ฟอร์ด เรนเจอร์ (T6)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟอร์ด เรนเจอร์ (T6)
2015 Ford Ranger (PX) XL Hi-Rider 4-door utility (2015-11-11) 01.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฟอร์ด
เริ่มผลิตเมื่อพ.ศ. 2554–ปัจจุบัน
พ.ศ. 2562 (อเมริกาเหนือ)
รุ่นปี2011–ปัจจุบัน
แหล่งผลิตระยอง, ประเทศไทย (AAT)
ซิลเวอร์ตัน, ประเทศแอฟริกาใต้
บัวโนสไอเรส, ประเทศอาร์เจนตินา (ฟอร์ด อาเจนตินา)
เวย์น, มิชิแกน, สหรัฐฯ
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถกระบะขนาดกลาง
รูปแบบตัวถังสองประตู
สี่ประตู (แค็บเปิดได้)
สี่ประตู
โครงสร้างเครื่องวางหน้าขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ
รุ่นที่คล้ายกันมาสด้า บีที-50
ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์
ระบบเกียร์เกียร์ธรรมดา 5/6-จังหวะ
เกียร์อัตโนมัติ 6/10-จังหวะ ((6R80)/Ford-GM SelectShift)
มิติ
ระยะฐานล้อ3,226 mm (127.0 in)
3,270 mm (129 in) (รุ่น 2)
ความยาว5,359 mm (211.0 in)
5,350 mm (211 in) (รุ่น 2 ตัวเตี้ย)
5,370 mm (211 in) (รุ่น 2)
5,360 mm (211 in) (Raptor)
ความกว้าง1,849 mm (72.8 in)
1,910 mm (75 in) (รุ่น 2 ตัวเตี้ย)
1,918 mm (75.5 in) (รุ่น 2)
2,028 mm (79.8 in) (Raptor)
ความสูง1,815 mm (71.5 in)
1,769–1,778 mm (69.6–70.0 in) (รุ่น 2 ตัวเตี้ย)
1,874–1,884 mm (73.8–74.2 in) (รุ่น 2)
1,926 mm (75.8 in) (Raptor)
น้ำหนัก1,866–1,968 kg (4,114–4,339 lb) [1]
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้า

ฟอร์ด เรนเจอร์ (รหัส T6) เป็นรถกระบะขนาดกลางผลิตโดยบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ ออกแบบรูปลักษณ์และทางวิศวกรรมโดยฟอร์ดออสเตรเลีย[2] เรนเจอร์ T6 มาแทนที่กระบะฟอร์ดสองรุ่นคือฟอร์ด เรนเจอร์สำหรับตลาดอเมริกากลาง[3] และฟอร์ด เรนเจอร์ก็ใช้ชื่อมาสด้า บีที-50 ขายในอเมริกากลาง ยุโรปและเขตเอเชียแปซิฟิก

เปิดเผยครั้งแรกที่งานแสดงรถยนต์นานาชาติออสเตรเลียที่ซิดนีย์ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553 ต่อมาก็ได้ผลิตในฤดูร้อนของปี 2554 ผลิตครั้งแรกที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ที่จังหวัดระยอง ต่อมาก็ผลิตที่อาร์เจนตินา ไนจีเรียและแอฟริกาใต้[4] มาสด้าได้ทำการตลาดฟอร์ด เรนเจอร์โดยเปลี่ยนยี่ห้อเป็นรุ่นที่สองของมาสด้า บีที-50 เรนเจอร์ก็ยังมีรุ่นอเนกประสงค์สมรรถนะสูงในชื่อฟอร์ด เอเวอร์เรสต์/เอนดีเวอร์

เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน[แก้]

เรนเจอร์มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนสองล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อกับเครื่องยนต์หกเครื่องยนต์:

  • เครื่องยนต์อีโค่บูสต์ 2.3 ลิตร (Mazda LF) เบนซิน (200 กิโลวัตต์; 274 แรงม้า และ 420 นิวตันเมตร) ใช้ร่วมกับเกียร์อัตโนมัติสิบจังหวะ (Ford-GM 10R80) (ปี 2019–present)
  • เครื่องยนต์ดูราเทค 2.5 ลิตร (Mazda L5-VE) เบนซิน (122 กิโลวัตต์; 167 แรงม้า และ 226 นิวตันเมตร) ใช้ร่วมกับเกียร์ธรรมดาห้าจังหวะ (Ford M5OD) (ปี 2019–present)
  • เครื่องยนต์ดูราทอร์ค TDCi 2.2 ลิตร ("PUMA" ZSD-422) ดีเซล (88 กิโลวัตต์; 120 แรงม้า และ 285 นิวตันเมตร; 92 กิโลวัตต์; 160 แรงม้า และ 330 นิวตันเมตร หรือ 110 กิโลวัตต์ และ 375 นิวตันเมตร) อัตราสิ้นเปลือง 7.6 ลิตร/100 กม.[5] (37.2 mpg-imp หรือ 30.9 mpg-US) ใช้ร่วมกับเกียร์ธรรมดาหกจังหวะ (Ford MT82) (ปี 2019–present)
  • เครื่องยนต์ดูราทอร์ค TDCi 3.2 ("PUMA" P5AT) ดีเซล (147 กิโลวัตต์; 200 แรงม้า และ 470 นิวตันเมตร) ที่ 8.4 ลิตร/100 กม.[5] (33.6 mpg-imp หรือ 28.0 mpg-US) พร้อมกับเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติหกจังหวะ (Ford 6R80) (ปี 2011–ปัจจุบัน / 2011–2019 (ประเทศไทย))
  • เครื่องยนต์อีโค่บลู EcoBlue TDCi 2.0 ("Panther") ดีเซล (132 กิโลวัตต์; 180 แรงม้า และ 470 นิวตันเมตร) ที่ 8.4 ลิตร/100 กม.[5] (33.6 mpg-imp หรือ 28.0 mpg-US) พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติสิบจังหวะรุ่น Ford-GM 10R80 (ปี 2019–present)
  • เครื่องยนต์อีโค่บลู EcoBlue TDCi 2.0 ("Panther") ดีเซล เทอร์โบคู่ (157 กิโลวัตต์; 213 แรงม้า และ 470 นิวตันเมตร) ที่ 8.4 ลิตร/100 กม.[5] (33.6 mpg-imp หรือ 28.0 mpg-US) พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติสิบจังหวะรุ่น Ford-GM 10R80 (Ranger Raptor ปี 2019–present)

มาตัวถังสามตัวถังให้เลือก:

  • ดับเบิ้ลแค็บหรือสี่ประตู มีความจุห้องโดยสาร 1.21 ม3
  • แค็บเปิดได้ มีความจุห้องโดยสาร 1.82 ม3
  • แค็บเดี่ยว มีความจุห้องโดยสาร 1.82 ม3

เปลี่ยนโฉมปี 2558[แก้]

เรนเจอร์ ไวลด์แทร็ก

ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการปรับโฉมในปี พ.ศ. 2558[6] เป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่และเปลี่ยนเครื่องยนต์ดูราทอร์ค 2.2 ลิตรเป็นเครื่องยนต์แพนเธอร์ 2.0 ลิตร[7]

เปลี่ยนโฉมปี 2561[แก้]

เรนเจอร์รุ่นปี 2019 ได้เผยโฉมที่งานแสดงรถยนต์อเมริกาเหนือ โดยมีการเปลี่ยนกันชนหน้าใหม่และเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อมกับเครื่องยนต์เอคโค่บูสต์ 2.3 ลิตร

เรนเจอร์ แร็ปเตอร์[แก้]

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็ปเตอร์

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์[8] เป็นรถกระบะสมรรถนะสูงรุ่นพิเศษจากฟอร์ด มอเตอร์คอมปะนี ในนาม ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มแมนซ์ เปิดเผยออกมาในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 มีจุดมุ่งหมายจับตลาดระดับบนที่ต้องการรถยนต์ฟอร์ดเรนเจอร์ที่สามารถใช้งานลุยได้จริงกว่ารุ่น ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค

การสร้างรถรุ่นพิเศษนี้ เช่นเดียวกับฟอร์ด เอฟ-150 แร็ปเตอร์ ฟอร์ดได้ใช้ทีมงาน ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์เข้ามาร่วมพัฒนา โดยติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ฟอร์ด อีโค่บลู ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จคู่ ให้กำลัง 213 PS ทำแรงบิด 500 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ 10 สปีด พร้อม 6 โหมดในการขับขี่ เพื่อให้พร้อมสำหรับทุกเส้นทางที่จะไป

ทางด้านระบบช่วงล่างเป็น ปีกนก อิสระ 2 ชั้น ทางด้านหน้า พร้อมปีกนกอะลูมิเนียม และด้านหลังเป็นแบบคอยย์โอเวอร์ช๊อคอัพ ซับแรงสั่นสะเทือน ด้วยระบบช็อคอัพจาก Fox Shock สามารถปรับค่าการทำงานด้วยตัวเอง ด้วยระบบปรับน้ำมันในตัว หรือ อินเทอร์นัล บายพาสได้ 9 ระดับ รวมถึงพวงมาลัยไฟฟ้า ชุดดิสก์เบรก 4 ล้อ ติดตั้งยาง BF Goodridge KO2 แบบ All terrain เพื่อใช้ในการขับขี่ได้ทุกเส้นทาง

เรนเจอร์ FX4[แก้]

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว 2 ยานยนต์กรรมรุ่นพิเศษ ตอบโจทย์คนไทยที่ชอบความแตกต่างไม่เหมือนใคร กับ Ford Ranger FX4 & Ford Everest Sport เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับราคาพิเศษที่มิอาจห้ามใจ

Ford Ranger FX4 เป็นการนำพื้นฐาน Ford Ranger รุ่น Double Cab XLT 2.2 6 Auto เปลี่ยนบุคลิกที่เคยหรูหราให้กลายเป็นเข้มทั้งคันด้วย กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ กันชนหน้าทรงสปอร์ตพร้อมไฟตัดหมอก ชุด Black Package เข้มทั้งคันทั้ง ชุดแต่งกันชนหน้า กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตู กันชนท้าย สปอร์ตบาร์ ล้ออัลลอยลายพิเศษสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 และโลโก้ FX4 บริเวณประตูและฝากระบะท้าย

เรนเจอร์ FX4 MAX[แก้]

ประเทศไทยเป็นที่ที่สองต่อจาก ออสเตรเลีย เปิดตัว กระบะโหดน้องใหม่ที่จะมาเติมเต็มทางเลือกให้ครบถ้วน ครบความต้องการของสิงห์รถกระบะกับการเพิ่มไลน์อัพในตระกูล Ford Ranger อย่าง New Ford Ranger FX4 Max

ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Ford Ranger Raptor ทำให้มีความโดดเด่นบนพิ้นฐานของรุ่น XLT กลายกระบะพันธุ์โหด ออกแบบมาเพื่อออฟโรดตัวจริงเริ่มที่กระจังหน้าสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ F-O-R-D ตามแบบฉบับของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกสีเทาเข้มตั้งแต่ฝาครอบกระจกมองข้าง มือจับประตู ซุ้มล้อไปจนถึงกันชนท้าย ด้านหลังตกแต่งด้วยโรลบาร์สีดำยาวทอดตลอดกระบะท้าย บันไดข้างได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูเท่และดุดัน พร้อมพื้นผิวกันลื่นสำหรับการใช้งานออฟโรดล้ออัลลอยโดดเด่นด้วยสีเทาเข้มดุดัน ขนาด 17 นิ้ว 17 x 8 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและหลัง ออฟเซ็ท +42 มม. ช่วยเพิ่มฐานความกว้างของรถมากถึง 26 มม.พร้อมยางออลเทอร์เรน KO2 จาก BF Goodrich ขนาด 265/70 R17 มอบความมั่นคงในการยึดเกาะถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ และพื้นผิวด้านข้างที่คงทนยิ่งขึ้นและโลโก้ FX4 MAX บริเวณกระบะซ้าย-ขวา ไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED DTRL และ ไฟตัดหมอกหน้า


ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นที่ 2 (P703)[แก้]

ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นที่ 2

All-new Ford Ranger 2022 เจเนอเรชันใหม่เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก พร้อมดีไซน์ถอดแบบมาจาก F-150 ห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอแนวตั้งขนาด 12 นิ้ว เตรียมเดินสายการผลิตในไทยตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2022 เจเนอเรชันใหม่ ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังจากที่ทยอยปล่อยทีเซอร์ออกมาก่อนหน้านี้ ชูจุดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่หมดจดที่ฟอร์ดระบุว่าเป็นผลลัพธ์จากการทำวิจัยการตลาดเพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้า โดยมีรูปลักษณ์คล้ายกับ F-150 และ Maverick ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ได้เพียงไม่นาน ทั้งยังเตรียมติดตั้งขุมพลัง V6 เป็นครั้งแรกอีกด้วย (จำหน่ายเฉพาะบางประเทศเท่านั้น)

ดีไซน์ภายนอกของ All-new Ford Ranger 2022 ใหม่ ยังคงสื่อถึงความบึกบึนแข็งแรงภายใต้แนวคิด “Built Ford Tough” ด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่รูปตัว C พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่ในเวลากลางวัน เชื่อมต่อเข้ากับกระจังหน้าแนวนอนขนาดใหญ่ เสริมด้วยไฟท้ายที่ออกแบบให้ดูเข้ากันกับไฟหน้า ประดับด้วยสัญลักษณ์ RANGER ขนาดใหญ่บนกระบะท้าย โดยปัจจุบันมีเพียงภาพของรุ่น Sport และ Wildtrak ออกมาเท่านั้น[9]

ครั้งแรกกับฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ สมรรถนะทรงพลัง พร้อมการออกแบบที่โดดเด่น ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ และเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ภายในหรูหรา ให้คุณสัมผัสประสบการณ์อีกขั้นของการขับขี่ All NEW Ford RANGER เตรียมเปิดตัวในไทย 23 มีนาคม นี้ ! ที่งาน Motor Show 2022

All-new Ford Ranger 2022 ใหม่ ถูกเปิดตัวพร้อมประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในไทย เลือกได้ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล Turbo 2.0 ลิตร และ Bi-Turbo 2.0 ลิตร เคาะราคารุ่น Sport เริ่มต้นที่ 929,000 บาท และรุ่น Wildtrak เริ่มต้นที่ 999,000 บาท ล่าสุด เปิดตัวรุ่นตัวเตี้ย XL ไปถึง XLT ในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ด้วยราคาเรี่มต้นที่ 554,000 บาท

เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน (รุ่นที่ 2)[แก้]

เรนเจอร์มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนสองล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อกับเครื่องยนต์ห้าเครื่องยนต์:

  • เครื่องยนต์อีโค่บูสต์ 2.3 ลิตร (Mazda LF) เบนซิน (200 กิโลวัตต์; 274 แรงม้า และ 420 นิวตันเมตร) ใช้ร่วมกับเกียร์อัตโนมัติสิบจังหวะ (Ford-GM 10R80)
  • เครื่องยนต์อีโค่บูสต์ 3.0 ลิตร (Ecoboost Nano) เบนซิน เทอร์โบคู่ (292 กิโลวัตต์; 397 แรงม้า และ 583 นิวตันเมตร) ที่ 8.4 ลิตร/100 กม.[5] (33.6 mpg-imp หรือ 28.0 mpg-US) พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติสิบจังหวะรุ่น Ford-GM 10R80 (Raptor)
  • เครื่องยนต์อีโค่บลู EcoBlue TDCi 2.0 ("Panther") เทอร์โบดีเซล (110 กิโลวัตต์; 150 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที และ 350 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,750 รอบ/นาที) ที่ 8.4 ลิตร/100 กม. พร้อมกับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ รุ่น Ford M5OD รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึงระดับ Biodiesel B20
  • เครื่องยนต์อีโค่บลู EcoBlue TDCi 2.0 ("Panther") เทอร์โบดีเซล (125 กิโลวัตต์; 170 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที และ 405 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที; 132 กิโลวัตต์; 180 แรงม้า และ 470 นิวตันเมตร) ที่ 8.4 ลิตร/100 กม.[5] (33.6 mpg-imp หรือ 28.0 mpg-US) พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ รุ่น 6R80 พร้อม Select Shift หรือเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ รุ่น Ford MT82 รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึงระดับ Biodiesel B20
  • เครื่องยนต์อีโค่บลู EcoBlue TDCi 2.0 ("Panther") ดีเซล เทอร์โบคู่ (157 กิโลวัตต์; 213 แรงม้า และ 470 นิวตันเมตร) ที่ 8.4 ลิตร/100 กม.[5] (33.6 mpg-imp หรือ 28.0 mpg-US) พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติสิบจังหวะรุ่น Ford-GM 10R80 และคันเกียร์แบบ Electronic Shifter
  • เครื่องยนต์Power Stroke TDCi 3.0 ("Power Stroke") เทอร์โบดีเซล V6 (186 กิโลวัตต์; 253 แรงม้า และ 597 นิวตันเมตร) ที่ 8.4 ลิตร/100 กม.[5] (33.6 mpg-imp หรือ 28.0 mpg-US) พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติสิบจังหวะรุ่น Ford-GM 10R80

มาตัวถังสามตัวถังให้เลือก:

  • ดับเบิ้ลแค็บหรือสี่ประตู มีความจุห้องโดยสาร ม3
  • แค็บเปิดได้ มีความจุห้องโดยสาร ม3
  • แค็บเดี่ยว มีความจุห้องโดยสาร ม3

เรนเจอร์ แร็ปเตอร์ Gen.2[แก้]

2022 ฟอร์ด เรนเจอร์ Raptor

บันทึกประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ กับการขับขี่แบบออฟโร้ด ด้วยแรงบันดาลใจจากการแข่งรถในทะเลทราย ต่อยอดสู่ รถกระบะสมรรถนะสูง ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีม Ford Performance เพื่อคอออฟโร้ดตัวจริง

Ford ประเทศไทยเปิดตัว All New Ford Ranger Raptor 2022 รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงอย่างเป็นทางในประเทศไทย มีให้เลือกเฉพาะขุมพลังเบนซิน V6 3.0 Twin-Turbo 397 แรงม้า (ส่วนขุมพลังดีเซลจะตามออกมาภายหลัง) เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 1,869,000 บาท

Ford Ranger Raptor รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง เจอเนเรชันที่ 2 โดยในรุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เพื่อการขับขี่ออฟโรดขั้นสุด ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ทันสมัยมากขึ้น ควบคุมการทำงานของตัวถังที่แข็งแกร่งและเหนือชั้นยิ่งขึ้น ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ จึงเป็นรถกระบะตระกูลเรนเจอร์ ที่อัดแน่นด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนา

อ้างอิง[แก้]

  1. "Ranger specifications". ford.co.id. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-01-06. สืบค้นเมื่อ 14 January 2015.
  2. Dowling, Joshua; Sainsbury, Michael (1 Oct 2016). "Meet the factory workers in Thailand that will take our jobs once Australia's car manufacturing industry closes". The Daily Telegraph (Sydney Australia). News Corp. Australia. สืบค้นเมื่อ 3 October 2016.
  3. Levine, Mike. "First Look: All-New 2011 Ford Ranger "T6" Global Pickup Truck". PickupTrucks.com. สืบค้นเมื่อ 7 August 2011.
  4. Kong, Benson. "New Global Ford Ranger Unveiled, Still Not Planned for U.S." Truck Trend. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-02-24. สืบค้นเมื่อ 7 August 2011.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 (ปี 2019–present)Ford.com.Au – Ranger Power & Performance Specifications per Australian Design Rule 81/02 combined cycle
  6. "New Ford ranger". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-01-11. สืบค้นเมื่อ 2018-02-08.
  7. [1]
  8. Ridebuster . "Ford Ranger Raptor ของแรงมาครบเครื่อง" .7 กุมภาพันธ์ 2561 . สืบค้นเมือ 5 มีนาคม 2562
  9. Sanook . "All-new Ford Ranger 2022 ใหม่ เผยโฉมครั้งแรกในโลก จ่อเดินสายผลิตในไทยปีหน้า" .24 พฤศจิกายน 2564 . สืบค้นเมือ 24 พฤศจิกายน 2564

[1]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ (T6)

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :0