โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Toyota Fortuner face.jpg

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ (อังกฤษ: Toyota Fortuner) เป็นรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดกลาง (Mid-size SUV) ของโตโยต้า โดยเริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ในประเทศไทย ซึ่งใช้โครงสร้างเดียวกันกับ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ หรือ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์และโตโยต้า อินโนวาในปัจจุบัน

ฟอร์จูนเนอร์เป็นรถรุ่นที่ใกล้เคียงกับ อีซูซุ มิว-เซเว่น, มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ซึ่งเป็นรถเอสยูวีที่ใช้โครงสร้างเดียวกันกับรถกระบะ (อีซูซุ ดีแมคซ์, มิตซูบิชิ ไทรทัน และ ฟอร์ด เรนเจอร์ ตามลำดับ) หรือ พีพีวี เช่นเดียวกัน นอกจากนี้รถรุ่นนี้ยังเป็นคู่แข่งขันทางการค้ากับรถเอสยูวีรุ่นอื่น ที่ไม่เข้าข่ายพีพีวี แต่มีระดับราคาใกล้เคียงกัน เช่น ฮอนด้า ซีอาร์วี, เชฟโรเลต แคปติวา,นิสสัน เอ็กซ์ เทรลเป็นต้น อีกด้วย ในบางประเทศขายในชื่อ Toyota SW4 ซึ่งไม่มีขายในญี่ปุ่น อเมริกาและยุโรป แต่เน้นขายในอาเซียนเป็นหลัก มีเครื่องยนต์ทั้งหมดดังนี้

  • 1KD-FTV ดีเซล 4 สูบ 16 วาวล์ VN เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์คอมมอนเรล 3000ซีซี 163 แรงม้า
  • 2KD-FTV ดีเซล 4 สูบ 16 วาวล์ vnเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์คอมมอนเรล 2500ซีซี 144 แรงม้า (มาในปลายปี พ.ศ. 2552)/ดีเซล 4 สูบ 16 วาวล์ เทอร์โบคอมมอนเรล 2500ซีซี 102แรงม้า (มีในบางประเทศ)
  • 2TR-FE เบนซิน 4 สูบ 16 วาวล์หัวฉีดพร้อมระบบวาวล์แปรผัน VVT-i 2700ซีซี 160 แรงม้า
  • 1GR-FE เบนซินV6สูบ 24 วาวล์หัวฉีดพร้อมระบบวาวล์แปรผัน VVT-i 4000ซีซี (จำหน่ายในต่างประเทศ)

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2547 - พ.ศ. 2558)[แก้]

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นที่ 1 มุมด้านหน้า
โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นที่ 1 มุมด้านหลัง

ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ได้เปิดตัวพร้อมกับโตโยต้า อินโนวา ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle” โดยในขณะนั้นโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์มีรูปทรงที่สวยกว่าคู่แข่ง ประกอบกับเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในเวลานั้นทำให้ตั้งแต่เปิดตัวโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ นั้นกลายเป็นรถที่ขายดีที่สุดของรถประเภทเดียวกันในเวลานั้น

ปรับโฉมครั้งที่ 1[แก้]

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ปรับโฉมปี พ.ศ. 2551

ในวันที่ 5 สิงหาคม 2551 ได้มีการปรับโฉมบางส่วน (ไมเนอร์เชนจ์) ครั้งแรกปรับปรุงภายนอกใหม่ โดยภายนอกได้เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ พร้อมกับไฟหน้าใหม่เป็นโปรเจกต์เตอร์ การออกแบบไฟท้ายใหม่ ล้อแมกลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว มีระบบ VSC และ TRC เปลี่ยนจานเบรกให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มระบบเสริมแรงเบรก BA, มีเครื่องเล่นดีวีดีพร้อมเนวิเกเตอร์ให้เลือก และเพิ่มรุ่นดีเซลขับเคลื่อน 2 ล้อ

ปรับโฉมครั้งที่ 2[แก้]

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับโฉมปี พ.ศ. 2554
โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นแท็กซี่

ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ปรับโฉมครั้งใหญ่ (บิ๊ก ไมเนอร์เชนจ์) พร้อมกับการเปิดตัวโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ โดยภายนอกมีการเปลี่ยนไฟหน้าเป็นซีนอน-โปรเจกต์เตอร์พร้อมที่ฉีดไฟหน้า มีการออกแบบกระจังหน้า และไฟท้ายใหม่ซึ่งคล้ายโดนัท กันชนหน้าใหม่ มีไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง กันชนท้ายใหม่ โดยมีคิ้วสแตนเลสเขียนว่า FORTUNER เหนือกรอบทะเบียน ทับทิมที่กันชนทรงใหม่ ย้ายตัวอักษรบอกรุ่นเครื่องยนต์ไว้ด้านท้าย และในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555 ได้เปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่เฉพาะรุ่นดีเซลเปลี่ยนจากเดิม 4 สปีดเป็น 5 สปีด เพิ่มรุ่นย่อย 2.5G เกียร์อัตโนมัติ และปรับกำลังรุ่น 3000cc เป็น 171 แรงม้า หน้าตาภายนอกเหมือนเดิม ส่วนภายในเพิ่มระบบนำทาง Eco Navi พร้อมประมวลผลพฤติกรรมการขับขี่แบบ Real Time ความบันเทิงระดับเครื่องเล่น DVD และจอแสดงผล LCD แบบสัมผัส ขนาด 6.1 นิ้ว

รุ่นที่ 2 รหัส AN160 (พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน)[แก้]

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นที่ 2

วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้จัดงานเปิดตัว “All New Fortuner” ภายใต้สโลแกน “New legend of the pride” ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย

การออกแบบตัวรถมีความหรูหราทั้งภายในและภายนอก โดยการออกแบบภายนอกมีกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ดีไซน์ใหม่, ไฟหน้า LED โปรเจกต์เตอร์แบบ Bi-Beam, เสารับสัญญาณวิทยุแบบ Shark Fin, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง, สปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ,ล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว, กันชนท้ายดีไซน์ใหม่, ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding, เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ระบบนำทาง (Navigator) พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ T-Connect และการเชื่อมต่อ Bluetooth, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติสามารถควบคุมแรงลมอัตโนมัติ, ช่องเสียบอุปกรณ์ USB, iPOD และ AUX เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift, ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift), กล้องมองหลังที่จะแสดงภาพบริเวณมุมมองด้านท้ายของรถ,ระบบควบคุมไฟหน้า เปิด-ปิด อัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control), ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสไฟฟ้า DC 12 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า AC 220 โวลต์, ช่องเก็บของแบบ Cool Box

ส่วนระบบความปลอดภัยมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control), ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control), ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control), ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System), ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist), ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution), กล้องมองหลัง (ยกเว้นรุ่น 2.4G MT), เซ็นเซอร์กะระยะการถอยหลัง (เฉพาะรุ่น 2.4G MT), ใช้โครงสร้างนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทกเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริเวณห้องโดยสาร, ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุด, พวงมาลัยแบบยุบตัวได้, ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System)

โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์มี 9 รุ่นย่อยดังนี้

  • 2.8V AT 4WD ราคา 1,629,000 บาท
  • 2.8V AT 2WD ราคา 1,559,000 บาท
  • 2.7V AT 2WD ราคา 1,549,000 บาท
  • 2.4V AT 2WD ราคา 1,399,000 บาท
  • 2.4G MT 2WD ราคา 1,229,000 บาท
  • 2.8V AT TRD Sportivo 4WD Black Top ราคา 1,719,500 บาท **ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 49,500 บาท**
  • 2.8V AT TRD Sportivo 4WD ราคา 1,713,000 บาท **ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 36,000 บาท**
  • 2.8V AT TRD Sportivo 2WD Black Top ราคา 1,649,500 บาท **ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 49,500 บาท**
  • 2.8V AT TRD Sportivo 2WD ราคา 1,643,000 บาท **ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 36,000 บาท**
  • สำหรับสี White Pearl ราคาเพิ่มขึ้น 12,000 บาท
  • สำหรับสี White Pearl จะไม่มีจำหน่ายในรุ่น 2.4G MT
  • สำหรับสี Super White จะมีจำหน่ายในรุ่น 2.4G MT

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]