อีซูซุ ดีแมคซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

Mascot and D-Max in Thailand.jpg 200px thumb หุ่นยนต์ไอจินนี่ ที่ปรากฏในงาน อีซูซุ ดีแมคซ์

อีซูซุ ดีแม็ค Isuzu D-Max เป็นรถกระบะขนาด 1 ตัน ของบริษัทรถยนต์อีซูซุ เป็นรถที่สร้างรายได้ให้กับอีซูซุโดยเฉพาะในประเทศไทย
รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2545 - 2554)

ISUZU D-MAX รุ่นที่ 1 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ตัวรถใหม่หมดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พร้อมระบบช่วงล่างหน้าแบบปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริง ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนี่ยนที่ออกแบบเพื่องานบรรทุกโดยเฉพาะ และในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ หันมาใช้ระบบควบคุมแบบกดปุ่มด้วยระบบไฟฟ้าในชื่อ Touch-On-The-Fly โดยมีวิวัฒนาการดังนี้

อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นที่ 1

พ.ศ. 2545

  • เปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยรุ่นตอนเดียว (SPARK EX) รุ่นแค็บ (SPACECAB) และรุ่นแค็บขับเคลื่อนสี่ล้อ (RODEO LS) พร้อมเครื่องยนต์ 4JA1-T 2,500 cc 79 แรงม้า แรงบิด 176 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ มีในรุ่นตัวเตี้ยทุกรุ่น และ เครื่องยนต์ 4JH1-t 3,000 cc มากับพละกำลัง 120 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด [1]
  • เปิดตัวรุ่น 4 ประตู (CAB4) ในปลายปีเดียวกัน

พ.ศ. 2546

  • เปิดตัวรุ่น HI-LANDER ซึ่งเป็นรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง มีทั้งรุ่นแค็บและสี่ประตู มีเครื่องยนต์ 3,000 cc อย่างเดียว และมีการปรับอุปกรณ์เช่น คาดบังแดดที่กระจกหน้า ช่วงล่าง Flex Plus ในรุ่น CAB4 และเพิ่มรุ่น CAB4 SX และ SL

พ.ศ. 2547

  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 1 โดยได้เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่, กันชนหน้า-หลังใหม่ และล้อลายใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ1-TC 144 แรงม้า กับ 2.5 ลิตร รหัส 4JK1-TC 114 แรงม้า ผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO 3[2]

พ.ศ. 2548

  • มีการปรับอุปกรณ์ โดยเพิ่มกระจกข้างแบบมีไฟเลี้ยว และเพิ่มความสูง 25 มม. ในรุ่นยกสูง (ยกเว้นรุ่น SPARK EX, SL และ SX)

พ.ศ. 2549

  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 2 พร้อมเครื่องยนต์ 4JJ-TCX เทอร์โบแปรผัน ให้กำลัง 163 แรงม้า มีเฉพาะรุ่น 4 ประตู Cab4 LS ส่วนรุ่น SL และ SX ติดตั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ให้แล้ว รุ่นนี้เรียกว่า รุ่นไฟเอียง หรือรุ่นข้าวหลามตัด และเพิ่มเครื่องยนต์ 2,500 cc ใน Hi-Lander และ Rodeo LS[1]

พ.ศ. 2550

  • เปิดตัว Gold Series หรื่อรุ่นเลี่ยมทอง โดยเปลี่ยนตรายี่ห้อที่กระจังหน้า, พวงมาลัย, และฝาท้ายเป็นสีทอง เพิ่มสติ๊กเกอร์ Gold Series ที่แก้มกระบะใกล้ๆ ไฟท้าย ไฟเบรกที่หัวเก๋งเป็นสีขาว LED ย้ายเสาวิทยุจากตรงประตูคนขับด้านบน มาไว้ตรงกลางหัวเก๋งและเสาสั้นลง (ยกเว้น SL และ SX) ฝาครอบเครื่องเป็นสีทอง เพิ่มกระจกมองข้างแบบมีมุมโค้ง (ยกเว้น SL และ SX) และเพิ่มเครื่อง VGS Turbo ใน Hi-Lander 4 ประตู และมีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่คือ รุ่น SLX Smart[1]

พ.ศ. 2551

  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 3 โดยใช้ชื่อรุ่น Platinum โดยเอากระจังหน้าโครเมี่ยมของรุ่นขับสี่ของรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 2 มาใส่ในรุ่นตัวเตี้ย เพิ่มการ์ดกันกระแทกบริเวณประตูเชื่อมล้อหน้าถึงล้อหลัง ฝาครอบกระจกยกเลิกแบบสีเดียวกับรถ เปลี่ยนมาใช้แบบโครเมี่ยม (ยกเว้นรุ่น SX เหมือนเดิม) กันชนท้ายรุ่น SLX เปลี่ยนลายใหม่ เพิ่มสีดำที่ด้านล่างของกันชน เพิ่มขอบโครเมี่ยมครอบฐานคันเกียร์ เปลี่ยนฝาครอบเครื่อง จากสีทองเป็นสีแพลตทินั่ม รุ่นยกสูงทุกรุ่นใช้ล้อลายใหม่ 6 ก้านคู่ กระจังของรุ่นยกสูงทุกรุ่นเปลี่ยนลายเขี้ยว บางรุ่นเพิ่มกล้องมองหลังที่ฝาท้าย มีการเพิ่มสีแดงในรุ่น 4x4 นอกจากนี้มีการเพิ่มรุ่น Hi-Lander Smart คือรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงที่มีการทอนออปชั่นลงเท่า SLX Smart[1] และยกเลิกรุ่น SL

พ.ศ. 2552

  • เปิดตัว Super Platinum โดยเอากระจังหน้าลายเขี้ยวโครเมี่ยมใส่ในทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น smart เป็นลายเขี้ยวของรุ่นยกสูง Platinum เดิมตอนเดียวไม่เปลี่ยนอะไร เพิ่มกรอบโครเมียมครอบไฟตัดหมอก ปรับระบบเครื่องเสียงใหม่ และระบบเพื่อนนำทางอัจฉริยะ i-Genii รุ่นยกสูงได้ล้ออะลูมิเนียมดีไซน์ปัดเงา และเพิ่มการ์ดกันชนหน้า ใช้แบบกระจกมุมกว้างทุกรุ่น ยกสูงจะเป็นสีเทา ขับสี่จะเป็นสีดำ รุ่นสี่ประตูยกสูงห้องโดยสารจะมีสีเบจให้เลือก รุ่นเครื่อง 3,000 เพิ่มฝาครอบปากจมูกทางลมเข้าอินเตอร์คูลเลอร์เป็นสีใหม่[1]

พ.ศ. 2553

  • เปิดตัวรุ่นพิเศษ X-Series มี 3 รุ่นคือ Speed, Hi-Lander และ LS 4X4
  • เปิดตัว Super Titanium โดยได้เพิ่มการ์ดกันชนหน้า, บันไดข้าง, กรอบไฟตัดหมอก จะเป็นสีใหม่ ไทเทเนียม และมีชุดแต่ง Stylish Chrome ชุดโครเมี่ยมที่ขอบหน้าต่าง และคิ้วกันกระแทกด้านข้าง ส่วนรุ่น LS การ์ดกันชนหน้า และบันไดข้างเป็นสีดำ และได้ติดตั้งกล้องส่องภาพด้านหน้าปรับได้ถึง 4 ระดับ เป็นครั้งแรกในวงการกระบะเมืองไทย ส่วนระบบเพื่อนนำทางอัจฉริยะ i-Genii จะมากับดีไซน์ ไอคอนเมนูใหม่ Scrolling 3D icon และทำการอัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่, แผนที่ใหม่ แสดงผลแบบ 3 มิติ โดยทำการเพิ่ม Junction View แสดงภาพป้ายถนน และทางแยกที่สำคัญๆ แบบเสมือนจริง พร้อมมี Lane Guide ระบุช่องทางเดินรถที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีการเพิ่ม POI (Point of Interest) อีกกว่า 440,000 จุดทั่วประเทศ รวมถึงเมนูค้นหา ศูนย์บริการอีซูซุ ในละแวกใกล้เคียง และยังเพิ่มเสียงนำทางอีกกว่า 10 ภาษา พร้อมแผนที่ ไทย-อังกฤษ อีกด้วย[1]

พ.ศ. 2554

  • ยุติการทำตลาด

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2554 - 2562)[แก้]

อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นที่ 2

อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นที่ 2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ภายใต้รหัส Model RT50 ในชื่อ All New ISUZU D-MAX โดยได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก รุ่นนี้ถูกออกแบบให้มีรูปทรงโค้งมนล้ำอนาคตพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Isuzu Insight โดยทำตลาดดังนี้

พ.ศ. 2554

  • เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีทั้ง Spark, Spacecab, Cab4, Hi-Lander และ V-Cross มีรุ่น B, S, L, Z , Z DVD และ Z-Prestige

พ.ศ. 2555

  • มีการเปลี่ยน เสาอากาศ จากเดิม แบบเส้นยาว เป็น เสาอากาศ Shark Fin Antenna และ เปลี่ยนจอ DVD จากเดิม แบบ Kenwood เป็น Isuzu Media Solutions ในรุ่น Z-Prestige
  • เปิดตัว X-Series มี Speed และ Hi-Lander

พ.ศ. 2556

  • เปิดตัว Super Daylight ในงาน Motor Expo 2013
  • เปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Spark 4X4

พ.ศ. 2557

  • มีการเปลี่ยนกระจังหน้าแบบโครเมียมในรุ่น L และ Z รุ่นตัวเตี้ย เพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้าทุกรุ่นและปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ในรุ่น Z-Prestige
  • มีการเพิ่มสีแดงในรุ่น X-Series

พ.ศ. 2558

  • มีการเปิดตัว Isuzu D Max 99th anniversary Edition รุ่นพิเศษฉลองวาระ 99 ปี ผลิต 999 คัน จำนวนจำกัด[3]
  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉม พร้อมเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ 1.9 Ddi Blue Power รหัส  RZ4E-TC ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic[4] โดยจำหน่ายเกียร์ธรรมดาอย่างเดียว

พ.ศ. 2559

  • มีการจำหน่ายเกียร์อัตโนมัติตามมา
  • เปิดตัวรุ่นพิเศษ V-Cross Limited
  • เปิดตัว X-Series 1.9 Ddi Blue Power
  • มีการปรับอุปกรณ์ใหม่ โดยเพิ่มระบบ Cruise Crontrol ใน Z A/T และ Z-Prestige และได้เพิ่มไฟหน้า Projector พร้อม Silver Ring ทุกรุ่น นอกจากนี้ยังได้หน้าจอใหม่ KENWOOD พร้อม Built-in Navigator ขนาด 7 นิ้ว ในรุ่น Z-Prestige และเพิ่มระบบ HDC (Hill Descent Control)  ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ตั้งแต่รุ่น Z A/T ขึ้นไป[4]
  • เปิดตัว V-Cross Max 4X4

พ.ศ. 2560

  • เปิดตัวรุ่นพิเศษ Hi-Lander Limited จำนวนจำกัด
  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉมรอบที่ 2 โดย เปลี่ยนล้ออัลลอย 6 ก้านคู่ 18 นิ้ว ใน Hi-Lander และ V-Cross , กระจังหน้าใหม่ และไฟหน้าใหม่ ส่วนภายในตกแต่งด้วย Piano Black

พ.ศ. 2561

  • เปิดตัว X-Series โดยเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Speed Cab4
  • เปิดตัวรุ่นพิเศษ Hi-Lander Stealth พร้อมเปลี่ยนกันชนท้าย และล้ออัลลอย ในรุ่น Z, Z DVD และ Z Prestige ใน Hi-Lander 4 ประตู, Z-Prestige Hi-Lander 2 ประตู และ V-Cross Z DVD

พ.ศ. 2562

  • มีการเพิ่มตัวถัง 2 ประตู และเครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power ในรุ่น Stealth
  • ตัดรุ่นย่อยในเกรด Z-Prestige ในทุกรุ่น


อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นที่ 2 มีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย 5 เกรด 2 เครื่องยนต์ ดังนี้

เครื่องยนต์[แก้]

ISUZU D-MAX ในรหัส RT50 มีเครื่องยนต์ 3 รุ่น คือ

  • เครื่องยนต์ 4JK1-TCX ขนาด 2,499 ซีซี (2.5) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 - 2,800 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 6 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (วางจำหน่ายในรุ่นปี 2554 - 2558)
  • เครื่องยนต์ RZ4E-TC ขนาด 1,898 ซีซี (1.9) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 - 2,600 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 6 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (วางจำหน่ายในรุ่นปี 2559 เป็นต้นไป แทนที่เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร)
  • เครื่องยนต์ 4JJ1-TCX ขนาด 2,999 ซีซี (3.0) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 - 2,800 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 4 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

รุ่นย่อยและเกรด[แก้]

ISUZU D-MAX ในรุ่นที่ 2 แบ่งเกรดออกเป็น 5 เกรด คือ B , S , L , Z , Z DVD, Z-Prestige โดยแต่ละเกรดในรุ่นย่อยต่างๆ จะแบ่งออกเป็นดังนี้

รุ่น Spark[แก้]

เป็นรุ่นมาตรฐาน ห้องโดยสารตอนเดียว เหมาะสำหรับเป็นรถกระบะบรรทุก แบ่งออกเป็น 5 เกรด ดังนี้ (เฉพาะ Spark 1.9 ทุกเกรด จะมีเกียร์ธรรมดา 2 รุ่น คือรุ่นดั้งเดิม และรุ่นปรับอัตราทดใหม่ให้เบาขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน)

  • Cab-Chassis 1.9 B : เป็นเกรดล่างสุด มีแต่หัวเก๋ง ไม่มีกระบะ เป็นรถที่เหมาะสำหรับนำไปต่อกระบะพื้นเรียบหรือตู้เย็น รุ่นนี้จะอยู่ในเกรด B โลโก้ข้างประตูแบบสติ๊กเกอร์ ไม่มีวิทยุ ลำโพง 2 ตำแหน่ง เสาอากาศแบบชัก แอร์เลือกช่องลมออกไม่ได้ กระจกข้างเป็นแบบมือควง กระจังหน้า มือจับประตู กระจกมองข้างและกันชนหน้าสีวัสดุดำ หน้าปัดมาตรวัดแบบมาตรฐาน พร้อมจอ MID แบบ LCD สีแดง ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ ไฟเลี้ยวข้างที่ประตู ไม่มีไฟตัดหมอก มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 195 R15C
  • 1.9 B , 1.9 B ABS : เป็นเกรดเดียวกันกับ Cab Chassis 1.9 B แต่ต่างกันตรงที่มีกระบะท้ายพร้อมไฟท้ายแบบมาตรฐาน โลโก้ที่ฝาท้ายและประตูข้างแบบสติ๊กเกอร์ ไม่มีกันชนท้าย และมีวิทยุ 1 DIN นอกนั้นยังคงเหมือนกันกับ Cab Chassis 1.9 B ทุกอย่าง ทั้งกระจกข้าง กระจกมองข้าง กันชน กระจังหน้า แอร์ มาตรวัด ไฟหน้า ล้อ ยาง และเครื่องยนต์ ในรุ่นนี้แตกต่างอีกตรงที่ สามารถเพิ่มเงินเพื่อเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้จากโรงงานเลย ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการระบบนี้ในรุ่นล่างๆ สามารถมีให้เลือก หรือบางท่านที่ไม่ต้องการ สามารถประหยัดเงินได้อีก
  • 1.9 S , 1.9 S ABS : เกรดนี้จะยกระดับขึ้นมาจาก B เกือบทุกด้าน ทั้งแอร์เลือกช่องลมออกเท้าได้ และหมุนเวียนอากาศภายนอกได้ กระจกข้างไฟฟ้า กระจังหน้าสีเทาอ่อน ที่ปัดน้ำฝนปรับให้ปัดเป็นจังหวะได้ กันชนหน้าและกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ แต่ยังคงได้มือเปิดประตูสีดำ วิทยุ 1 DIN มาตรวัดแบบมาตรฐาน ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ ไม่มีไฟตัดหมอก มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 195 R15C และสามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้เช่นกัน
  • 3.0 S : เกรดนี้แทบไม่ต่างกับ 1.9 S เลย ที่ต่างกัน มีเพียงเครื่องยนต์ที่เป็น 3,000 CC และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แต่รุ่นนี้แย่ตรงที่ไม่สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้ ในขณะที่ 1.9 S สามารถเพิ่มได้
  • 3.0 S : 4x4 เกรดนี้คือการเอา 3.0 S มาใส่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อการขับขี่ในเส้นทาง Off-Road โดยรอบคันไม่ต่างจาก 3.0 S เลย มีเพียงกันชนหน้าสไตล์รุ่นยกสูง แต่ไม่มีไฟตัดหมอก เพิ่มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ด สลิป ช่วงล่างแบบแหนบเหนือเพลา โป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ 3,000 CC และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ล้อกระทะ 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16 และก็ไม่สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้เช่นกัน

รุ่น Spacecab[แก้]

เป็นรุ่น 2 ประตู ห้องโดยสารตอนครึ่ง แค็บเปิดได้ แบ่งออกเป็น 10 เกรด ดังนี้

รุ่นตัวเตี้ย Spacecab 3 เกรด

  • 1.9 S , 1.9 S ABS : เกรดนี้ต่อยอดมาจาก Spark 1.9 S โดยการเพิ่มแค็บด้านหลัง มีคอนโซลกลางพร้อมกล่องเก็บของ ฝาท้ายแบบเปิดกลาง มือเปิดสีดำ เบาะแยกแบบเบาะผ้า มีไฟเบรกดวงที่ 3 เหนือกระจกหลัง โลโก้ที่ฝากระบะท้ายแบบตัวนูนโครเมี่ยม แต่ยังได้อุปกรณ์มาตราฐานเหมือน Spark 1.9 S ทุกประการ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมยาง Dunlop SPLT36 ขนาด 215/70 R15C สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้เช่นกัน
  • 1.9 L , 1.9 L ABS : ยกระดับจาก 1.9 S โดยรอบด้าน ทั้งไฟหน้าแบบ Bi-LED โปรเจกเตอร์ ปรับระดับได้ พร้อมไฟ DRL มีไฟตัดหมอกหน้า กระจังหน้าโครเมี่ยม ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาได้ เสาอากาศแบบสั้นที่กลางหลังคา กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ไม่มีไฟเลี้ยวที่ประตู มือเปิดรอบคันสีเดียวกับตัวรถ โลโก้ข้างประตูแบบตัวนูนโครเมี่ยม ไฟท้ายแบบ LED กันชนท้ายสีเดียวกับตัวรถ ภายในตกแต่งด้วยสีเงิน , สี Piano Black มือเปิดประตูด้านในสีโครเมี่ยม และมีการหุ้มหนังภายใน มาตรวัดแบบเรืองแสง พร้อมจอ MID แบบสี TFT ที่บังแดดมีกระจกส่องหน้า วิทยุ 2 DIN พร้อมบลูทูธ ลำโพง 6 ตำแหน่ง และช่องชาร์จ USB 5V/1.5A 1 จุด ไฟส่องแผนที่พร้อมที่เก็บแว่นตา ระบบหน่วงเวลาดับไฟในเก๋ง ไล่ฝ้ากระจกหลัง เซ็นทรัลล็อกล็อกอัตโนมัติเมื่อรถวิ่ง และกุญแจรีโมทปลดล็อก กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนได้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 15 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R15C สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้เช่นกัน
  • 1.9 Z : ท็อปสุดสำหรับรุ่นตัวเตี้ย โดยเพิ่มเติมจาก 1.9 L คือ สวิตซ์แอร์ตกแต่งด้วยโครเมี่ยม พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย กระจกเลื่อน ขึ้น-ลง อัตโนมัติที่ด้านผู้ขับขี่ พร้อมระบบป้องกันการหนีบ เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ปรับสูง-ต่ำได้ กุญแจรีโมทพร้อม Immobilizer และสัญญาณกันขโมย มีระบบเบรก ABS EBD BA เป็นมาตราฐาน มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R16C

รุ่นยกสูง Hi-Lander 7 เกรด

  • Hi-Lander 1.9 L : รุ่นล่างสุดสำหรับตัวยกสูง เพิ่มเติมเพียงแค่ มือจับที่เสา A ช่วยเรื่องการโหนขึ้นรถ บันไดข้าง กันชนท้ายแบบโครเมียม มือเปิดรอบคันแบบโครเมี่ยม กล่องเก็บของคอนโซลกลางหุ้มหนัง ที่เหลือนั้นคงเหมือนกัน 1.9 L ทุกประการ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16 แต่รุ่นนี้แย่ตรงที่ไม่สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้
  • Hi-Lander 1.9 Z : เหมือน 1.9 Z ทั้งหมด เพียงแค่เป็นยกสูง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16
  • Hi-Lander 1.9 Z AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z ตรงที่เพิ่มระบบ Cruise Control และระบบ ESC TCS HDC HSA และระบบ ISS มาให้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16
  • Hi-Lander 1.9 Z DVD : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z ตรงที่เพิ่มเครื่องเล่น DVD จอ Touch Screen 7 นิ้ว พร้อมบลูทูธ และกล้องมองหลังขณะถอยจอด มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16
  • Hi-Lander 1.9 Z-Prestige : รุ่นท็อปของ Spacecab โดยเพิ่มเติมจาก Hi-Lander 1.9 Z คือ กระจกมองข้างแบบโครเมี่ยม ปรับ-พับไฟฟ้า เสาอากาศแบบครีบฉลาม ภายในเบาะหนังกึ่งหนังแท้สีน้ำตาล ระบบ Smart Entry กุญแจแบบ Keyless พร้อมปุ่มกด Push Start มี Cruise Control เป็นมาตราฐาน เครื่องเล่น DVD จอ Touch Screen 8 นิ้ว พร้อมบลูทูธ , Navigator , Wirless Mirroring และกล้องมองหลังขณะถอยจอด สามารถดาวน์โหลดข้อมูล Inside ได้จากเครื่องเล่น มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z-Prestige AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z-Prestige ตรงที่เพิ่มระบบ ESC TCS HDC HSA และระบบ ISS มาให้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 3.0 Z-Prestige : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z-Prestige ตรงที่เป็นเครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่ ยังไม่มีระบบ ESC TCS HDC HSA

รุ่น Cab 4[แก้]

เป็นรุ่น 4 ประตู ห้องโดยสาร 2 ตอน โดยอุปกรณ์มาตรฐานยังคงเหมือนกับ Spacecab อยู่หลายประการ เพียงแต่มีบางเกรดเท่านั้นที่แตกต่างออกไป แบ่งออกเป็น 10 เกรด ดังนี้

รุ่นตัวเตี้ย Cab 4 2 เกรด

  • 1.9 S , 1.9 S ABS : อุปกรณ์มาตราฐาน เหมือนกับ Spacecab 1.9 S ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ เบาะแถวหลังแยกพับ 60:40 พร้อมจุดยึด ISOFIX มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมยาง Dunlop SPLT36 ขนาด 215/70 R15C สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้
  • 1.9 Z : เพิ่มเติมจาก 1.9 S คือ เบาะแถวหลังมีที่พักแขน และช่องชาร์จ USB 5V/1.5A 2 จุด หน้า-หลัง สติ๊กเกอร์ดำตรงเสาประตูด้านนอก นอกนั้น ยังคงเหมือน Spacecab 1.9 Z มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R16C

รุ่นยกสูง Hi-Lander 8 เกรด

  • Hi-Lander 1.9 L : อุปกรณ์มาตราฐาน เหมือนกับ Spacecab Hi-Lander 1.9 L ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ เบาะแถวหลังแยกพับ 60:40 พร้อมจุดยึด ISOFIX เบาะแถวหลังมีที่พักแขน และช่องชาร์จ USB 5V/1.5A 2 จุด หน้า-หลัง สติ๊กเกอร์ดำตรงเสาประตูด้านนอก มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16 แต่รุ่นนี้แย่ตรงที่ไม่สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้
  • Hi-Lander 1.9 Z : เหมือน 1.9 Z ทั้งหมด เพียงแค่เป็นยกสูง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z ตรงที่เพิ่มระบบ Cruise Control และระบบ ESC TCS HDC HSA และระบบ ISS มาให้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z DVD : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z ตรงที่เพิ่มเครื่องเล่น DVD จอ Touch Screen 7 นิ้ว พร้อมบลูทูธ และกล้องมองหลังขณะถอยจอด มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z-Prestige : ท็อปที่สุด จัดเต็มทุกออฟชั่น โดยอุปกรณ์มาตราฐานยังคงเหมือน Spacecab Hi-Lander 1.9 Z-Prestige เพิ่มเติมคือ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบลมไล่ฝ้า เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ระบบ ESC TCS HDC HSA ที่เป็นมาตราฐาน ลำโพง 8 ตำแหน่ง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z-Prestige AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z-Prestige ตรงที่เป็น เครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เพิ่มระบบ ISS มาให้ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 3.0 Z-Prestige : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z-Prestige ตรงที่เป็นเครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 3.0 Z-Prestige AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 3.0 Z-Prestige ตรงที่เป็นเครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เพิ่มระบบ ISS มาให้ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่

รุ่น V-Cross[แก้]

เป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีทั้ง 2 ประตูและ 4 ประตู โดยอุปกรณ์มาตรฐานนั้นเหมือนกับ Hi-Lander เพียงแต่เพิ่มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มราวหลังคา แบ่งออกเป็น 4 เกรด ดังนี้

  • 2 ประตู 3.0 Z DVD : อุปกรณ์มาตรฐานเหมือน Spacecab Hi-Lander 1.9 Z DVD แตกต่างตรงที่ เครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • 4 ประตู 3.0 Z DVD : อุปกรณ์มาตรฐานเหมือน Cab 4 Hi-Lander 1.9 Z DVD แตกต่างตรงที่ เครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • 4 ประตู 3.0 V-Cross MAX : อุปกรณ์มาตรฐานเหมือน Cab 4 Hi-Lander 3.0 Z-Prestige แตกต่างตรงที่ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำ เดินเส้นดำ ไฟท้ายแบบ Smoke Lens กระจกมองข้างสีเทาดำ มีการ์ดกันชนหน้า คิ้วขอบฝากระโปรง คิ้วซุ้มล้อและขอบกระบะ พื้นกระบะไลน์เนอร์จากโรงงาน ภายในตกแต่งโทนน้ำตาล-ดำ เบาะหนังกึ่งหนังแท้สีน้ำตาล-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ V-Cross โดยยังมีชิ้นส่วนสี Piano Black อยู่ พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีส้ม เครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18
  • 4 ประตู 3.0 V-Cross MAX AT : เปลี่ยนแปลงจาก 4 ประตู 3.0 V-Cross MAX ตรงที่เป็นเครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มระบบ ISS มาให้ ล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18

รุ่น X-Series[แก้]

เป็นรุ่นแต่งประจำค่าย ซึ่งได้ทำให้มีสไตล์แตกต่างไปจากรุ่นปกติ เอาใจสายซิ่ง โดยตัวเตี้ยจะใช้ชื่อว่ารุ่น Speed ส่วนตัวสูงยังคงใช้ Hi-Lander มีทั้ง 2 ประตูและ 4 ประตู แบ่งออกเป็น 5 เกรด ดังนี้

  • Speed Spacecab 1.9 : อุปกรณ์มาตรฐาน เหมือนกับ Spacecab 1.9 Z ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำเดินเส้นแดง พร้อมโลโก้แดง ชุดสเกิร์ตรอบคัน ไฟท้ายแบบ Smoke Lens สติ๊กเกอร์คาดฝากระโปรงและฝาท้ายแบบมีสัญลักษณ์ X สติ๊กเกอร์ Speed ใต้ไฟเบรกดวงที่ 3 และการตกแต่งภายในสไตล์สีแดง-ดำ เบาะผ้าสีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีแดง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอยสีเทาดำ 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R16C
  • Speed Cab 4 1.9 : อุปกรณ์มาตรฐาน เหมือนกับ Cab 4 1.9 Z ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำเดินเส้นแดง พร้อมโลโก้แดง ชุดสเกิร์ตรอบคัน ไฟท้ายแบบ Smoke Lens สติ๊กเกอร์คาดฝากระโปรงและฝาท้ายแบบมีสัญลักษณ์ X สติ๊กเกอร์ Speed ใต้ไฟเบรกดวงที่ 3 และการตกแต่งภายในสไตล์สีแดง-ดำ เบาะผ้าสีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X ที่เบาะคู่หน้า พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีแดง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอยสีเทาดำ 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R16C
  • Hi-Lander Spacecab 1.9 : อุปกรณ์มาตรฐาน เหมือนกับ Spacecab Hi-Lander 1.9 Z DVD ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำเดินเส้นแดง พร้อมโลโก้แดง ชุดสเกิร์ตด้านหน้าและด้านข้าง สติ๊กเกอร์คาดฝากระโปรงและฝาท้าย ครอบไฟตัดหมอกสีเดียวกับตัวรถ สปอร์ตบาร์สีทูโทน การตกแต่งภายในสไตส์สีแดง-ดำ เบาะหนังกึ่งหนังแท้สีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X-Series พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีแดง กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ปรับ-พับไฟฟ้า ระบบ Smart Entry กุญแจแบบ Keyless พร้อมปุ่มกด Push Start มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอยสีเทาอ่อน 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16
  • Hi-Lander Cab 4 1.9 : อุปกรณ์มาตรฐาน เหมือนกับ Cab 4 Hi-Lander 1.9 Z DVD ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำเดินเส้นแดง พร้อมโลโก้แดง ชุดสเกิร์ตด้านหน้าและด้านข้าง สติ๊กเกอร์คาดฝากระโปรงและฝาท้าย ครอบไฟตัดหมอกสีเดียวกับตัวรถ สปอร์ตบาร์สีทูโทน การตกแต่งภายในสไตส์สีแดง-ดำ เบาะหนังกึ่งหนังแท้สีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X-Series ที่เบาะคู่หน้า พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีแดง กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ปรับ-พับไฟฟ้า ลำโพง 8 ตำแหน่ง ระบบ Smart Entry กุญแจแบบ Keyless พร้อมปุ่มกด Push Start มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18
  • Hi-Lander Cab 4 1.9 AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander Cab 4 1.9 ตรงที่เพิ่มระบบ Cruise Control และระบบ ESC TCS HDC HSA และระบบ ISS ให้ พร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18

รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน)[5][แก้]

ISUZU D-MAX รุ่นที่ 3 ได้ทำการเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562 พร้อมคำขวัญว่า พลานุภาพพลิกโลก โดยทำตลาดดังต่อไปนี้

อีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นที่ 3

พ.ศ. 2562

พ.ศ. 2563

  • เปิดตัว X-Series ทั้งรุ่น Spacecab , Cab4 , Hi-Lander 2 Door , Hi-Lander 4 Door พร้อมคำขวัญว่า ท้าทายทุกลิมิต...สุดขีดสไตล์เอ็กซ์!
  • เพิ่มรุ่นย่อยเกียร์อัตโนมัติใหม่ในรุ่น Spark Cab-Chassls และ S รุ่น Spacecab S และรุ่น Cab 4 S โดยในรุ่น Spark มีการปรับภายในห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ ให้มีช่องเก็บของและที่วางแก้วนํ้า
  • ปรับอุปกรณ์เล็กน้อยเช่น ระบบปลดล็อกรถจังหวะเดียว (One Motion Unlock)

พ.ศ. 2564

  • ปรับปรุงกระจังหน้าใหม่ เพิ่มสีตัวถัง และเพิ่มเกียร์อัตโนมัติ รุ่นย่อย L DA
  • เปลี่ยนสโนแกน "พลานุภาพ...ไร้ขีดจำกัด" ในรุ่นปกติ และ "แรงทะลุไมล์...เร้าใจสไตล์เอ็กซ์" ในรุ่น X-SERIES

ISUZU D-MAX รุ่นที่ 3 มีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย 5 เกรด 2 เครื่องยนต์ ดังนี้

เครื่องยนต์[แก้]

ISUZU D-MAX ในรุ่นที่ 3 มีเครื่องยนต์ 2 รุ่น คือ

  • เครื่องยนต์ RZ4E-TC GEN2 ขนาด 1,898 ซีซี (1.9) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 - 2,600 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 6 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
  • เครื่องยนต์ 4JJ3-TCX ขนาด 2,999 ซีซี (3.0) พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบไฟฟ้า Electronic VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 2,600 รอบ/นาที มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

รุ่นย่อยและเกรดมาตรฐาน[แก้]

รุ่น Spark[แก้]

เป็นรุ่นมาตรฐาน ห้องโดยสารตอนเดียว เหมาะสำหรับเป็นรถกระบะบรรทุก

  • Cab-Chassis : เป็นเกรดล่างสุด มีแต่หัวเก๋ง ไม่มีกระบะ เป็นรถที่เหมาะสำหรับนำไปต่อกระบะพื้นเรียบหรือตู้เย็น มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มือจับภายในห้องโดยสาร 1 ตำแหน่ง , ความปลอดภัยทั้งเบรก ABS EBD BA และแอร์แบ็คคู่หน้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • B : เป็นเกรดรองท็อป สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น Cab-Chassis คือเครื่องเสียง และไฟท้ายแบบมาตรฐาน นอกเหนือนั้น จะมาพร้อมกระบะด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเกรดล่างสุดที่เป็นรุ่นพร้อมกระบะ
  • S : เป็นเกรดท็อป ซึ่งมีเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เป็นรุ่นย่อยเพิ่มขึ้นมา สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น B คือระบบเซ็นทรัลล็อก และระบบ ESS ส่วนรุ่น 3.0 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ จะมาพร้อมกับล้อเหล็ก 16 นิ้ว และมือจับภายในห้องโดยสาร 3 ตำแหน่ง

รุ่น Spacecab และ Cab 4[แก้]

เป็นรุ่น 2 ประตู ห้องโดยสารตอนครึ่ง แค็บเปิดได้ ส่วน Cab 4 เป็นรุ่น 4 ประตู ห้องโดยสาร 2 ตอน โดยอุปกรณ์มาตรฐานยังคงเหมือนกับ Spacecab อยู่หลายประการ เพียงแต่มีบางเกรดเท่านั้นที่แตกต่างออกไป

  • S : เกรดล่างสุดสำหรับ Spacecab และ Cab4 มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด , ล้อเหล็ก 15 นิ้ว , มือจับภายในห้องโดยสาร 3 ตำแหน่ง , ความปลอดภัยทั้งเบรก ABS EBD BA และ แอร์แบ็คคู่หน้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนรุ่น Cab 4 เบาะนั่งด้านหลัง พร้อมเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 5 ที่นั่ง พนักพิงพับลงมาได้ และสามารถแยกพับอิสระ 60 : 40 ยกแขวนได้
  • L : เป็นเกรดกลาง สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น S คือล้ออัลลอย 16 นิ้ว , ไฟตัดหมอก , กระจังหน้าโครเมียม , การเชื่อมต่อ Bluetooth , กุญแจรีโมทคอนโทรล , ไฟตัดหมอกคู่หน้า และ ไฟ Daytime Running Light
  • L DA : เป็นเกรดรองท็อป สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น L คือหน้าจอขนาด 7 นิ้ว พร้อมรองรับ Apple CarPlay / Android Auto และกล้องมองภาพขณะถอยจอด
  • Z : เป็นเกรดท็อป สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น L DA คือล้ออัลลอยแบบทูโทน 16 นิ้ว , มาตรวัด Super Vision พร้อมจอแบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว , ไฟตัดหมอกคู่หน้า แบบ LED , ลำโพง 8 ตำแหน่ง , ระบบความปลอดภัย ESC TCS HSA HDC และกุญแจ Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย

รุ่น Hi-Lander[แก้]

เป็นรุ่นที่เหมือนกันกับรุ่น Spacecab และ Cab 4 แต่รุ่นนี้ จะเป็นชนิดรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง

  • L : เกรดล่างสุดสำหรับตัวยกสูง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด , ล้ออัลลอย 17 นิ้ว , มือจับภายในห้องโดยสาร 7 ตำแหน่ง และความปลอดภัยทั้งเบรก ABS EBD BA , แอร์แบ็คคู่หน้า , กุญแจรีโมทคอนโทรล เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนรุ่น Cab 4 Hi-Lander เบาะนั่งด้านหลัง พร้อมเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 5 ที่นั่ง พนักพิงพับลงมาได้ และสามารถแยกพับอิสระ 60 : 40 ยกแขวนได้
  • L DA : เป็นเกรดล่าง สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น L คือหน้าจอขนาด 7 นิ้ว พร้อมรองรับ Apple CarPlay / Android Auto และกล้องมองภาพขณะถอยจอด
  • Z : เป็นเกรดกลาง สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น L DA คือล้ออัลลอย 18 นิ้ว , มาตรวัด Super Vision พร้อมจอแบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว , ไฟตัดหมอกคู่หน้า แบบ LED , ลำโพง 8 ตำแหน่ง , ระบบความปลอดภัย ESC TCS HSA HDC , ระบบ Cruise Control และกุญแจ Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • ZP : เป็นเกรดรองท็อป สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น Z คือล้ออัลลอยแบบทูโทน 18 นิ้ว , ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry พร้อม Push Start Button , ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone , หน้าจอเครื่องเสียง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 9 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง และเบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • M : เป็นเกรดท็อป สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น ZP คือกระจังบังลมหน้า IR Cut ป้องกัน UV-A / UV-B , ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ , Engine Remote Start , มือจับภายในรถ 8 ตำแหน่ง , เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง , ระบบ Blind Spot Monitor พร้อม Rear Cross Traffic Alert และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

ในรุ่น Z และ ZP จะมีรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด REVTRONIC พร้อมระบบ Idling Start/Stop System เป็นรุ่นย่อย (ยกเว้นรุ่น ZP ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร) ส่วนในรุ่น M จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และในรุ่น ZP และ M จะมีรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เป็นรุ่นย่อย

รุ่น V-Cross[แก้]

เป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีทั้ง 2 ประตูและ 4 ประตู โดยอุปกรณ์มาตราฐานนั้นเหมือนกับ Hi-Lander เพียงแต่เพิ่มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มราวหลังคา ซึ่ง V-Cross จะจำหน่ายเฉพาะเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเท่านั้น

  • Z : เกรดล่างสุดสำหรับตัว V-Cross มาพร้อมเครื่องยนต์ 3,000 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด , ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Terrain Command พร้อมระบบล็อคเฟืองท้าย , ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว , มือจับภายในห้องโดยสาร 7 ตำแหน่ง , หน้าจอขนาด 7 นิ้ว พร้อมรองรับ Apple CarPlay / Android Auto พร้อมกล้องมองภาพขณะถอยจอด , ความปลอดภัยทั้งเบรก ABS EBD BA , ระบบ ESS ESC TCS HSA HDC , แอร์แบ็คคู่หน้า , ระบบ Cruise Control และกุญแจ Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • ZP : เกรดรุ่นรองท็อป สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น Z คือระบบกุญแจ Smart Keyless Entry พร้อม Push Start Button , ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone , หน้าจอเครื่องเสียง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 9 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง และเบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • M : เกรดรุ่นท็อป สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น ZP คือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด REVTRONIC พร้อมระบบ Idling Start/Stop System , กระจังบังลมหน้า IR Cut ป้องกัน UV-A / UV-B , ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ , Engine Remote Start , มือจับภายในรถ 8 ตำแหน่ง , เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง , ระบบ Blind Spot Monitor พร้อม Rear Cross Traffic Alert และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

ในรุ่น ZP และ M จะเป็นรุ่น 4 ประตูเท่านั้น

รุ่นย่อยและเกรดเพิ่มเติมในรุ่นปี 2021[แก้]

ในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ISUZU D-MAX ได้เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ โดยมีเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็นตัวเลือก ในรุ่นและรุ่นย่อยดังต่อไปนี้

  • รุ่น Spark ในรุ่นย่อย Cab-Chassis และ S
  • รุ่น Spacecab และ Cab 4 ในรุ่นย่อย S

และได้มีการปรับปรุงห้องโดยสารใหม่ในรุ่น Spark โดยการเพิ่มที่วางแขนพร้อมช่องเก็บของระหว่างที่นั่งคนขับและผู้โดยสาร[6]

จากนั้นในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563 ได้เปิดตัวรุ่นแต่ง X-SERIES ซึ่งในรุ่นนี้ จะมีเพียงเครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power GEN2 ในรุ่นและรุ่นย่อยดังต่อไปนี้

  • ในรุ่นตัวเตี้ย (Speed) ได้พื้นฐานจาก D-Max รุ่น Spacecab และ Cab 4 ในเกรด L DA โดยมีให้เลือก 2 สี มีสีขาว Siberian White และสีดำ Bavarian Black Mica (สีเมทัลลิค จะต้องเพิ่มเงิน 7,000 บาท) แต่จะมีเพียงแค่เกียร์ธรรมดาเท่านั้น[7]
  • ในรุ่นตัวยกสูง ได้พื้นฐานจาก D-Max รุ่น Hi-Lander ในเกรด Z โดยมีให้เลือก 2 สี มีสีดำ Bavarian Black Mica และสีขาวมุก Everest White Pearl (ต้องเพิ่มเงิน 7,000 บาท) โดยมีรุ่นเกียร์ธรรมดา และรุ่นเกียร์อัตโนมัติในรุ่น 4 ประตู[8]

รุ่นย่อยและเกรดเพิ่มเติมในรุ่นปี 2022[แก้]

ในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา Isuzu D-MAX ได้ปรับปรุงกระจังหน้าใหม่ เป็นแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทน พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้มแบบใหม่

  • เพิ่มสีตัวถังใหม่ สีเทา Islay Gray Opaque ในรุ่น Hi-Lander และ V-Cross
  • เพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ในรุ่น Cab 4 และ Hi-Lander ในรุ่นย่อย L DA
  • เปลี่ยนล้อใหม่ เป็นล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว แบบ Robust Radius ในรุ่น Hi-Lander และ V-Cross ในรุ่นย่อย ZP ขึ้นไป
  • เปลี่ยนเบาะหนัง เป็นแบบ Cool Max ในรุ่น Hi-Lander และ V-Cross ในรุ่นย่อย Z ขึ้นไป
  • เปลี่ยนวัสดุตกแต่งภายในใหม่ ในรุ่น Hi-Lander และ V-Cross

นอกจากนี้ ในรุ่น X-SERIES ยังมีการปรับปรุงออปชั่น โดยเฉพาะรุ่นนี้ใหม่ โดยมีดังนี้

  • เปลี่ยนล้อใหม่ เป็นล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว แบบ Robust Radius ในรุ่น X-SERIES ในตัวยกสูง
  • เปลี่ยนเบาะกึ่งหนังแบบใหม่ ในรุ่น X-SERIES ในตัวยกสูง

โดยในรุ่น V-Cross ได้ปรับราคาเพิ่มอีก 15,000 บาท และ X-SERIES ปรับราคาเพิ่มอีก 3,000 - 5,000 บาท[9][10][11]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 http://carsnewupdate.blogspot.com/2014/10/7-isuzu-d-max.html?m=1
  2. https://www.autodeft.com/deftscoop/isuzu-pickups-history-60-years-thailand
  3. https://www.autodeft.com/newcar/isuzu-d-max-99th-anniversary-edition
  4. 4.0 4.1 https://www.autodeft.com/newcar/isuzu-d-max-blue-power-my-2017-launch-in-thailand
  5. สเป็คเบื้องต้น All NEW Isuzu D-max Full Modelchange 190 แรงม้า ก่อนเปิดตัวค่ำวันนี้
  6. "ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ เติมเต็มพลานุภาพ เพิ่มเกียร์อัตโนมัติครบทุกรุ่น ตามคำเรียกร้อง". สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2020.
  7. "ราคาอย่างเป็นทางการ Isuzu D-max X-SERIES SPEED 1.9 6MT : 723,000 – 814,000 บาท". HeadlightMagazine. 23 กันยายน 2563. สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2563. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  8. "ราคาอย่างเป็นทางการ Isuzu D-max X-SERIES 1.9 Hi-Lander 6MT / 6AT : 838,000 – 967,000 บาท". HeadlightMagazine. 23 กันยายน 2563. สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2563. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  9. "อีซูซุ ขนทัพรถใหม่... ต้อนรับฤดูขายปลายปี ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์"". www.grandprix.co.th. no-break space character in |title= at position 48 (help)
  10. "NEW! ISUZU X-SERIES มาพร้อมชุดแต่งจัดเต็ม ราคาเริ่มต้นที่ 728,000 บาท". www.grandprix.co.th. no-break space character in |title= at position 5 (help)
  11. บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด, สำนักงานประชาสัมพันธ์. "อีซูซุเปิดปิกอัพใหม่ "พลานุภาพ...ไร้ขีดจำกัด" พร้อม "ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์" รับฤดูขายปลายปี". อีซูซุประเทศไทย Isuzu Thailand Official.