อีซูซุ ดีแมคซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หุ่นยนต์ไอ-จินนี่ ที่ปรากฏในงาน อีซูซุ ดีแมคซ์

อีซุซุ ดีแมคซ์ (อังกฤษ: Isuzu D-Max) เป็นรถกระบะขนาด 1 ตัน ของบริษัทรถยนต์อีซูซุ เป็นรถที่สร้างรายได้ให้กับอีซูซุโดยเฉพาะในประเทศไทย

การจัดจำหน่ายในปัจจุบัน[แก้]

ปัจจุบัน ISUZU D-MAX จัดจำหน่ายใน Model รหัส RT50 ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2554 ในชื่อ ISUZU D-MAX 1.9 Ddi Blue Power ซึ่งมีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย 5 เกรด 2 เครื่องยนต์ ดังนี้

เครื่องยนต์[แก้]

ปัจจุบัน ISUZU D-MAX มีเครื่องยนต์ 2 รุ่น คือ

  • เครื่องยนต์ RZ4E-TC ขนาด 1,898 ซีซี (1.9) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 - 2,600 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 6 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
  • เครื่องยนต์ 4JJ1-TCX ขนาด 2,999 ซีซี (3.0) พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ มีพละกำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 - 2,800 รอบ/นาที รองรับมาตราฐานไอเสีย EURO 4 มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

รุ่นย่อยและเกรด[แก้]

ปัจจุบัน ISUZU D-MAX แบ่งเกรดออกเป็น 5 เกรด คือ B , S , L , Z , Z DVD, Z-Prestige โดยแต่ละเกรดในรุ่นย่อยต่างๆ จะแบ่งออกเป็นดังนี้

รุ่น Spark[แก้]

เป็นรุ่นมาตราฐาน ห้องโดยสารตอนเดียว เหมาะสำหรับเป็นรถกระบะบรรทุก แบ่งออกเป็น 5 เกรด ดังนี้ (เฉพาะ Spark 1.9 ทุกเกรด จะมีเกียร์ธรรมดา 2 รุ่น คือรุ่นดั้งเดิม และรุ่นปรับอัตราทดใหม่ให้เบาขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน)

  • Cab-Chassis 1.9 B : เป็นเกรดล่างสุด มีแต่หัวเก๋ง ไม่มีกระบะ เป็นรถที่เหมาะสำหรับนำไปต่อกระบะพื้นเรียบหรือตู้เย็น รุ่นนี้จะอยู่ในเกรด B โลโก้ข้างประตูแบบสติ๊กเกอร์ ไม่มีวิทยุ ลำโพง 2 ตำแหน่ง เสาอากาศแบบชัก แอร์เลือกช่องลมออกไม่ได้ กระจกข้างเป็นแบบมือควง กระจังหน้า มือจับประตู กระจกมองข้างและกันชนหน้าสีวัสดุดำ หน้าปัดมาตรวัดแบบมาตราฐาน พร้อมจอ MID แบบ LCD สีแดง ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ ไฟเลี้ยวข้างที่ประตู ไม่มีไฟตัดหมอก มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 195 R15C
  • 1.9 B , 1.9 B ABS : เป็นเกรดเดียวกันกับ Cab Chassis 1.9 B แต่ต่างกันตรงที่มีกระบะท้ายพร้อมไฟท้ายแบบมาตราฐาน โลโก้ที่ฝาท้ายและประตูข้างแบบสติ๊กเกอร์ ไม่มีกันชนท้าย และมีวิทยุ 1 DIN นอกนั้นยังคงเหมือนกันกับ Cab Chassis 1.9 B ทุกอย่าง ทั้งกระจกข้าง กระจกมองข้าง กันชน กระจังหน้า แอร์ มาตรวัด ไฟหน้า ล้อ ยาง และเครื่องยนต์ ในรุ่นนี้แตกต่างอีกตรงที่ สามารถเพิ่มเงินเพื่อเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้จากโรงงานเลย ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการระบบนี้ในรุ่นล่างๆ สามารถมีให้เลือก หรือบางท่านที่ไม่ต้องการ สามารถประหยัดเงินได้อีก
  • 1.9 S , 1.9 S ABS : เกรดนี้จะยกระดับขึ้นมาจาก B เกือบทุกด้าน ทั้งแอร์เลือกช่องลมออกเท้าได้ และหมุนเวียนอากาศภายนอกได้ กระจกข้างไฟฟ้า กระจังหน้าสีเทาอ่อน ที่ปัดน้ำฝนปรับให้ปัดเป็นจังหวะได้ กันชนหน้าและกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ แต่ยังคงได้มือเปิดประตูสีดำ วิทยุ 1 DIN มาตรวัดแบบมาตราฐาน ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ ไม่มีไฟตัดหมอก มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 195 R15C และสามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้เช่นกัน
  • 3.0 S : เกรดนี้แทบไม่ต่างกับ 1.9 S เลย ที่ต่างกัน มีเพียงเครื่องยนต์ที่เป็น 3,000 CC และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แต่รุ่นนี้แย่ตรงที่ไม่สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้ ในขณะที่ 1.9 S สามารถเพิ่มได้
  • 3.0 S : 4x4 เกรดนี้คือการเอา 3.0 S มาใส่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อการขับขี่ในเส้นทาง Off-Road โดยรอบคันไม่ต่างจาก 3.0 S เลย มีเพียงกันชนหน้าสไตล์รุ่นยกสูง แต่ไม่มีไฟตัดหมอก เพิ่มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ด สลิป ช่วงล่างแบบแหนบเหนือเพลา โป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ 3,000 CC และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ล้อกระทะ 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16 และก็ไม่สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้เช่นกัน

รุ่น Spacecab[แก้]

เป็นรุ่น 2 ประตู ห้องโดยสารตอนครึ่ง แค็บเปิดได้ แบ่งออกเป็น 10 เกรด ดังนี้

รุ่นตัวเตี้ย Spacecab 3 เกรด

  • 1.9 S , 1.9 S ABS : เกรดนี้ต่อยอดมาจาก Spark 1.9 S โดยการเพิ่มแค็บด้านหลัง มีคอนโซลกลางพร้อมกล่องเก็บของ ฝาท้ายแบบเปิดกลาง มือเปิดสีดำ เบาะแยกแบบเบาะผ้า มีไฟเบรกดวงที่ 3 เหนือกระจกหลัง โลโก้ที่ฝากระบะท้ายแบบตัวนูนโครเมี่ยม แต่ยังได้อุปกรณ์มาตราฐานเหมือน Spark 1.9 S ทุกประการ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมยาง Dunlop SPLT36 ขนาด 215/70 R15C สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้เช่นกัน
  • 1.9 L , 1.9 L ABS : ยกระดับจาก 1.9 S โดยรอบด้าน ทั้งไฟหน้าแบบ Bi-LED โปรเจกเตอร์ ปรับระดับได้ พร้อมไฟ DRL มีไฟตัดหมอกหน้า กระจังหน้าโครเมี่ยม ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาได้ เสาอากาศแบบสั้นที่กลางหลังคา กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว ไม่มีไฟเลี้ยวที่ประตู มือเปิดรอบคันสีเดียวกับตัวรถ โลโก้ข้างประตูแบบตัวนูนโครเมี่ยม ไฟท้ายแบบ LED กันชนท้ายสีเดียวกับตัวรถ ภายในตกแต่งด้วยสีเงิน , สี Piano Black มือเปิดประตูด้านในสีโครเมี่ยม และมีการหุ้มหนังภายใน มาตรวัดแบบเรืองแสง พร้อมจอ MID แบบสี TFT ที่บังแดดมีกระจกส่องหน้า วิทยุ 2 DIN พร้อมบลูทูธ ลำโพง 6 ตำแหน่ง และช่องชาร์จ USB 5V/1.5A 1 จุด ไฟส่องแผนที่พร้อมที่เก็บแว่นตา ระบบหน่วงเวลาดับไฟในเก๋ง ไล่ฝ้ากระจกหลัง เซ็นทรัลล็อกล็อกอัตโนมัติเมื่อรถวิ่ง และกุญแจรีโมทปลดล็อก กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนได้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 15 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R15C สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้เช่นกัน
  • 1.9 Z : ท็อปสุดสำหรับรุ่นตัวเตี้ย โดยเพิ่มเติมจาก 1.9 L คือ สวิตซ์แอร์ตกแต่งด้วยโครเมี่ยม พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย กระจกเลื่อน ขึ้น-ลง อัตโนมัติที่ด้านผู้ขับขี่ พร้อมระบบป้องกันการหนีบ เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ปรับสูง-ต่ำได้ กุญแจรีโมทพร้อม Immobilizer และสัญญาณกันขโมย มีระบบเบรก ABS EBD BA เป็นมาตราฐาน มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R16C

รุ่นยกสูง Hi-Lander 7 เกรด

  • Hi-Lander 1.9 L : รุ่นล่างสุดสำหรับตัวยกสูง เพิ่มเติมเพียงแค่ มือจับที่เสา A ช่วยเรื่องการโหนขึ้นรถ บันไดข้าง กันชนท้ายแบบโครเมียม มือเปิดรอบคันแบบโครเมี่ยม กล่องเก็บของคอนโซลกลางหุ้มหนัง ที่เหลือนั้นคงเหมือนกัน 1.9 L ทุกประการ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16 แต่รุ่นนี้แย่ตรงที่ไม่สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้
  • Hi-Lander 1.9 Z : เหมือน 1.9 Z ทั้งหมด เพียงแค่เป็นยกสูง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16
  • Hi-Lander 1.9 Z AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z ตรงที่เพิ่มระบบ Cruise Control และระบบ ESC TCS HDC HSA และระบบ ISS มาให้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16
  • Hi-Lander 1.9 Z DVD : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z ตรงที่เพิ่มเครื่องเล่น DVD จอ Touch Screen 7 นิ้ว พร้อมบลูทูธ และกล้องมองหลังขณะถอยจอด มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16
  • Hi-Lander 1.9 Z-Prestige : รุ่นท็อปของ Spacecab โดยเพิ่มเติมจาก Hi-Lander 1.9 Z คือ กระจกมองข้างแบบโครเมี่ยม ปรับ-พับไฟฟ้า เสาอากาศแบบครีบฉลาม ภายในเบาะหนังกึ่งหนังแท้สีน้ำตาล ระบบ Smart Entry กุญแจแบบ Keyless พร้อมปุ่มกด Push Start มี Cruise Control เป็นมาตราฐาน เครื่องเล่น DVD จอ Touch Screen 8 นิ้ว พร้อมบลูทูธ , Navigator , Wirless Mirroring และกล้องมองหลังขณะถอยจอด สามารถดาวน์โหลดข้อมูล Inside ได้จากเครื่องเล่น มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z-Prestige AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z-Prestige ตรงที่เพิ่มระบบ ESC TCS HDC HSA และระบบ ISS มาให้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 3.0 Z-Prestige : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z-Prestige ตรงที่เป็นเครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่ ยังไม่มีระบบ ESC TCS HDC HSA

รุ่น Cab 4[แก้]

เป็นรุ่น 4 ประตู ห้องโดยสาร 2 ตอน โดยอุปกรณ์มาตราฐานยังคงเหมือนกับ Spacecab อยู่หลายประการ เพียงแต่มีบางเกรดเท่านั้นที่แตกต่างออกไป แบ่งออกเป็น 10 เกรด ดังนี้

รุ่นตัวเตี้ย Cab 4 2 เกรด

  • 1.9 S , 1.9 S ABS : อุปกรณ์มาตราฐาน เหมือนกับ Spacecab 1.9 S ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ เบาะแถวหลังแยกพับ 60:40 พร้อมจุดยึด ISOFIX มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมยาง Dunlop SPLT36 ขนาด 215/70 R15C สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้
  • 1.9 Z : เพิ่มเติมจาก 1.9 S คือ เบาะแถวหลังมีที่พักแขน และช่องชาร์จ USB 5V/1.5A 2 จุด หน้า-หลัง สติ๊กเกอร์ดำตรงเสาประตูด้านนอก นอกนั้น ยังคงเหมือน Spacecab 1.9 Z มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R16C

รุ่นยกสูง Hi-Lander 8 เกรด

  • Hi-Lander 1.9 L : อุปกรณ์มาตราฐาน เหมือนกับ Spacecab Hi-Lander 1.9 L ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ เบาะแถวหลังแยกพับ 60:40 พร้อมจุดยึด ISOFIX เบาะแถวหลังมีที่พักแขน และช่องชาร์จ USB 5V/1.5A 2 จุด หน้า-หลัง สติ๊กเกอร์ดำตรงเสาประตูด้านนอก มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16 แต่รุ่นนี้แย่ตรงที่ไม่สามารถเพิ่มระบบเบรก ABS EBD BA ได้
  • Hi-Lander 1.9 Z : เหมือน 1.9 Z ทั้งหมด เพียงแค่เป็นยกสูง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z ตรงที่เพิ่มระบบ Cruise Control และระบบ ESC TCS HDC HSA และระบบ ISS มาให้ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z DVD : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z ตรงที่เพิ่มเครื่องเล่น DVD จอ Touch Screen 7 นิ้ว พร้อมบลูทูธ และกล้องมองหลังขณะถอยจอด มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z-Prestige : ท็อปที่สุด จัดเต็มทุกออฟชั่น โดยอุปกรณ์มาตราฐานยังคงเหมือน Spacecab Hi-Lander 1.9 Z-Prestige เพิ่มเติมคือ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบลมไล่ฝ้า เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ระบบ ESC TCS HDC HSA ที่เป็นมาตราฐาน ลำโพง 8 ตำแหน่ง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 1.9 Z-Prestige AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z-Prestige ตรงที่เป็น เครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เพิ่มระบบ ISS มาให้ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 3.0 Z-Prestige : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 1.9 Z-Prestige ตรงที่เป็นเครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • Hi-Lander 3.0 Z-Prestige AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander 3.0 Z-Prestige ตรงที่เป็นเครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เพิ่มระบบ ISS มาให้ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่

รุ่น V-Cross[แก้]

เป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีทั้ง 2 ประตูและ 4 ประตู โดยอุปกรณ์มาตราฐานนั้นเหมือนกับ Hi-Lander เพียงแต่เพิ่มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มราวหลังคา แบ่งออกเป็น 4 เกรด ดังนี้

  • 2 ประตู 3.0 Z DVD : อุปกรณ์มาตราฐานเหมือน Spacecab Hi-Lander 1.9 Z DVD แตกต่างตรงที่ เครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • 4 ประตู 3.0 Z DVD : อุปกรณ์มาตราฐานเหมือน Cab 4 Hi-Lander 1.9 Z DVD แตกต่างตรงที่ เครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18 ทั้งล้อปกติและล้ออะไหล่
  • 4 ประตู 3.0 V-Cross MAX : อุปกรณ์มาตราฐานเหมือน Cab 4 Hi-Lander 3.0 Z-Prestige แตกต่างตรงที่ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำ เดินเส้นดำ ไฟท้ายแบบ Smoke Lens กระจกมองข้างสีเทาดำ มีการ์ดกันชนหน้า คิ้วขอบฝากระโปรง คิ้วซุ้มล้อและขอบกระบะ พื้นกระบะไลน์เนอร์จากโรงงาน ภายในตกแต่งโทนน้ำตาล-ดำ เบาะหนังกึ่งหนังแท้สีน้ำตาล-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ V-Cross โดยยังมีชิ้นส่วนสี Piano Black อยู่ พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีส้ม เครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18
  • 4 ประตู 3.0 V-Cross MAX AT : เปลี่ยนแปลงจาก 4 ประตู 3.0 V-Cross MAX ตรงที่เป็นเครื่องยนต์ 3,000 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มระบบ ISS มาให้ ล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18

รุ่น X-Series[แก้]

เป็นรุ่นแต่งประจำค่าย ซึ่งได้ทำให้มีสไตล์แตกต่างไปจากรุ่นปกติ เอาใจสายซิ่ง โดยตัวเตี้ยจะใช้ชื่อว่ารุ่น Speed ส่วนตัวสูงยังคงใช้ Hi-Lander มีทั้ง 2 ประตูและ 4 ประตู แบ่งออกเป็น 5 เกรด ดังนี้

  • Speed Spacecab 1.9 : อุปกรณ์มาตราฐาน เหมือนกับ Spacecab 1.9 Z ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำเดินเส้นแดง พร้อมโลโก้แดง ชุดสเกิร์ตรอบคัน ไฟท้ายแบบ Smoke Lens สติ๊กเกอร์คาดฝากระโปรงและฝาท้ายแบบมีสัญลักษณ์ X สติ๊กเกอร์ Speed ใต้ไฟเบรกดวงที่ 3 และการตกแต่งภายในสไตล์สีแดง-ดำ เบาะผ้าสีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีแดง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอยสีเทาดำ 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R16C
  • Speed Cab 4 1.9 : อุปกรณ์มาตราฐาน เหมือนกับ Cab 4 1.9 Z ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำเดินเส้นแดง พร้อมโลโก้แดง ชุดสเกิร์ตรอบคัน ไฟท้ายแบบ Smoke Lens สติ๊กเกอร์คาดฝากระโปรงและฝาท้ายแบบมีสัญลักษณ์ X สติ๊กเกอร์ Speed ใต้ไฟเบรกดวงที่ 3 และการตกแต่งภายในสไตล์สีแดง-ดำ เบาะผ้าสีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X ที่เบาะคู่หน้า พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีแดง มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอยสีเทาดำ 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Duravis R611 ขนาด 215/70 R16C
  • Hi-Lander Spacecab 1.9 : อุปกรณ์มาตราฐาน เหมือนกับ Spacecab Hi-Lander 1.9 Z DVD ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำเดินเส้นแดง พร้อมโลโก้แดง ชุดสเกิร์ตด้านหน้าและด้านข้าง สติ๊กเกอร์คาดฝากระโปรงและฝาท้าย ครอบไฟตัดหมอกสีเดียวกับตัวรถ สปอร์ตบาร์สีทูโทน การตกแต่งภายในสไตส์สีแดง-ดำ เบาะหนังกึ่งหนังแท้สีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X-Series พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีแดง กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ปรับ-พับไฟฟ้า ระบบ Smart Entry กุญแจแบบ Keyless พร้อมปุ่มกด Push Start มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอยสีเท่าอ่อน 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 840 ขนาด 245/70 R16
  • Hi-Lander Cab 4 1.9 : อุปกรณ์มาตราฐาน เหมือนกับ Cab 4 Hi-Lander 1.9 Z DVD ทั้งหมด โดยเพิ่มเติม คือ คิ้วไฟหน้าและกระจังหน้าสีเทาดำเดินเส้นแดง พร้อมโลโก้แดง ชุดสเกิร์ตด้านหน้าและด้านข้าง สติ๊กเกอร์คาดฝากระโปรงและฝาท้าย ครอบไฟตัดหมอกสีเดียวกับตัวรถ สปอร์ตบาร์สีทูโทน การตกแต่งภายในสไตส์สีแดง-ดำ เบาะหนังกึ่งหนังแท้สีแดง-ดำ พร้อมสัญลักษณ์ X-Series ที่เบาะคู่หน้า พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายสีแดง กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ปรับ-พับไฟฟ้า ลำโพง 8 ตำแหน่ง ระบบ Smart Entry กุญแจแบบ Keyless พร้อมปุ่มกด Push Start มาพร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18
  • Hi-Lander Cab 4 1.9 AT : เปลี่ยนแปลงจาก Hi-Lander Cab 4 1.9 ตรงที่เพิ่มระบบ Cruise Control และระบบ ESC TCS HDC HSA และระบบ ISS ให้ พร้อมเครื่องยนต์ 1,900 CC และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ล้ออัลลอยทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 255/60 R18

วิวัฒนาการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน[แก้]

ISUZU D-MAX เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ตัวรถใหม่หมดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พร้อมระบบช่วงล่างหน้าแบบปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริง ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนี่ยนที่ออกแบบเพื่องานบรรทุกโดยเฉพาะ และในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ หันมาใช้ระบบควบคุมแบบกดปุ่มด้วยระบบไฟฟ้าในชื่อ Touch-On-The-Fly โดยมีวิวัฒนาการ 2 Model ดังนี้

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2545 - 2554)[แก้]

พ.ศ. 2545

  • เปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยรุ่นตอนเดียว(SPARK EX) รุ่นแค็บ(SPACECAB) และรุ่นแค็บขับเคลื่อนสี่ล้อ (RODEO LS) พร้อมเครื่องยนต์ 4JA1-T 2500cc 79 แรงม้า แรงบิด 176 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ มีในรุ่นตัวเตี้ยทุกรุ่น และ เครื่องยนต์ 4JH1-t 3000cc มากับพละกำลัง 120 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด[1]
  • เปิดตัวรุ่น 4 ประตู (CAB4) ในปลายปีเดียวกัน

พ.ศ. 2546

  • เปิดตัวรุ่น HI-LANDER ซึ่งเป็นรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง มีทั้งรุ่นแค็บและสี่ประตู มีเครื่องยนต์ 3000cc อย่างเดียว และมีการปรับอุปกรณ์เช่น คาดบังแดดที่กระจกหน้า ช่วงล่าง Flex Plus ในรุ่น CAB4 และเพิ่มรุ่น CAB4 SX และ SL

พ.ศ. 2547

  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 1 โดยได้เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่, กันชนหน้า-หลังใหม่ และล้อลายใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ1-TC 146 แรงม้า กับ 2.5 ลิตร รหัส 4JK1-TC 116 แรงม้า ผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO 3[2]

พ.ศ. 2548

  • มีการปรับอุปกรณ์ โดยเพิ่มกระจกข้างแบบมีไฟเลี้ยว และเพิ่มความสูง 25 มม. ในรุ่นยกสูง (ยกเว้นรุ่น SPARK EX, SL และ SX)

พ.ศ. 2549

  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 2 พร้อมเครื่องยนต์ 4JJ-TCX เทอร์โบแปรผัน ให้กำลัง 163 แรงม้า มีเฉพาะรุ่น 4 ประตู Cab4 LS ส่วนรุ่น SL และ SX ติดตั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ให้แล้ว รุ่นนี้เรียกว่า รุ่นไฟเอียง หรือรุ่นข้าวหลามตัด และเพิ่มเครื่องยนต์ 2,500cc ใน Hi-Lander[1]

พ.ศ. 2550

  • เปิดตัว Gold Series หรื่อรุ่นเลี่ยมทอง โดยเปลี่ยนตรายี่ห้อที่กระจังหน้า, พวงมาลัย, และฝาท้ายเป็นสีทอง เพิ่มสติ๊กเกอร์ Gold Series ที่แก้มกระบะใกล้ๆ ไฟท้าย ไฟเบรกที่หัวเก๋งเป็นสีขาว LED ย้ายเสาวิทยุจากตรงประตูคนขับด้านบน มาไว้ตรงกลางหัวเก๋งและเสาสั้นลง (ยกเว้น SL และ SX) ฝาครอบเครื่องเป็นสีทอง เพิ่มกระจกมองข้างแบบมีมุมโค้ง(ยกเว้น SL และ SX) และเพิ่มเครื่อง VGS Turbo ใน Hi-Lander 4 ประตู และมีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่คือ รุ่น SLX Smart[1]

พ.ศ. 2551

  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งที่ 3 โดยใช้ชื่อรุ่น Platinum โดยเอากระจังหน้าโครเมี่ยมของรุ่นขับสี่ของรุ่นปรับโฉมครังที่ 2 มาใส่ในรุ่นตัวเตี้ย เพิ่มการ์ดกันกระแทกบริเวณประตูเชื่อมล้อหน้าถึงล้อหลัง ฝาครอบกระจกยกเลิกแบบสีเดียวกับรถ เปลี่ยนมาใช้แบบโครเมี่ยม(ยกเว้นรุ่น SX เหมือนเดิม) กันชนท้ายรุ่น SLX เปลี่ยนลายใหม่ เพิ่มสีดำที่ด้านล่างของกันชน เพิ่มขอบโครเมี่ยมครอบฐานคันเกียร์ เปลี่ยนฝาครอบเครื่อง จากสีทองเป็นสีแพลตทินั่ม รุ่นยกสูงทุกรุ่นใช้ล้อลายใหม่ 6 ก้านคู่ กระจังของรุ่นยกสูงทุกรุ่นเปลี่ยนลายเขี้ยว บางรุ่นเพิ่มกล้องมองหลังที่ฝาท้าย มีการเพิ่มสีแดงในรุ่น 4x4 นอกจากนี้มีการเพิ่มรุ่น Hilander Smart คือรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงที่มีการทอนออปชั่นลงเท่า SLX smart[1] และยกเลิกรุ่น SL

พ.ศ. 2552

  • เปิดตัว Super Platinum โดยเอากระจังหน้าลายเขี้ยวโครเมี่ยมใส่ในทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น smart เป็นลายเขี้ยวของรุ่นยกสูง Platinum เดิมตอนเดียวไม่เปลี่ยนอะไร เพิ่มกรอบโครเมียมครอบไฟตัดหมอก ปรับระบบเครื่องเสียงใหม่ และระบบเพื่อนนำทางอัจฉริยะ i-Genii รุ่นยกสูงได้ล้ออัลลูมิเนียมดีไซน์ปัดเงา และเพิ่มการ์ดกันชนหน้า ใช้แบบกระจกมุมกว้างทุกรุ่น ยกสูงจะเป็นสีเทา ขับสี่จะเป็นสีดำ รุ่นสี่ประตูยกสูงห้องโดยสารจะมีสีเบจให้เลือก รุ่นเครื่อง 3000 เพิ่มฝาครอบปากจมูกทางลมเข้าอินเตอร์คูลเลอร์เป็นสีใหม่[1]

พ.ศ. 2553

  • เปิดตัวรุ่นพิเศษ X-Series มี 3 รุ่นคือ Speed, Hi-Lander และ LS 4X4
  • เปิดตัว Super Titanium โดยได้เพิ่มการ์ดกันชนหน้า, บันไดข้าง, กรอบไฟตัดหมอก จะเป็นสีใหม่ ไทเทเนียม และมีชุดแต่ง Stylish Chrome ชุดโครเมี่ยมที่ขอบหน้าต่าง และคิ้วกันกระแทกด้านข้าง ส่วนรุ่น LS การ์ดกันชนหน้า และบันไดข้างเป็นสีดำ และได้ติดตั้งกล้องส่องภาพด้านหน้าปรับได้ถึง 4 ระดับ เป็นครั้งแรกในวงการกระบะเมืองไทย ส่วนระบบเพื่อนนำทางอัจฉริยะ i-Genii จะมากับดีไซน์ ไอคอนเมนูใหม่ Scrolling 3D icon และทำการอัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่, แผนที่ใหม่ แสดงผลแบบ 3 มิติ โดยทำการเพิ่ม Junction View แสดงภาพป้ายถนน และทางแยกที่สำคัญๆ แบบเสมือนจริง พร้อมมี Lane Guide ระบุช่องทางเดินรถที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีการเพิ่ม POI (Point of Interest) อีกกว่า 440,000 จุดทั่วประเทศ รวมถึงเมนูค้นหา ศูนย์บริการอีซูซุ ในละแวกใกล้เคียง และยังเพิ่มเสียงนำทางอีกกว่า 10 ภาษา พร้อมแผนที่ ไทย-อังกฤษ อีกด้วย[1]

พ.ศ. 2554

  • ยุติการทำตลาด

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2554 - 2562)[แก้]

อีซูซุ ดีแมกซ์ รุ่นที่ 2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ภายใต้รหัส Model RT50 โดยได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก รุ่นนี้ถูกออกแบบให้มีรูปทรงโค้งมนล้ำอนาคตพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ Isuzu Insight โดยทำตลาดดังนี้

พ.ศ. 2554

  • เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีทั้ง Spark, Spacecab, Cab4, Hi-Lander และ V-Cross มีรุ่น B, S, L, Z , Z DVD และ Z-Prestige

พ.ศ. 2555

  • มีการเปลี่ยน เสาอากาศ จากเดิม แบบเส้นยาว เป็น เสาอากาศ Shark Fin Antenna และ เปลี่ยนจอ DVD จากเดิม แบบ Kenwood เป็น Isuzu Media Solutions ในรุ่น Z-Prestige
  • เปิดตัว X-Series มี Speed และ Hi-Lander

พ.ศ. 2556

  • เปิดตัว Super Daylight ในงาน Motor Expo 2013
  • เปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Spark 4X4

พ.ศ. 2557

  • มีการเปลี่ยนกระจังหน้าแบบโครเมียมในรุ่น L และ Z รุ่นตัวเตี้ย เพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้าทุกรุ่นและปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ในรุ่น Z-Prestige
  • มีการเพิ่มสีแดงในรุ่น X-Series

พ.ศ. 2558

  • มีการเปิดตัว Isuzu D Max 99th anniversary Edition รุ่นพิเศษฉลองวาระ 99 ปี ผลิต 999 คัน จำนวนจำกัด[3]
  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉม พร้อมเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ 1.9 DDI Blue Power รหัส  RZ4E-TC ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic[4] โดยจำหน่ายเกียร์ธรรมดาอย่างเดียว

พ.ศ. 2559

  • มีการจำหน่ายเกียร์อัตโนมัติตามมา
  • เปิดตัวรุ่นพิเศษ V-Cross Limited
  • เปิดตัว X-Series 1.9 DDI Blue Power
  • มีการปรับอุปกรณ์ใหม่ โดยเพิ่มระบบ Cruise Crontrol ใน Z A/T และ Z-Prestige และได้เพิ่มไฟหน้า Projector พร้อม Silver Ring ทุกรุ่น นอกจากนี้ยังได้หน้าจอใหม่ KENWOOD พร้อม Built-in Navigator ขนาด 7 นิ้ว ในรุ่น Z-Prestige และเพิ่มระบบ HDC (Hill Descent Control)  ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ตั้งแต่รุ่น Z A/T ขึ้นไป[4]
  • เปิดตัว V-Cross Max 4X4

พ.ศ. 2560

  • เปิดตัวรุ่นพิเศษ Hi-Lander Limited จำนวนจำกัด
  • เปิดตัวรุ่นปรับโฉมรอบที่ 2 โดย เปลี่ยนล้ออัลลอย 6 ก้านคู่ 18 นิ้ว ใน Hi-Lander และ V-Cross , กระจังหน้าใหม่ และไฟหน้าใหม่ ส่วนภายในตกแต่งด้วย Piano Black

พ.ศ. 2561

  • เปิดตัว X-Series โดยเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Speed Cab4
  • เปิดตัวรุ่นพิเศษ Hi-Lander Stealth พร้อมเปลี่ยนกันชนท้าย และล้ออัลลอย ในรุ่น Z, Z DVD และ Z Prestige ใน Hi-Lander 4 ประตู, Z-Prestige Hi-Lander 2 ประตู และ V-Cross Z DVD

พ.ศ. 2562

  • มีการเพิ่มตัวถัง 2 ประตูในรุ่น Stealth

รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2563 – ปัจจุบัน)

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 http://carsnewupdate.blogspot.com/2014/10/7-isuzu-d-max.html?m=1
  2. https://www.autodeft.com/deftscoop/isuzu-pickups-history-60-years-thailand
  3. https://www.autodeft.com/newcar/isuzu-d-max-99th-anniversary-edition
  4. 4.0 4.1 https://www.autodeft.com/newcar/isuzu-d-max-blue-power-my-2017-launch-in-thailand