โตโยต้า ยาริส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โตโยต้า ยาริส
2015 Toyota Yaris (NCP130R) Ascent 5-door hatchback (2015-07-14) 01.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิต โตโยต้า
เริ่มผลิตเมื่อ 2542–ปัจจุบัน
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท รถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก
รูปแบบตัวถัง คูเป้ 2 ประตู
ซีดาน 4 ประตู
แฮทช์แบ็ก​ 3 ประตู
แฮทช์แบ็ก​ 5 ประตู
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้า โตโยต้า สตาร์เล็ต
โตโยต้า เทอร์เซล

โตโยต้า ยาริส (อังกฤษ: Toyota Yaris) เป็นชื่อของรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก ที่ท้ายสั้น มีขนาดเล็กกะทัดรัดของโตโยต้า ซึ่งยาริส มีชื่ออีก 2 ชื่อ ที่ใช้เรียกในประเทศอื่นๆ คือชื่อ โตโยต้า วิตซ์ (Toyota Vitz) และ โตโยต้า เอโค (Toyota Echo)

โตโยต้า ยาริส ผลิตมาเพื่อทดแทนรถรุ่น โตโยต้า สตาร์เล็ต (Toyota Starlet) ซึ่งได้เลิกผลิตไป เมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยก่อนหน้านี้ ในประเทศไทย สตาร์เล็ตเป็นรถรุ่นแรกๆ ที่มีขนาดเล็ก และมีโครงตัวถังแบบ hatchback (ท้ายกุด ไม่มีกระโปรงหลัง) ที่เข้ามาขายในประเทศไทย และมีคู่แข่งในสมัยนั้นคือ นิสสัน มาร์ช (อังกฤษ: Nissan March) ซึ่งก็มีกระแสตอบรับมาบ้างในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน และความกะทัดรัดขับง่าย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากคนไทยในช่วงนั้น ไม่ไว้วางใจในความปลอดภัยของรถรุ่นสตาร์เล็ต เพราะเกรงว่าผู้โดยสารที่นั่งหลังจะได้รับอันตรายได้ง่ายหากถูกชนท้าย จนเลิกผลิตไปในที่สุด

ปีเดียวกับที่สตาร์เล็ตเลิกผลิต ทางโตโยต้าก็ได้นำยาริสเข้ามาแทนที่ ด้วยการออกแบบโดย Sotiris Kovos นักออกแบบชาวกรีก ที่ทำให้ยาริสมีระบบความปลอดภัยที่ดีกว่า และดูทันสมัยขึ้น ทำให้ยาริสเป็นที่นิยม และมียอดขายดีกว่าสตาร์เล็ต

ยาริส เป็นรถรุ่นที่ใกล้เคียงและแข่งกับ ฮอนด้า แจ๊ซ เริ่มผลิตเมื่อ พ.ศ. 2542 และจนถึงปัจจุบัน แบ่งวิวัฒนาการเป็น 3 โฉม (Generation) คือ

Generation ที่ 1 (พ.ศ. 2542 - 2548)[แก้]

โตโยต้า ยาริส โฉมที่ 1

โฉมแรกนี้ ยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ผลิตระหว่าง พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2548 แต่ในประเทศญี่ปุ่น,ออสเตรเลียและแคนาดา ยาริสโฉมนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ไม่มีขายในสหรัฐอเมริกา เป็นรถที่มีความประหยัดน้ำมันสูง ขนาดเครื่องยนต์เล็กที่สุดเริ่มต้นเพียง 1000 ซีซี 50 แรงม้า (1SZ-FE) และเครื่องยนต์ที่แรงกว่าอีกหลายขนาดไปจนถึงเครื่องยนต์เทอร์โบ (I4) 150 แรงม้า

ในยุโรป ยาริสได้รับรางวัล European Car of the Year ประจำปี ค.ศ. 2000 ด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด VVT-i ยาริสเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบรถเล็กกะทัดรัดขับง่าย ประหยัดน้ำมัน แต่ในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบรถใหญ่ที่ดูภูมิฐานอย่างในสหรัฐอเมริกา ยาริสไม่มีขาย

พ.ศ. 2548 ยาริสก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งโฉมนี้ เป็นที่รู้จักและนิยมในเมืองไทยอย่างมาก

Generation ที่ 2 (พ.ศ. 2548 - 2556)[แก้]

โตโยต้า ยาริส โฉมที่ 2

โฉมนี้ เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ด้วยรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยและใหญ่ขึ้นในหลายมิติ เริ่มผลิตตั้งแต่ พ.ศ. 2548 มาจนถึง พ.ศ. 2556 โดยเข้ามาผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2549–ปัจจุบัน โดยใช้สโลแกนเปิดตัวว่า "Are you groovy?" การผลิตระบบเกียร์มี 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เครื่องยนต์ Toyota 1NZ-FE VVT-i 4 สูบ 1.5 L. 109 แรงม้า (80 กิโลวัตต์)ที่ 6,000 RPM แรงบิดที่ 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 RPM ประหยัดน้ำมันประมาณ 12.3 กิโลเมตรต่อลิตรในเมือง และ 15.3 กิโลเมตรต่อลิตรในชนบท และมีความแพร่หลายออกไปในหลายประเทศมากขึ้น เช่น ในประเทศไทย สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศ ที่ไม่มียาริสรุ่นแรกขาย ก็มียาริสรุ่นที่สองออกขาย

ยุคของยาริสโฉมที่สองในประเทศไทย[แก้]

โตโยต้า ยาริส ในประเทศไทย ได้มีการแบ่งออกเป็นสามยุค ดังนี้

ยุคแรก[แก้]

จะทำตลาดตั้งแต่ พ.ศ. 2548–2552 โดยมีกระจังหน้าใหญ่ และโคมไฟเลี้ยวหลังสีขาว มี 4 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น J (Manual / Automatic) เป็นรุ่นต่ำสุด เพิ่มเข้ามาใน พ.ศ. 2551 หลังการเปิดตัว 3 ปี อุปกรณ์มาตรฐานทั้งหมดเท่าตัว E แต่จะได้ล้อกระทะเหล็กแบบมีฝาครอบขนาด 15 นิ้ว ยาวขนาด 185/60R15 และจะตัดอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยออกทั้งหมด ทั้ง ABS, EBD และถุงลมนิรภัย คงเหลือไว้เพียงความปลอดภัยภาคบังคับ เช่น โครงสร้าง GOA และเข็มขัดนิรภัย โดยรุ่น J Manual เป็นเกียร์ธรรมดาของรุ่นต่ำสุด และรุ่น J Automatic เป็นเกียร์อัตโนมัติของรุ่นต่ำสุด โดยไม่มีความแตกต่างในออปชั่นอื่น และจัดว่าเป็นรุ่นต่ำสุดเหมือนกัน
  • รุ่น E (Manual/Automatic/Automatic Limited) เป็นรุ่นกลาง อุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มจากตัว J คือระบบความปลอดภัยดังกล่าว และล้ออัลลอย 15 นิ้ว ยาวขนาด 185/60R15 (โดย E Manual ถือเป็นรุ่นสูงกว่า J Automatic) และเฉพาะรุ่น E Automatic Limited จะได้สเกิร์ตรอบคัน, สปอยเลอร์, พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง (ซึ่งไม่มีในรุ่น G ทั้งตัวธรรมดาและ Limited)
  • รุ่น G (Automatic/Automatic Limited)

เป็นรุ่นท็อป ประเภทเทคโนโลยี ได้เพิ่มจากรุ่น E คือ ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง (รุ่น J และรุ่น E มีเพียงเฉพาะด้านหลัง), คิ้วยางกันกระแทกรอบคัน, เบาะหนัง, ลำโพง 6 ตำแหน่ง (รุ่น J และรุ่น E มี 4 ตำแหน่ง), ที่ปัดน้ำฝนจังหวะปัดหยุดตั้งค่าได้, ถาดใต้เบาะผู้โดยสารหน้า, แผงปิดสัมภาระท้ายรถ, เบาะหลังแยกพับ (รุ่น J และรุ่น E พับรวมก้อนเดียว), กระจกข้างปรับ-พับไฟฟ้า (รุ่น J และรุ่นE เป็นปรับไฟฟ้า-พับมือ), กุญแจรีโมท และสัญญาณกันขโมย และเฉพาะรุ่น G Automatic Limited จะได้ระบบ Keyless Entry, Push Start และกุญแจ Immobilizer (ซึ่งไม่มีในรุ่น S ทั้งธรรมดาและ Limited)

  • รุ่น S (Automatic/Automatic Limited)

เป็นรุ่นท็อป ประเภทสปอร์ต โดยจะเพิ่ม สเกิร์ต สปอยเลอร์ พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง แต่จะตัดเบาะหนังออกไปเป็นเบาะผ้า ตัดระบบ Smart Entry, Push Start, กุญแจ Immobilizer และเฉพาะรุ่น S Automatic Limited จะได้ไฟซีนอน และล้ออัลลอย 16 นิ้ว ยางขนาด 195/50R16

  • รุ่นพิเศษ TRD SPORTIVO ซึ่งจะได้ ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ลายพิเศษ TRD SPORTIVO/สติ๊กเกอร์ข้างรถลาย TRD SPORTIVO/ชุดแต่งสเกิร์ต TRD SPORTIVO รอบคัน

ยุคที่ 2[แก้]

พ.ศ. 2552–2555 เปลี่ยนสโลแกนเป็น "Yaris Me" กระจังหน้าเล็ก โคมไฟเลี้ยวหลังสีส้ม และมีการเปลี่ยนแปลงรุ่นย่อยและอุปกรณ์มาตรฐาน ดังนี้

  • ได้ตัดรุ่นย่อย G Automatic Limited ออกไป
  • เพิ่มกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ในรุ่น S Ltd., G Ltd., G A/T, E Ltd., E A/T, E M/T, TRD Sportivo II
  • รุ่น S Automatic Limited และ S Automatic ได้ตัดล้อขนาด 16 นิ้วออกไป (แล้วแทนด้วยล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ลายเดียวกันทั้งสายการผลิต) และไฟซีนอนออก แต่ได้ใส่ออปชั่นที่เคยอยู่ในรุ่น G Automatic Limited เข้าไปเพื่อทำรุ่น S Automatic Limited ให้เป็นรุ่นท็อปเพียงหนึ่งเดียว

แต่กระนั้นรุ่น S Automatic Limited และ S Automatic ก็ยังใช้เบาะผ้า และรุ่น G Automatic Limited และ G Automatic ยังเป็นเบาะหนัง และในทุกรุ่นย่อยที่มีเบาะผ้า จะได้เลือกลายของเบาะผ้า ซึ่งมีให้เลือกถึง 10 แบบ

และช่วงต่อมาได้มีการเพิ่มรุ่นพิเศษ 2 รุ่น

  • TRD II (ซึ่งพัฒนามาจากรุ่น E)

แต่สิ่งที่แตกต่างจากรุ่น E คือ ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ลายพิเศษ TRD SPORTIVO พร้อมสติ๊กเกอร์ด้านข้าง ชุดแต่งรอบคัน และสัญลักษณ์ TRD SPORTIVO แทนสัญลักษณ์รูปตัว E

  • ACE ซึ่งพัฒนามาจากรุ่น J

แต่สิ่งที่แตกต่างจากรุ่น J คือ ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ลายพิเศษ พร้อมสติ๊กเกอร์ด้านข้างสีสดใสมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีแดง และสีดำ ชุดแต่งสีรอบคัน และสัญลักษณ์ ACE แทนสัญลักษณ์รูปตัว J

ยุคที่ 3[แก้]

พ.ศ. 2555–2556 เปลี่ยนสโลแกนเป็น "Best Buddy" กระจังหน้าเล็ก ไฟหลังดวงกลมแบบญี่ปุ่น ได้เปลี่ยนเบาะในรุ่น G เป็นเบาะผ้า (ทำให้ยาริสยุคที่ 3 เป็นเบาะผ้าทั้งหมด) และตัดรุ่น S Automatic ธรรมดาออก ส่วนรุ่น S Automatic Limited เปลี่ยนชื่อเป็นรุ่น RS เพิ่มไฟหน้าและไฟท้ายรมดำ หน้าจอสัมผัสแบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 7 นิ้ว และเพิ่มล้อ 16 นิ้ว ลายเดิม แต่เพิ่มการรมดำ เพื่อเพิ่มความสปอร์ต

อย่างไรก็ตาม ยาริสรุ่นที่สองเป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่ขายในประเทศไทย หลังจากหมดอายุตลาดของยาริสรุ่นนี้ ก็ถูกแทนที่ด้วยรถรุ่นอื่น ซึ่งเพียงนำชื่อยาริสมาใช้ทำตลาดเท่านั้น ไม่ใช่ยาริสที่แท้จริงแต่อย่างใด

Generation ที่ 3 (พ.ศ. 2553 - ปัจจุบัน)[แก้]

โตโยต้า ยาริส โฉมที่ 3

โตโยต้า ยาริส รุ่นที่สามได้เปิดตัวเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 โดยมาการออกแบบภายนอกให้ดูมีความสปอร์ตมากขึ้น และมีการออกแบบภายในใหม่ ยาริสรุ่นที่สามนี้ได้ใช้ที่ปัดน้ำฝนแท่งเดียวแทนที่ปัดน้ำฝนแบบคู่และได้ย้ายคอนโซลจากตรงกลางมาอยู่ที่หลังพวงมาลัยแทนเมื่อเทียบจากรุ่นที่สอง[1]

โตโยต้า ยาริสโฉมนี้จะไม่มีการผลิตและการจำหน่ายในประเทศไทย

ตลาด[แก้]

ยุโรป

ยาริส/วิตซ์ รุ่นที่สามได้เปิดตัวในยุโรปเมื่อ พ.ศ. 2554 ส่วนรุ่นปรับโฉมได้เปิดตัว พ.ศ. 2557 ทั้งเวอร์ชันก่อนและหลังปรับโฉมใช้เครื่องยนต์และระบบเกียร์เดิม แต่รุ่นปรับโฉมมีการปรับปรุงการขับขี่ให้สะดวกสบายกว่าและปรับปรุงภายในให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น[2]

ประเทศญี่ปุ่น

วิตซ์ รุ่นที่สาม ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ที่เมืองโยโกฮาม่า และก็เริ่มทะยอยเปิดตัวในประเทศอื่นภายในปี พ.ศ. 2554[3]

เอเชีย

ในหลาย ๆ ประเทศในแถบเอเชียตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ได้มีการเปิดตัวโตโยต้า ยาริส (รหัส XP150) ประกอบไปด้วย ประเทศจีน ประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม โดยยาริส เวอร์ชันนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับยาริสรุ่นที่แล้วเลย

ส่วนในประเทศสิงคโปร์ ได้เปิดตัวยาริสรุ่นที่ 3 (XP130) ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2556 และใช้เครื่องยนต์ 1.33 ลิตร เป็นประเทศในแถบอาเซียนประเทศเดียวที่ใช้ยาริสโฉมนี้

ออสเตรเลีย

โตโยต้า ยาริส (XP130) สำหรับตลาดออสเตรเลียได้เผยโฉมเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 ในงานออสเตรเลียน อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ที่เมืองเมลเบิร์น[4] ยาริสเวอร์ชันออสเตรเลียมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตรและ 1.5 ลิตร โดยตั้งแต่รุ่นที่ถูกที่สุดไปจนถึงรุ่นที่แพงที่สุดจะได้ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งและหน้าจอแสดงผลข้อมูลเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

อเมริกาเหนือ

สำหรับเวอร์ชันอเมริกาเหนือ ยาริส (XP130) ได้เปิดตัวในไตรมาสที่สี่ของ พ.ศ. 2554 เป็นรุ่นปี พ.ศ. 2555 โดยยาริสเวอร์ชันอเมริกาเหนือมีทั้งรุ่นแฮทช์แบ็กสามประตูและห้าประตู ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เครื่องเดิมจากรุ่นที่แล้วพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ[5] ยาริสเวอร์ชันอเมริกาเหนือรุ่นปี พ.ศ. 2555 ทั้งรุ่นสามประตูและห้าประตูประกอบไปด้วยรุ่นย่อย L (CE ในแคนาดา), รุ่นระดับกลาง LE และรุ่นสปอร์ต SE โดยที่รุ่นย่อย SE มีเพียงเฉพาะรุ่นห้าประตูและมาพร้อมกับล้ออัลลอย 16 นิ้ว ช่วงล่างแบบสปอร์ตและดิสก์เบรกในทุกสี่ล้อ และรุ่นย่อยทั้งหมดนี้มีถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน[6]

ไฮบริด[แก้]

โตโยต้า ยาริส ไฮบริด (ก่อนปรับโฉม)
โตโยต้า ยาริส ไฮบริด (ก่อนปรับโฉม)

โตโยต้า ยาริส เอชเอสดี คอนเซ็ปต์ ได้เผยโฉมที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 โดยคอนเซ็ปต์นี้มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนไฮบริด[7] ต่อมา โฉมผลิตจริงก็ได้เปิดตัวในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 ที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์[8] ยาริส ไฮบริดนี้ได้ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดร่วมกันกับโตโยต้า พริอุส ซี ที่ขายในอเมริกาเหนือและเป็นชื่อโตโยต้า อควา ในประเทศญี่ปุ่น โดยที่ยาริส ไฮบริดจะมาแทนโตโยต้า พริอุส ซี ที่ไม่ได้ขายในทวีปยุโรป[9]

ยาริส ไฮบริด ได้เริ่มขายในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555[10] และขายได้ 23,692 หน่วยภายในปี พ.ศ. 2555[11] และยอดขายก็เพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ จนถึง 35,151 หน่วยถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556[11][12]

ปรับโฉม (พ.ศ. 2557)[แก้]

ใน พ.ศ. 2557 ก็ได้มีการปรับโฉมขึ้น โดยรุ่นปรับโฉมได้ออกแบบและพัฒนาจากโตโยต้ายุโรป ไม่เหมือนกับรุ่นก่อน ๆ ที่ได้ออกแบบและพัฒนาจากประเทศญี่ปุ่น โดยรุ่นปรับโฉมนี้ โตโยต้ารับประกันว่ามีความสะดวกสบายในการขับขี่เพิ่มขึ้น ห้องโดยสารมีความเงียบเมื่อขับรถในความเร็วสูง วัสดุภายในห้องโดยสารให้อารมณ์สัมผัสที่ดีขึ้น[13]

ปรับโฉม (พ.ศ. 2560)[แก้]

ในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560 โตโยต้า ยาริส/วิตซ์ ได้เปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งที่สองขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และได้มีตัวเลือกขับเคลื่อนไฮบริดมาด้วย[14] ยาริส รุ่นปรับโฉมครั้งที่สองก็ได้เปิดตัวในฝั่งยุโรปและออสเตรเลียต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 และหลังจากนั้นก็ได้เปิดตัวต่อในทวีปอเมริกาเหนือและประเทศแอฟริกาใต้ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560

ส่วนรุ่นสมรรถนะสูงมีชื่อว่า Yaris GRMN (Gazoo Racing, Masters of the Nurburgring) มาพร้องกับเครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ 1.8 ลิตร สามารถผลิตกำลังได้สูงถึง 205 แรงม้า ซึ่งจะตามมาในภายหลัง

คลังรูปภาพ[แก้]

โฉมเอเชีย[แก้]

ดูบทความหลักที่: โตโยต้า ยาริส (รหัส XP150)
โตโยต้า อีโคคาร์ ในชื่อ ยาริส

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โตโยต้า ยาริสอีกเวอร์ชันที่แตกต่างจากรุ่นเดิม สร้างจากพื้นฐานของโตโยต้า วีออส (รุ่นที่สาม รหัส XP150) ได้เปิดตัวในตลาดเอเชีย ประกอบไปด้วยประเทศจีน ประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสิงคโปร์ ไต้หวัน ประเทศเวียดนามและประเทศฟิลิปปินส์

โตโยต้า ยาริส แอล (ประเทศจีน)
ภายใน

ในตลาดประเทศจีน ได้ใช้ชื่อว่า โตโยต้า ยาริส แอล ได้ใช้เครื่องยนต์ 1.3 ลิตร รหัส 6NR-FE และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร รหัส 7NR-FE[15] ต่อมารุ่นปรับโฉมของยาริส แอลก็ได้เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2559

ในประเทศไทย ยาริสได้เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 ใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 3NR-FE เพื่อที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "อีโคคาร์" มีรุ่นย่อยต่อไปนี้ : J ECO, J, E, G และ TRD Sportivo.[16]

โตโยต้า ยาริส TRD Sportivo (โฉมอินโดนีเซีย)

สำหรับตลาดประเทศอินโดนีเซีย ยาริส รหัส XP150 ได้เปิดตัวในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 โดยที่ยาริสรุ่นประเทศอินโดนีเซียจะคล้ายกับรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย แต่มีเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า โดยใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FE มีรุ่นย่อยคือ: E, G, และ TRD Sportivo ต่อมาในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ได้มีการปรับอุปกรณ์โดยเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FE และเพิ่มรุ่นย่อยอีกรุ่นที่มีลักษณะคล้ายรถเอสยูสีครอสโอเวอร์ในชื่อว่า ยาริส เฮเกอร์ส (Yaris Heykers)

สำหรับตลาดประเทศฟิลิปปินส์ ยาริส รหัส XP150 ได้เปิดตัวเมื่อท้ายปี พ.ศ. 2556 มีสองรุ่นย่อยคือ: 1.3 E และรุ่น 1.5 G

และรุ่นนี้ก็ได้ใช้ชื่อว่า ยาริส สปอร์ต ในตลาดประเทศชิลี เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ พ.ศ. 2557 และประเทศอาเจนติน่าเมื่อ พ.ศ. 2559 โดยส่งออกมาจำหน่ายจากประเทศไทย[17][18]

ยาริส เอทีฟ[แก้]

ด้านหน้าโตโยต้า ยาริส เอทีฟ
ด้านหลังโตโยต้า ยาริส เอทีฟ

โตโยต้า ยาริส เอทีฟ ได้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ในรูปแบบตัวถังซีดาน โดยคำว่าเอทีฟ (ATIV) เป็นคำที่มาจากคำว่า Smart และ Active ยาริส เอทีฟได้เปิดตัวภายใต้แนวคิด "Life Activated... เริ่มต้น สู่โลกที่กว้างกว่า"[19]

เครื่องยนต์ได้ใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE เหมือนกับรุ่นแฮทช์แบ็ก ส่วนความปลอดภัยนั้นได้มีถุงลมนิรภัย 7 จุดและระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบป้องกันการลื่นไหลและระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (ABS, EBD, BA, VSC, TRC, HAC) ในทุกรุ่นย่อย[20]

รุ่นปรับโฉม[แก้]

โตโยต้า ยาริสโฉมเอเชียได้มีการปรับโฉมในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 โดยมีหน้าตาคล้ายกับเอทีฟและด้านท้ายได้รับแรงบันดาลใจมาจากโตโยต้า ออริสรุ่นที่สอง ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นมีมาให้เหมือนกับเอทีฟทุกประการ มีรุ่นย่อยทั้งหมดดังนี้ : J Eco, J, E, G ซึ่งรุ่นย่อย S มีในเฉพาะรุ่นเอทีฟเท่านั้น

อ้างอิง[แก้]

  1. "Slimmed-down Yaris". สืบค้นเมื่อ 2014-03-12. 
  2. Richard Aucock (2014-07-18). "Toyota Yaris facelift 2014". Motoring Research. Archived from the original on 2015-07-04. สืบค้นเมื่อ 2015-08-10. 
  3. "TTAC Brings You The Toyota Yaris You Can Buy A Year From Now. And Lots of Exclusive Pictures". The Truth About Cars. 2010-12-22. สืบค้นเมื่อ 2010-12-26. 
  4. "Toyota Yaris Unveiled at the 2011 Australian International Motor Show". CarAdvice.com.au. 2011-07-01. สืบค้นเมื่อ 2011-07-01. 
  5. "2012 Toyota Yaris Review". Automoblog.net. 2011-12-22. สืบค้นเมื่อ 2011-12-22. 
  6. "The redesigned Yaris hatchback sports upgraded interior for 2012". TestingAutos. Archived from the original on 2012-08-18. สืบค้นเมื่อ 2012-06-29. 
  7. "Toyota Yaris Sucompact Full Hybrid Unveiled in Geneva". HybridCars.com. 2011-03-03. สืบค้นเมื่อ 2011-03-04. 
  8. Toyota Press Release (2012-03-07). "2012 Toyota Yaris Hybrid plays big brother to the Prius C". Autoblog Green. สืบค้นเมื่อ 2012-03-08. 
  9. Laurent J. Masson (2012-01-16). "The Toyota Yaris hybrid, one for Europe". Motor Nature. สืบค้นเมื่อ 2012-07-31. 
  10. Philippe Crowe (2012-06-25). "France-Sourced Toyota Yaris US-Bound in 2013". HybridCars.com. สืบค้นเมื่อ 2012-07-31. 
  11. 11.0 11.1 Toyota Europe Press Release (2013-01-09). "Toyota Motor Europe 2012 Sales Up 2% (+15,583 Units) In A Sharply Declining Market". Toyota Europe. สืบค้นเมื่อ 2013-04-14.  A total of 23,692 units sold in 2012
  12. "Buoyant First Quarter Hybrid Sales For Toyota in Europe" (Press release). Europe: Toyota. 2013-04-10. สืบค้นเมื่อ 2013-04-14.  A total of 11,459 units sold during first quarter of 2013
  13. Richard Aucock (2014-07-18). "Toyota Yaris facelift 2014". Motoring Research. Archived from the original on 2015-07-04. สืบค้นเมื่อ 2015-08-10. 
  14. "Toyota Launches the 'Vitz' Hybrid Grade" (Press release). Toyota Global Newsroom. 2017-01-12. สืบค้นเมื่อ 2017-01-18. 
  15. "Yaris L specs in China". ChinaAutoWeb. สืบค้นเมื่อ 2013-11-26. 
  16. "Toyota Yaris". Thailand: Toyota. สืบค้นเมื่อ 2015-06-09. 
  17. "Yaris Sport". Toyota Chile. Archived from the original on 2014-06-08. 
  18. "Tu voto fue positivo: el Toyota Yaris llegará a la Argentina en 2016" [Your vote was positive: the Toyota Yaris will arrive in Argentina in 2016] (ใน Spanish). Argentina Autoblog. 2015-06-30. สืบค้นเมื่อ 2016-04-17. 
  19. "เปิดตัวครั้งแรกของโลก โตโยต้า “Yaris ATIV” LIFE ACTIVATED…เริ่มต้น สู่โลกที่กว้างกว่า". toyota.co.th. 2017-08-16. สืบค้นเมื่อ 2017-09-05. 
  20. "ราคาอย่างเป็นทางการ TOYOTA YARIS ATIV" (ใน Thai). Headlightmag. 2017-08-15. สืบค้นเมื่อ 2017-09-05. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ โตโยต้า ยาริส