โตโยต้า ซี-เอชอาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โตโยต้า ซี-เอชอาร์
2017 Toyota C-HR (NGX10R) Koba 2WD hatchback (2018-08-06) 01.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตโตโยต้า
เริ่มผลิตเมื่อพฤศจิกายน​ 2559 – ปัจจุบัน​
รุ่นปีพ.ศ. 2561–ปัจจุบัน
แหล่งผลิต
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถเอนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็กมาก
รูปแบบตัวถัง5 ประตู รถเอนกประสงค์
โครงสร้าง
  • เครื่องวางหน้า, ขับเคลื่อนล้อหน้า
  • เครื่องวางหน้า, ขับเคลื่อนสี่ล้อ (1.2 L; CVT)
แพลตฟอร์มTNGA: GA-C
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์
  • 1.2 L 8NR-FTS VVT-iW I4-T (เบนซิน)
  • 1.5 L 2NR-FE I4 (เบนซิน; อินโดนีเซียเท่านั้น)
  • 1.8 L 2ZR-FBE I4 (เบนซิน; มาเลเซียและไทย)
  • 2.0 L 3ZR-FAE I4 (เบนซิน; อเมริกาเท่านั้น)
  • 1.8 L 2ZR-FXE I4 (ไฮบริด เบนซิน)
ระบบเกียร์
  • 6 จังหวะ (ธรรมดา) (1.2 L)
  • CVT (Super CVT-i 7 จังหวะ)
  • eCVT
มิติ
ระยะฐานล้อ2,640 mm (103.9 in)
ความยาว4,360 mm (171.7 in)
ความกว้าง1,795 mm (70.7 in)
ความสูง1,565 mm (61.6 in)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าToyota ist/Urban Cruiser/ไซออน xD (Japan/Europe/US)

โตโยต้า ซี-เอชอาร์ (อังกฤษ: Toyota C-HR) มีลักษณะเป็นรถรถยนต์เอนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็กมาก ซึ่งผลิตโดยบริษัทโตโยต้า โดยเริ่มผลิตในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 และจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ปีเดียวกัน[1] และเริ่มสายการผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศตุรกี[2] ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 ก็ได้เริ่มสายการผลิตที่ประเทศไทย ที่มาของชื่อ C-HR นั้น ได้ย่อมาจาก Compact High Rider,[1] Cross Hatch Run–about[1] หรือ Coupé High–Rider.[3]

หลังจากที่ได้โชว์คอนเซปต์มานาน โตโยต้า ซี-เอชอาร์ รุ่นที่ 1 ก็ได้เผยโฉมเวอร์ชันผลิตจริงครั้งแรกในโลกเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 ที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ส่วนเวอร์ชันอเมริกาเหนือได้เผยโฉมเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ที่งานลอสแอนเจลิส ออโต้โชว์

ในรุ่นอเมริกาเหนือ มีเพียงตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้น ต่างจากตลาดโลกที่มีทั้งเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร Turbocharger และเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร Hybrid[4] ในอเมริกาเหนือ ตอนแรกนั้น ซี-เอชอาร์มีแผนจำหน่ายภายใต้ยี่ห้อScion (ไซออน) แต่โตโยต้าได้ประกาศยกเลิกการทำตลาดแบรนด์ไซออน จึงเปลี่ยนชื่อยี่ห้อเป็นโตโยต้าแทน[5] [6]

การเปิดตัว และจำหน่ายในประเทศไทย[แก้]

โตโยต้า ได้เผยโฉม ซี-เอชอาร์ ในประเทศไทยในงานมหกรรมยานยนต์ประเทศไทยครั้งที่ 34 โดยโฉมของประเทศไทยจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE และเครื่องยนต์ไฮบริด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE[7]โดยมีรายระเอียดรุ่นย่อยมาให้เลือกสี่รุ่นและได้เปิดรับสิทธิ์การจองล่วงหน้า[7]

เครื่องยนต์[แก้]

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 FFV รหัส 2ZR-FBE 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 80.5 x 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.0 : 1 กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ล็อกพูเล่ย์ 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร รองรับน้ำม้น E85 ปล่อย CO2 150g./km.

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Hybrid รหัส 2ZR-FXE DOHC 4 สูบแถวเรียง DOHC Atkinson cycle 16 วาล์ว VVT-i ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 80.5 x 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor แรงดันไฟฟ้า 600 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Nickel metal Hydride (Ni-MH) แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์ 28 Modules 6.5 Ah รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT ความจุถังน้ำมัน 43 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20 ปล่อย CO2 100 g./km.[8]

รุ่นย่อย[แก้]

ในประเทศไทย ซี-เอชอาร์มี 5 รุ่นย่อย[8]
รุ่น ราคา เครื่องยนต์ หมายเหตุ
1.8 HEV GR Sport 1,189,000 บาท เครื่องยนต์ไฮบริด 2ZR-FXE เริ่มจำหน่ายในปี 2565
1.8 Hybrid High
(1.8 Hybrid Premium Safety
HEV Premium Safety)
1,159,000 บาท
1,139,000 บาท (2021)
เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นรุ่น 1.8 Hybrid Premium Safety -> HEV Premium Safety
1.8 Hybrid MID 1,069,000 บาท เลิกจำหน่ายในปี 2564
1.8 MID 1,039,000 บาท เครื่องยนต์เบนซิน 2ZR-FBE
1.8 Entry 979,000 บาท

รุ่นพิเศษ[แก้]

เดือนเมษายน 2561 ได้เพิ่มโฉม ADIDAS Japan แถม Set LIMITED EDITION 1,200 คัน

เดือนพฤศจิกายน 2562 ได้เพิ่มชุดแต่ง NURBURGRING Edition ในราคา 9,000 บาท

เดือนเมษายน 2563 ได้เปิดตัว C-HR KARL LAGERFELD รุ่น Limited Edition ผลงานร่วมกับดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลก ในรุ่นพิเศษนี้ มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น 1.8 Hybrid High เท่านั้น ในราคา 1,219,000 บาท[9][10]

การจำหน่ายในไทยในรุ่น Minorchange และการเลิกจำหน่ายในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน[แก้]

เดือนตุลาคม 2562 C-HR Minorchange เปิดตัวครั้งแรกในตลาดโลกในยุโรป ซึ่งโดยปกติแล้ว C-HR Minorchange จะต้องเปิดตัวในไทยตามมาในช่วงปี 2020 แต่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้แผนทุกอย่างถูกเลื่อนออกไป ซึ่งการเปิดตัว C-HR Minorchange ในไทย ตามแผนการที่วางเอาไว้ตั้งแต่ตอนเปิดตัว 2 ปีที่แล้ว ว่า C-HR Minorchange จะยกเลิกทำตลาดเครื่องยนต์เบนซิน และ เปิดตัว Toyota Corolla CROSS ในเดือน กรกฎาคม 2563 แต่ Toyota Corolla CROSS กลับทำตลาดได้ดีเกินคาด จนทำให้บทบาทของ C-HR ถูกลดทอนลง จนมีความเป็นไปได้สูงว่า ทาง โตโยต้าประเทศไทย อาจไม่ทำตลาด C-HR Minorchange ต่อไป

ทำให้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ได้เลิกจำหน่ายในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร (1.8 Entry, 1.8 Mid) ตามแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งตอนนี้บนหน้าเว็บไซต์ โตโยต้าประเทศไทย แสดงข้อมูล และจำหน่ายรถ C-HR เหลือเพียงเครื่องยนต์ไฮบริดเท่านั้น เนื่องจากอัตราภาษีสรรพสามิตในไทย ที่สนับสนุนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (รถ Hybrid และ รถยนต์ไฟฟ้า) ทำให้รุ่นเบนซิน 1.8 ลิตร ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ในอัตรา 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ไฮบริด จะเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราเพียง 4%[9][11]

ปรับโฉมใหม่ MY2021[แก้]

23 มิถุนายน 2564 ได้เปิดตัว C-HR รุ่นปรับปรุงใหม่ เป็นยนตรกรรมที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งกว่าเคย ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีของโตโยต้า เริ่มจาก สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เข้าโค้งได้อย่างสนุกสนาน โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว และช่วงล่างอิสระปีกนกคู่ Double Wishbone Suspension ให้ความนุ่มนวล เกาะถนน รวมทั้งการออกแบบให้มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลกของโตโยต้า ได้แก่ ระบบไฮบริดเจเนอเรชันที่ 4 ขับสนุก ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูง เพิ่มความมั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากการทดสอบการชน ASEAN NCAP ระดับ 5 ดาว พร้อมสโลแกนใหม่ว่า C-HR “Born unique”.

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอแนะนำ C-HR รุ่นปรับปรุงใหม่ มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยทางเลือกสีภายนอกใหม่ ได้แก่ สี Platinum White Pearl และ สี Nebula Blue โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วย Black roof สำหรับสี Platinum White Pearl/Black roof, สี Premium Red/Black roof, สี Metal Stream Metallic/Black roof และ Silver roof สำหรับสี Attitude Black Mica/Silver roof และสี Nebula Blue/Silver roof และใหม่ล่าสุด กับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) ใน C-HR รุ่นปรับปรุงใหม่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ทุกการเดินทาง กับ All-speed Dynamic Radar Cruise Control ระบบควบคุมและปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto และตอบรับทุกไลฟ์สไลต์ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว ผ่านแอปพลิเคชัน T-Connect by TOYOTA ในราคาสุดพิเศษ! คุ้มค่าในการเป็นเจ้าของยิ่งขึ้น” แต่ปรับราคาถูกลง 20,000 บาท จาก 1,159,000 บาท เหลือ 1,139,000 บาท (สำหรับสีขาวมุก ราคา 1,146,000 บาท)

C-HR Gazoo Racing Sport MY2022[แก้]

2022 C-HR HEV GR Sport (ZYX10; ก่อนปรับโฉม)

Toyota เปิดตัว New Toyota C-HR HEV GR Sport ในราคา 1,189,000 บาท พร้อมสัมผัสคันจริงครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2022—BIMS 2022

Toyota แนะนำ Sub-Compact SUV ใหม่ล่าสุด เสริมทัพ GR Series กับ New Toyota C-HR HEV GR Sport รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport เติมเต็มความรู้สึกสนุกสนานในการขับขี่ (Fun-to-drive) พร้อมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกและเร้าใจยิ่งกว่า ด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต ที่ผสานกับประสิทธิภาพช่วงล่างหลังอิสระแบบปีกนกคู่ ให้สมรรถนะในการขับขี่ดีเยี่ยม และขับสนุกได้มากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565

บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แนะนำน้องใหม่ล่าสุดใน GR Series หลังจากแนะนำรถในซีรีย์นี้ ซึ่งผลิตในประเทศไทย จำนวน 4 รุ่น ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 9,000 คัน (ข้อมูลถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565)

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Toyota Launches the New C-HR" (Press release). Toyota Global Newsroom. 2016-12-14. สืบค้นเมื่อ 2016-12-21.
  2. Aytekin, Akin (2016-11-09). "Toyota begins production of C-HR in Turkey for export to Europe, U.S." Automotive News. สืบค้นเมื่อ 2017-02-16.
  3. "Toyota C-HR Reviews - Toyota C-HR Price, Photos, and Specs". Car and Driver. US. สืบค้นเมื่อ 2017-01-20.
  4. "Toyota C-HR 2018 USA". SUV Drive. สืบค้นเมื่อ 2017-06-10.
  5. https://www.usatoday.com/story/money/cars/2015/11/19/scion-c-hr-los-angeles-auto-show/76074438/
  6. http://blog.caranddriver.com/scion-c-hr-to-debut-in-production-form-next-month-at-the-detroit-auto-show/
  7. 7.0 7.1 "เปิดข้อมูล Toyota C-HR ประเทศไทย". Headlightmag. สืบค้นเมื่อ 2017-12-31.
  8. 8.0 8.1 "เจาะเสปค Toyota C-HR". Headlightmag. สืบค้นเมื่อ 2018-01-18.
  9. 9.0 9.1 "Toyota C-HR เบนซิน 1.8 ยุติการทำตลาดในไทย เหลือแค่ Hybrid ส่วนรุ่น Minorchange อาจไม่มาแล้ว !". HeadLight Magazine. 2021-04-20.
  10. "ราคาอย่างเป็นทางการ Toyota C-HR KARL LAGERFELD Hybrid High : 1,219,000 บาท". HeadLight Magazine. 2020-04-02.
  11. "ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ -สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม". www.car.go.th.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ โตโยต้า ซี-เอชอาร์