โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Toyota Fortuner face.jpg

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ (อังกฤษ: Toyota Fortuner) เป็นรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดกลาง (Mid-size SUV) ของโตโยต้า โดยเริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ในประเทศไทย ซึ่งใช้โครงสร้างเดียวกันกับ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ หรือ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่และโตโยต้า อินโนวาในปัจจุบัน

ฟอร์จูนเนอร์เป็นรถรุ่นที่ใกล้เคียงกับ อีซูซุ มิว-เซเว่น, มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ซึ่งเป็นรถเอสยูวีที่ใช้โครงสร้างเดียวกันกับรถกระบะ (อีซูซุ ดีแมคซ์, มิตซูบิชิ ไทรทัน และ ฟอร์ด เรนเจอร์ ตามลำดับ) หรือ พีพีวี เช่นเดียวกัน นอกจากนี้รถรุ่นนี้ยังเป็นคู่แข่งขันทางการค้ากับรถเอสยูวีรุ่นอื่น ที่ไม่เข้าข่ายพีพีวี แต่มีระดับราคาใกล้เคียงกัน เช่น ฮอนด้า ซีอาร์วี, เชฟโรเลต แคปติวา,นิสสัน เอ็กซ์ เทรลเป็นต้น อีกด้วย ในบางประเทศขายในชื่อ Toyota SW4 ซึ่งไม่มีขายในญี่ปุ่น อเมริกาและยุโรป แต่เน้นขายในอาเซียนเป็นหลัก

รุ่นที่ 1 รหัส AN50/AN60 (พ.ศ. 2547 - พ.ศ. 2558)[แก้]

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นที่ 1 มุมด้านหน้า
โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นที่ 1 มุมด้านหลัง

ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ได้เปิดตัวพร้อมกับโตโยต้า อินโนวา ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle” โดยในขณะนั้นโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์มีรูปทรงที่สวยกว่าคู่แข่ง ประกอบกับเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในเวลานั้นทำให้ตั้งแต่เปิดตัวโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ นั้นกลายเป็นรถที่ขายดีที่สุดของรถประเภทเดียวกันในเวลานั้น

เครื่องยนต์ในฟอร์จูนเนอร์ รุ่นที่ 1[แก้]

เบนซิน
รหัสเครื่องยนต์ ชนิดเครื่องยนต์ พละกำลัง แรงบิด หมายเหตุ
2TR-FE 2.7 ลิตร 4 สูบแถวเรียง พร้อม VVT-i 160 แรงม้า 246 นิวตันเมตร
1GR-FE 4 ลิตร 6 สูบตัว V 236 แรงม้า 377 นิวตัวเมตร จำหน่ายในบางประเทศ
ดีเซล
รหัสเครื่องยนต์ ชนิดเครื่องยนต์ พละกำลัง แรงบิด หมายเหตุ
1KD-FTV VNT 3.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง VN Turbo 163 แรงม้า 360 นิวตันเมตร จำหน่ายในบางประเทศ
2KD-FTV VNT 2.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง VN Turbo 144 แรงม้า 343 นิวตันเมตร มาในปลายปี พ.ศ. 2552
2KD-FTV 2.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง Turbo 102 แรงม้า 260 นิวตันเมตร เลิกจำหน่ายปลายปี พ.ศ. 2552
5L-E 3.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง 95 แรงม้า 197 นิวตันเมตร จำหน่ายในบางประเทศ

ประวัติการเปลี่ยนแปลง[แก้]

ก่อนปรับโฉม[แก้]

เดือน มี.ค. 2549 เพิ่มรุ่นพิเศษ Exclustive มาพร้อมกับสีขาวมุก

ต่อมาในเดือน ส.ค. 2549 ชึ่งเป็นระยะ 2 ปีเต็มของการปรับอุปกรณ์ใหม่ เช่น หัวเกียร์หุ้มหนัง/แผงบังแดดกำมะหยื่/ระบบฟองอากาศในช่องแอร์/ที่วางแก้วด้านผู้โดยสารตอนหลัง (ในรุ่น V)

กลางเดือน มี.ค. 2550 เพิ่มรุ่นพิเศษ Smart มาพร้อมกับชุดแต่งสไตล์สปอร์ต (แบบเดียวกับชุดตกแต่ง TRD)

ปลายเดือน ก.ย. 2550 มีการเปลื่ยนแปลงของรุ่น 2.7 V จากรุ่น 4WD เป็น 2WD

ปรับโฉมครั้งที่ 1[แก้]

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ปรับโฉมปี พ.ศ. 2551

ในวันที่ 5 สิงหาคม 2551 ได้มีการปรับโฉมบางส่วน (ไมเนอร์เชนจ์) ครั้งแรกปรับปรุงภายนอกใหม่ โดยภายนอกได้เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ พร้อมกับไฟหน้าใหม่เป็นโปรเจกต์เตอร์ การออกแบบไฟท้ายใหม่ ล้อแมกลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว มีระบบ VSC และ TRC เปลี่ยนจานเบรกให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มระบบเสริมแรงเบรก BA, มีเครื่องเล่นดีวีดีพร้อมเนวิเกเตอร์ให้เลือก และเพิ่มรุ่นดีเซลขับเคลื่อน 2 ล้อ

ต่อมาในเดือน เม.ย. 2552 เพิ่มรุ่นพิเศษ TRD Sportivo และ Aperto

ปลายเดือน ต.ค. 2552 ได้ปรับลุคใหม่ในรุ่น TRD Sportivo และ Aperto เช่นสเกิรต์ตกแต่งสปอร์ต และ ล้อรมดำ รวมถึงการปรับรุ่นเป็น 2.5 G 2WD จากเดิมรุ่น 3.0 G 4WD

ปลายเดือน พ.ย. 2553 ปรับลุคอีกครั้งในรุ่น TRD Sportivo เช่น ระบบนำทางอัฉริยะ และชุดแต่งภายนอกให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น

ปรับโฉมครั้งที่ 2[แก้]

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับโฉมปี พ.ศ. 2554
โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นแท็กซี่

ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ปรับโฉมครั้งใหญ่ (บิ๊ก ไมเนอร์เชนจ์) พร้อมกับการเปิดตัวโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ โดยภายนอกมีการเปลี่ยนไฟหน้าเป็นซีนอน-โปรเจกต์เตอร์พร้อมที่ฉีดไฟหน้า มีการออกแบบกระจังหน้า และไฟท้ายใหม่ซึ่งคล้ายโดนัท กันชนหน้าใหม่ มีไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง กันชนท้ายใหม่ โดยมีคิ้วสแตนเลสเขียนว่า FORTUNER เหนือกรอบทะเบียน ทับทิมที่กันชนทรงใหม่ ย้ายตัวอักษรบอกรุ่นเครื่องยนต์ไว้ด้านท้าย

กลางเดือน ส.ค. 2555 ได้เปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่เฉพาะรุ่นดีเซลเปลี่ยนจากเดิม 4 สปีดเป็น 5 สปีด เพิ่มรุ่นย่อย 2.5G เกียร์อัตโนมัติ และปรับกำลังรุ่น 3000cc เป็น 171 แรงม้า หน้าตาภายนอกเหมือนเดิม ส่วนภายในเพิ่มระบบนำทาง Eco Navi พร้อมประมวลผลพฤติกรรมการขับขี่แบบ Real Time ความบันเทิงระดับเครื่องเล่น DVD และจอแสดงผล LCD แบบสัมผัส ขนาด 6.1 นิ้ว

กลางเดือน มี.ค. 2555 เพิ่มรุ่น TRD Sportivo โดยใช้สโลแกน DNA สปอร์ตสายพันธ์ใหม่

ปลายเดือน พ.ย. 2556 ได้ปรับภายในลุคใหม่สีดำ และ เปลื่ยนรุ่นย่อยจาก 2.5 G AT 2WD เป็น 2.5 V AT 2WD เพื่อเพิ่มออฟชั่นที่ครบครัน

กลางเดือน เม.ย. 2557 ได้ปรับลุคใหม่ในรุ่น TRD Sportivo

และปลายเดือน ส.ค. 2557 ได้เพิ่มรุ่นพิเศษ Midnightshine Edition ปรับให้ดูหรูหรามากขึ้น เช่น ไฟหน้า-หลังรมดำ ล้ออัลลอยรมดำ และ กรอบไฟตัดหมอกโครเมื่ยม มาพร้อมกับ 3 สีใหม่ ชึ่งเป็นการปรับครั้งสุดท้ายก่อนที่จะมี All New Fortuner ใหม่

รุ่นที่ 2 รหัส AN150/AN160 (พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน)[แก้]

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นที่ 2

วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้จัดงานเปิดตัว “All New Fortuner” ภายใต้สโลแกน “New legend of the pride” ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย และได้เริ่มจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การออกแบบตัวรถมีความหรูหราทั้งภายในและภายนอก โดยการออกแบบภายนอกมีกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ดีไซน์ใหม่, ไฟหน้า LED โปรเจกต์เตอร์แบบ Bi-Beam, เสารับสัญญาณวิทยุแบบ Shark Fin, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง, สปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ,ล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว, กันชนท้ายดีไซน์ใหม่, ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding, เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ระบบนำทาง (Navigator) พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ T-Connect และการเชื่อมต่อ Bluetooth, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติสามารถควบคุมแรงลมอัตโนมัติ, ช่องเสียบอุปกรณ์ USB, iPOD และ AUX เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift, ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift), กล้องมองหลังที่จะแสดงภาพบริเวณมุมมองด้านท้ายของรถ,ระบบควบคุมไฟหน้า เปิด-ปิด อัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control), ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสไฟฟ้า DC 12 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า AC 220 โวลต์, ช่องเก็บของแบบ Cool Box

ส่วนระบบความปลอดภัยมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control), ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control), ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control), ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System), ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist), ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution), กล้องมองหลัง (ยกเว้นรุ่น 2.4G MT), เซ็นเซอร์กะระยะการถอยหลัง (เฉพาะรุ่น 2.4G MT), ใช้โครงสร้างนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทกเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริเวณห้องโดยสาร, ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุด, พวงมาลัยแบบยุบตัวได้, ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System)

ปรับโฉม[แก้]

วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2563 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ปรับโฉมใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และครั้งนี้ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่ มาพร้อมกันถึง 2 รุ่น 2 ดีไซน์ โดยมีรุ่นมาตรฐานและรุ่นพิเศษ ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า “Legender”

ในรุ่นปกติ รูปลักษณ์ภายนอก ที่ปรับดีไซน์กระจังหน้าใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแถบกันชนล่างสีเงิน เพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่งให้กับตัวรถ ดูหรูหรา บึกบึนมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์ใหม่ และปรับชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่เป็นแบบ LED พร้อมกับ Light Guiding เพิ่มความโดดเด่นในยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังปรับล้ออัลลอย 18 นิ้วดีไซน์ใหม่ให้รับกับตัวรถ

ในรุ่น Legender ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน คำนึงถึงความสวยงามของเส้นสายที่ดูเฉียบคมมากยิ่งขึ้น ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพิ่มความโฉบเฉี่ยว ด้วยสัดส่วนกระจังหน้าที่แตกต่าง เพิ่มความทันสมัยด้วย ไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential ไฟสูงและไฟต่ำแบบ LED พร้อมปรับดีไซน์กันชนหลังใหม่ให้สอดรับกับดีไซน์ด้านหน้าอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนลายล้ออัลลอย 20 นิ้วเป็นดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับหลังคาทูโทน ให้ความโดดเด่น ยกระดับการเป็น Flagship Model สะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ตระดับผู้นำ

พร้อมทั้งนี้ ยังปรับปรุงเครื่องยนต์ในรุ่น 2.8 ลิตร มาใหม่ ให้กำลังสูงสุดได้ถึง 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ในช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่กว้างตั้งแต่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที พร้อมเพิ่มเพลาปรับสมดุล (Balance Shaft) ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่ส่งเข้าสู่ห้องโดยสาร เพิ่มความเงียบและความนุ่มนวลในการขับขี่มากยิ่งขึ้น และปรับลดความเร็วรอบเดินเบา จาก 850 รอบต่อนาที เป็น 680 รอบต่อนาที

และยังมาติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Cruise Control) และ ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert)[1]

เครื่องยนต์ในฟอร์จูนเนอร์ รุ่นที่ 2[แก้]

เบนซิน
รหัสเครื่องยนต์ ชนิดเครื่องยนต์ พละกำลัง แรงบิด รองรับ B20 หมายเหตุ
2TR-FE 2.7 ลิตร 4 สูบแถวเรียง พร้อม Dual VVT-i 160 แรงม้า 246 นิวตันเมตร ไม่ เลิกจำหน่ายในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2562
1GR-FE 4 ลิตร 6 สูบตัว V 236 แรงม้า 377 นิวตัวเมตร ไม่ จำหน่ายในบางประเทศ
ดีเซล
รหัสเครื่องยนต์ ชนิดเครื่องยนต์ พละกำลัง แรงบิด รองรับ B20 หมายเหตุ
1GD-FTV 2.8 ลิตร 4 สูบแถวเรียง VN Turbo 177 แรงม้า 420 นิวตันเมตร (เกียร์ธรรมดา)

450 นิวตันเมตร (เกียร์อัตโนมัติ)

ใช่ เกียร์ธรรมดา เลิกจำหน่ายในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2562
1GD-FTV

(Super Power)

2.8 ลิตร 4 สูบแถวเรียง VN Turbo 204 แรงม้า 500 นิวตันเมตร ใช่ ใช้ในรุ่นปรับโฉมปี พ.ศ. 2563
2GD-FTV 2.4 ลิตร 4 สูบแถวเรียง VN Turbo 150 แรงม้า 343 นิวตันเมตร (เกียร์ธรรมดา)

400 นิวตันเมตร (เกียร์อัตโนมัติ)

ใช่ เกียร์ธรรมดา จำหน่ายในบางประเทศ
1KD-FTV VNT 3.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง VN Turbo 163 แรงม้า 360 นิวตันเมตร ได้ แต่มีข้อกำหนด จำหน่ายในบางประเทศ
5L-E 3.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง 95 แรงม้า 197 นิวตันเมตร ไม่ จำหน่ายในบางประเทศ

รุ่นย่อยก่อนรุ่นปรับโฉม[แก้]

รุ่นย่อยก่อนรุ่นปรับโฉม มีรุ่นย่อยดังนี้

รุ่น ราคา ณ เปิดตัว ราคาปัจจุบัน เครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน เกียร์ หมายเหตุ
2.8V A/T 4WD TRD Sportivo 1,779,000 บาท 1,779,000 บาท 1GD-FTV 2.8 ลิตร ดีเซล 4 ล้อ Sigma4 อัตโนมัติ 6 จังหวะ เลิกจำหน่ายปี พ.ศ. 2563
2.8V A/T 2WD TRD Sportivo 1,709,000 บาท 1,709,000 บาท 1GD-FTV 2.8 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ เลิกจำหน่ายปี พ.ศ. 2563
2.8V A/T 4WD 1,629,000 บาท 1,673,000 บาท 1GD-FTV 2.8 ลิตร ดีเซล 4 ล้อ Sigma4 อัตโนมัติ 6 จังหวะ เลิกจำหน่ายปี พ.ศ. 2563
2.8V A/T 2WD 1,559,000 บาท 1,603,000 บาท 1GD-FTV 2.8 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ เลิกจำหน่ายปี พ.ศ. 2563
2.7V A/T 2WD 1,549,000 บาท ไม่มีขายในปัจจุบันนี้ 2TR-FE 2.7 ลิตร เบนซิน 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ เลิกจำหน่ายปี พ.ศ. 2562
2.4V A/T 4WD 1,499,000 บาท 1,509,000 บาท 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 4 ล้อ Sigma4 อัตโนมัติ 6 จังหวะ เริ่มจำหน่ายปี พ.ศ. 2560
2.4V A/T 2WD 1,399,000 บาท 1,429,000 บาท 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ เลิกจำหน่ายปี พ.ศ. 2563
2.4G A/T 2WD 1,299,000 บาท 1,309,000 บาท 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ เริ่มจำหน่ายปี พ.ศ. 2562
2.4G M/T 2WD 1,229,000 บาท ไม่มีขายในปัจจุบันนี้ 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง ธรรมดา 6 จังหวะ เลิกจำหน่ายปี พ.ศ. 2562

หมายเหตุ : รุ่น TRD Sportivo เป็นชุดแต่งรถ และมีสี 2-Tone ให้เลือก (เพิ่มราคา 20,000 บาท) , สีขาวมุก White Pearl เพิ่มราคา 12,000 บาท

รุ่นย่อยในรุ่นปรับโฉม[แก้]

ในรุ่นปรับโฉม จะมี 2 รุ่น คือรุ่นปกติ และรุ่น LEGENDER โดยมีรุ่นย่อยดังนี้

รุ่น ราคา ณ เปิดตัว เครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน เกียร์ หมายเหตุ
รุ่น LEGENDER
2.8 LEGENDER 4WD 1,839,000 บาท 1GD-FTV 2.8 ลิตร ดีเซล 4 ล้อ Sigma4 อัตโนมัติ 6 จังหวะ
2.8 LEGENDER 1,769,000 บาท 1GD-FTV 2.8 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ
2.4 LEGENDER 4WD 1,634,000 บาท 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 4 ล้อ Sigma4 อัตโนมัติ 6 จังหวะ
2.4 LEGENDER 1,564,000 บาท 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ
รุ่นปกติ
2.4V 4WD 1,494,000 บาท 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 4 ล้อ Sigma4 อัตโนมัติ 6 จังหวะ
2.4V 2WD 1,424,000 บาท 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ
2.4G 2WD 1,319,000 บาท 2GD-FTV 2.4 ลิตร ดีเซล 2 ล้อหลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ

หมายเหตุ : สีขาวมุก White Pearl และสีแดง Emotional Red เพิ่มราคา 12,000 บาท ในรุ่นปกติ และ เพิ่มราคา 20,000 บาท ในรุ่น LEGENDER พร้อมเพิ่ม Black Top ให้ด้วย

ประวัติการเปลี่ยนแปลง[แก้]

ปี รายละเอียด
พ.ศ. 2559 - เพิ่มรุ่นพิเศษ TRD Sportivo โดยการตกแต่งภายนอกและภายในที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น
พ.ศ. 2560 - เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 2.4V 4WD

- ปรับอุปกรณ์ทั้งรุ่นปกติและ TRD Sportivo เช่น เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED และระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ (มาในช่วงปลายปี)

พ.ศ. 2561 - เพิ่มระบบ T-Connect Telematics ในรุ่นย่อย 2.8V ทุกชนิด

- ปรับโฉมรุ่น TRD Sportivo ให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วยชุดตกแต่งภายนอก ล้ออัลลอยทูโทน 20 นิ้ว และคิ้วประตูท้ายสีดำเมทัลลิก

พ.ศ. 2562 - ปรับรุ่น 2.4G เป็นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมเพิ่มกล้องมองหลัง จอภาพ 7 นิ้ว และไฟตัดหมอก LED

- ประกาศรองรับ Biodiesel B20 ในรถ Fortuner รุ่นปี พ.ศ. 2554 ขึ้นไป

- นำเอารุ่น 2.7V 2WD ออกจากตลาด

พ.ศ. 2563 - ปรับโฉมครั้งแรก เพิ่มรุ่น LEGENDER

- นำเอารุ่น 2.8V และ 2.8V 4WD ไปอยู่ในรุ่น LEGENDER และนำเอารุ่น TRD Sportivo ออกจากตลาด

- เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ถูกปรับปรุงใหม่ให้กำลังแรงขึ้น พร้อมเพิ่มเพลาปรับสมดุล (Balance Shaft)

- มาตรวัด Optitron ดีไซน์ใหม่

- จอภาพขนาด 8 นิ้วในรุ่นปกติ และ 9 นิ้วในรุ่น LEGENDER รองรับ Apple Carplay และชาร์จแบบไร้สาย

- เพิ่มระบบ Toyota Safety Sense

- กล้องมองภาพ 360 องศา พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ 6 จุด

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


  1. "โตโยต้า เปิดตัวรถยอดนิยมระดับโลกฝีมือคนไทย ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่ พลังแกร่งเหนือนิยาม และ ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่ สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ". สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2563.