดิกาแลกติก ภายใต้การนำของ ดาร์ธ เวเดอร์และจักรพรรดิ ตามล่า ลุค สกายวอร์คเกอร์ และเหล่าพันธมิตรกบฏที่เหลือ ขณะที่เวเดอร์นั้นกำลังตามล่าเพื่อนของลุค—ฮาน โซโล, เจ้าหญิงเลอา, ชิวแบคคาและซีทรีพีโอ—อย่างไม่ลดละ ลุคได้ศึกษาวิถีแห่งพลังจากอาจารย์เจไดโยดา นักแสดงประกอบด้วย มาร์ค ฮามิลล์, แฮร์ริสัน ฟอร์ด, แคร์รี ฟิชเชอร์, บิลลี ดี วิลเลียมส์, แอนโทนี แดเนียลส์, เดวิด พราวส์, เคนนี เบเกอร์, ปีเตอร์ เมย์ฮิวและแฟรงค์ ออซ

หลังความสำเร็จของ สตาร์ วอร์ส ลูคัสได้จ้างแบรคเกตต์ให้เขียนบทสำหรับภาคต่อ หลังเธอเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1978 ลูคัสได้ร่างเค้าโครงมหากาพย์ สตาร์ วอร์ส โดยรวมและเขียนร่างต่อไปด้วยตัวเขาเอง ก่อนที่เขาจะจ้างแคสแดน ลูคัสเลือกที่จะไม่กำกับภาพยนตร์เนื่องจากมีภาระผูกพันกับอินดัสเทียลไลต์แอนด์แมจิกและการจัดการทางการเงินและได้ส่งต่อหน้าที่ผู้กำกับให้กับเคิร์ชเนอร์ อดีตศาสตราจารย์ของเขา การถ่ายทำเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกันยายน ค.ศ. 1979 สตาร์วอร์ส 2 พบปัญหาในการถ่ายทำหลายอย่าง เช่น นักแสดงบาดเจ็บ, ฉากถูกไฟไหม้และค่าปรับจาก สมาคมนักเขียนและผู้กำกับแห่งอเมริกา ทุนสร้างเริ่มต้นที่ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ตอนที่ขั้นตอนการสร้างนั้นเสร็จสิ้น ทำให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างสูงสุดในเวลานั้น

สตาร์วอร์ส 2 ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ ศูนย์เคนเนดี ใน วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 และฉายในสหรัฐเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 ภาพยนตร์กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดในปี ค.ศ. 1980 ถึงแม้ว่าในช่วงแรกจะได้รับคำวิจารณ์ที่หลากหลาย ณ ปัจจุบัน ภาพยนตร์ได้รับการยกย่องว่าภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในมหากาพย์ สตาร์ วอร์ส และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างมา ภาพยนตร์ทำเงินมากกว่า 548 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก จากการฉายครั้งแรกและฉากใหม่หลายครั้ง เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว ภาพยนตร์กลายเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่เงินสูงสุดอันดับที่สองและภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดอันดับที่สิบสามในอเมริกาเหนือ[5] ในปี ค.ศ. 2010 ภาพยนตร์ถูกเลือกโดยหอสมุดรัฐสภาของสหรัฐให้เก็บรักษาไว้ในหอทะเบียนภาพยนตร์แห่งชาติ ในฐานะที่ภาพยนตร์ "มีวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์, หรือ มีความสุนทรีย์อย่างมีนัยสำคัญ"

สตาร์วอร์ส 2 ได้สร้างผลกระทบสำคัญต่อการสร้างภาพยนตร์และวัฒนธรรมประชานิยม ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างที่หายากของภาคต่อที่ประสบความสำเร็จมากกว่าภาคแรก ฉากไคล์แมกซ์ ซึ่งเป็นฉากที่เวเดอร์เปิดเผยว่าเขาคือพ่อของลุค มักจะถูกอ้างถึงว่าเป็นหนึ่งในการหักมุมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ สตาร์วอร์ส 2 ตามมาด้วย สตาร์ วอร์ส 3: ชัยชนะของเจได ในปี ค.ศ. 1983 เมื่อรวมภาพยนตร์สองเรื่องดังกล่าวกับภาพยนตร์ สตาร์ วอร์ส ต้นฉบับ เรียกว่า สตาร์ วอร์ส ไตรภาคเดิม

โครงเรื่อง[แก้]

มันเป็นเวลามืดมนของเหล่ากบฏ แม้ดาวมรณะจะถูกทำลายลง ทหารของจักรวรรดิ ได้ต้อนกบฏจากฐานลับและตามล่าพวกเขาไปสุดขอบจักรวาล ในการหลบหลีกกองทัพจักรวรรดิ กลุ่มกบฏนำโดยลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้สร้างฐานลับขึ้นใหม่บนดาวน้ำแข็งแห่ง ฮอธ ดาร์ธ เวเดอร์ผู้ชั่วร้ายซึ่งมุ่งมั่นที่จะหาตัวสกายวอล์คเกอร์ ได้ส่งหุ่นสอดแนมนับพันไปในห้วงอวกาศ เมื่อหาพบก็ได้ส่งกองกำลังโจมตีจนฝ่ายกบฏต้องหลบหนีไป

ฝ่ายลุค ก็ได้แยกตัวออกไปตามหาปรมาจารย์เจไดโยดา บนดาว เดโกบาห์ ตามคำบอกของโอบีวัน เคโนบี

ระหว่างที่ฮัน โซโลต้องพาเจ้าหญิงเลอา หนีการตามล่าของยาน Star Destroyer ของฝ่ายจักรวรรดิ ได้เกิดความเสียหายกับยานมิลเลเนียม ฟอลคอน ทำให้ไม่สามารถใช้ Hyper Space (อุปกรณ์เร่งความเร็วสู่ความเร็วแสง) ได้ จึงไปพักซ่อมยานที่ นครเมฆา ที่มีเพื่อนเก่าของฮัน โซโล คือ Lando Calrissian อยู่ โดยหารู้ไม่ว่าที่นี่ได้ถูกดาร์ธ เวเดอร์ควบคุมไว้เรียบร้อยแล้ว

ด้วยความจำเป็นทำให้ แลนโด้ ต้องหักหลังพวกฮัน และจับพวกเขาขังเอาไว้เพื่อเป็นเหยื่อล่อลุคให้มาติดกับ ดาร์ธ เวเดอร์ได้จับ ฮัน แช่แข็งในคาร์บอนไนต์ แล้วให้ โบบ้า เฟทท์ ไปส่งแก่แจบบ้า เดอะ ฮัท ผู้ซึ่ง ฮัน เป็นหนี้เขาอยู่ และก็เตรียมที่จะทำแบบนี้กับลุคเช่นเดียวกัน

ฝ่าย แลนโด้ เมื่อเห็นว่าดาร์ธ เวเดอร์หาได้ทำตามข้อสัญญาไม่ ก็ได้กลับใจช่วยเหลือพวก เลอา ให้หนีรอดออกมาได้

ส่วนลุคก็ได้เผชิญหน้ากับเวเดอร์โดยลำพัง และเขาได้รู้ความจริงอันโหดร้ายว่าดาร์ธ เวเดอร์ผู้โหดร้ายนั้นก็คือ พ่อแท้ ๆ ของเขานั่นเอง

เวเดอร์ได้เกลี้ยกล่อมให้ลุคร่วมมือกับเขาแต่ก็ไม่สำเร็จและได้ต่อสู้ ลุคเสียท่าถูกเวเดอร์ตัดมือขวา จากการต่อสู้นี้ทำให้ลุคได้รู้ความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วดาร์ธ เวเดอร์คือพ่อของเขา (ประโยคที่ดาร์ธ เวเดอร์พูดกับลุคว่า "I Am Your Father" เป็นประโยคที่คลาสสิก สำหรับคนที่ชื่นชอบสตาร์วอร์ส จะรู้จักประโยคนี้เป็นอย่างดี)

และลุคร่วงออกมาจาก Cloud City เลอาที่รู้สึกถึงลุค ก็ได้หันยานมิลเลเนียม ฟอลคอน กลับมาช่วยเขาไว้ได้

และได้กลับไปรวมกับกลุ่มยานกบฏซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ได้สำเร็จ ส่วน แลนโด้ และชิวแบคก้า ก็ได้ออกตามหาแจบบ้า เดอะ ฮัท เพื่อช่วย ฮัน โซโลกลับคืนมา

ตัวละคร[แก้]

การตอบรับ[แก้]

รางวัล[แก้]

ภาพยนตร์ได้รับรางวัลออสการ์ ใน 2 รางวัล ได้แก่ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และรางวัลเกียรติยศออสการ์ จากสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (รางวัลเกียรติยศจะมีการมอบต่อเมื่อมีภาพยนตร์ที่ดีที่สุดจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่มอบทุกปีเหมือนรางวัลสาขาอื่นๆ ปีใดไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดที่คุณภาพถึง จะไม่มีการมอบรางวัลนี้)

อ้างอิง[แก้]

  1. "THE EMPIRE STRIKES BACK". British Board of Film Classification. Archived from the original on December 20, 2014. สืบค้นเมื่อ December 20, 2014. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  2. "The Empire Strikes Back Created The Modern Fillm Franchise". Escapist Magazine. Archived from the original on February 26, 2020. สืบค้นเมื่อ February 4, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  3. "Star Wars: Episode V - The Empire Strikes Back (1980)". Box office Mojo. Archived from the original on February 26, 2020. สืบค้นเมื่อ March 14, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. "Star Wars Ep. V: The Empire Strikes Back – Box Office Data, DVD and Blu-ray Sales, Movie News, Cast and Crew Information". The Numbers. Archived from the original on July 8, 2015. สืบค้นเมื่อ May 13, 2013. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  5. "Films adjusted for inflation". Box Office Mojo. Archived from the original on May 4, 2009. สืบค้นเมื่อ June 21, 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]