ถุงลมนิรภัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ถุงลมนิรภัยแบบติดตั้งกับพวงมาลัย

ถุงลมนิรภัย เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของยานพาหนะ ทำหน้าที่เสมือนเป็นหมอนรองผู้โดยสารที่ประกอบด้วยวัสดุห่อหุ้มที่มีความยืดหยุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงการชนกันของรถยนต์ เพื่อป้องกันผู้โดยสารจากการกระแทกกับวัตถุภายใน เช่น พวงมาลัย หน้าต่าง ยานพาหนะปัจจุบันอาจจะมีถุงลมนิรภัยอยู่ในหลายตำแหน่ง และเซ็นเซอร์อาจถูกนำมาปรับใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือมากกว่ากับถุงลมนิรภัยในบริเวณการชนที่อัตราตัวแปรขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการชน;[1] ถุงลมนิรภัยถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานโดยการขยายตัวเฉพาะการชนในระดับปานกลางถึงรุนแรงขึ้นที่ด้านหน้าหรือด้านอื่นที่ติดตั้งตัวตรวจจับการชน ถุงลมนิรภัยได้รับการออกแบบโดยปกติจะต้องทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัย ส่วนใหญ่จะทำให้ขยายตัวด้วยวิธีการจุดระเบิดและสามารถดำเนินการได้ครั้งเดียว[2]

คำศัพท์[แก้]

ผู้ผลิตหลายรายเมื่อเวลาผ่านไปได้ใช้ข้อตกลงที่แตกต่างกันสำหรับการผลิตถุงลมนิรภัย บริษัทเจเนรัลมอเตอร์ ได้ผลิตโมดูลถุงลมนิรภัยเป็นครั้งแรกขึ้น ในปี 1970, ได้ทำการวางตลาดด้วยระบบเบาะอากาศนิรภัย (Air Cushion Restraint System) หรือ (ACRS)

ประวัติ[แก้]

รถยนต์ยูอิค อิเล็คทรา (Buick Electra) ในปี 1975 กับระบบเบาะอากาศนิรภัย ACRS

ต้นกำเนิด[แก้]

ถุงลมนิรภัยที่กำหนดให้ใช้ในรถยนต์นั้นเมื่อมีการย้อนรอยเพื่อค้นหาจุดกำเนิดเริ่มต้นของมัน ต้นกำเนิดครั้งแรกที่ผลิตออกมามีลักษณะเป็นถุงที่เต็มไปด้วยอากาศ ซึ่งถูกผลิตขึ้นอย่างช้าที่สุดในช่วงต้นปี 1941 [3]

จากรายงานในปี 1951, วอลเตอร์ ลินเดอเรอ วิศวกรชาวเยอรมัน ได้ทำการออกแบบถุงลมนิรภัยขึ้น ลินดอเรอ ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรของเยอรมันหมายเลขที่ # 896312 เมื่อ 6 ตุลาคม 1951 ซึ่งออกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 1953 ประมาณสามเดือนหลังจากที่ชาวอเมริกัน จอห์น แฮทริค (John Hetrick) ได้มีการออกสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกา หมายเลขที่ # 2649311 ก่อนหน้านี้เมื่อ 18 สิงหาคม 1953 [4] ถุงลมนิรภัยของลินเดอเรออยู่บนพื้นฐานของระบบอัดอากาศที่จะปล่อยอากาศออกมาสู่ภายในถุงลมโดยการสัมผัสกับกันชน (bumper) หรือโดยการควบคุมของคนขับอย่างใดอย่างหนึ่ง หลังจากการวิจัยในช่วงปี 1960 แสดงให้เห็นว่าการบีบอัดอากาศไม่สามารถขยายถุงลมนิรภัยของลินเดอเรอให้พองตัวออกได้เร็วพอสำหรับความปลอดภัยสูงสุดจึงทำให้ระบบไม่ได้ผลจริงตามที่ควร [5][6]

แฮทริค เป็นวิศวกรอุตสาหกรรมและสมาชิกของกองทัพเรือสหรัฐฯ (United States Navy) ถุงลมนิรภัยของเขาได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของประสบการณ์ของเขาเองด้วยการบีบอัดอากาศจากตอร์ปิโด (torpedo) ระหว่างการให้บริการของเขาในกองทัพเรือ, บวกกับความปรารถนาที่จะให้ความคุ้มครองแก่ครอบครัวของเขาเองในรถยนต์ของพวกเขาในระหว่างที่มีการเกิดอุบัติเหตุ แฮทริค ทำงานร่วมกับบริษัทรถยนต์รายใหญ่ของอเมริกันในช่วงเวลานั้น แต่พวกเขาเลือกที่จะไม่ลงทุนในสิ่งนี้ [7][8] แม้ว่าถุงลมนิรภัยจะไม่จำเป็นต้องใช้ในรถยนต์ที่ขายในสหรัฐอเมริกาทุกคัน, แฮทริคได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรในปี 1951 โดยทำหน้าที่เป็นตัวอย่างของสิ่งประดิษฐ์ "ที่มีคุณค่า" ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นสำหรับผู้ที่ประดิษฐ์คิดค้นผลิตภัณฑ์สิ่งนี้ขึ้นมาเพราะนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกไม่ได้ จนกระทั่งหลังจากสิทธิบัตรหมดอายุลงในปี 1971, มันได้ถูกติดตั้งให้ทำการทดลองใช้งานในรถยนต์ยี่ห้อ ฟอร์ด (Ford) เพียงไม่กี่คันเท่านั้น [9]

ในประเทศญี่ปุ่น ยาสุซาโบรุ โคโบริ (Yasuzaburou Kobori) (小堀保三郎) เริ่มพัฒนาถุงลมนิรภัยระบบ "ความปลอดภัยสุทธิ" (safety net) ขึ้นในปี 1964, ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลสิทธิบัตรใน 14 ประเทศ ในเวลาต่อมาภายหลัง เขาเสียชีวิตในปี 1975 โดยไม่ได้มีชีวิตอยู่ดูเห็นการยอมรับอย่างกว้างขวางของระบบถุงลมนิรภัยที่ตนเองได้สร้างขึ้น [10][11][12]

ในปี 1967 มีความก้าวหน้าเกิดขึ้นจากการพัฒนาของเซ็นเซอร์ตรวจจับการชนของถุงลมนิรภัยเมื่อ อัลเลน เค. บรีด (Allen K. Breed) ได้คิดค้นส่วนประกอบของลูกบอลทางกลในท่อ (mechanically-ball-in-tube) สำหรับการตรวจจับการชน

อ้างอิง[แก้]

  1. ถุงลมนิรภัยทำงานอย่างไรเรียกดูข้อมูลวันที่ 4 เมย.2555
  2. เรื่องของถุงลมนิรภัย
  3. Innovative Materials and Techniques in Concrete Construction: Aces Workshop. Springer. 
  4. "Safety Cushion for Automotive Vehicles". United States Patent and Trademark Office. 
  5. "The History of Airbags". About.com- New York Times Company. สืบค้นเมื่อ 16 March 2014. 
  6. Big Ideas: 100 Modern Inventions That Have Transformed Our World. Sterling Publishing Company. 
  7. "Airbag History - When Was The Airbag Invented?". Airbagsolutions.com. สืบค้นเมื่อ 16 March 2014. 
  8. "The History of Airbags". Inventors.about.com. สืบค้นเมื่อ 16 March 2014. 
  9. Weil, Roman L.; Frank, Peter B.; Kreb, Kevin D., eds. (2009). Litigation services handbook: the role of the financial expert. John Wiley. p. 22.6. ISBN 9780470286609. สืบค้นเมื่อ 16 March 2014. 
  10. "Achievements of Yasuzaburou Kobori" (ใน Japanese). Japan Automotive Hall of Fame. สืบค้นเมื่อ 16 March 2014. "Source of creative ideas, [he] started the development of the air bag as a starting point to develop a safety net of motor vehicles in 1964." 
  11. [1] Archived พฤษภาคม 19, 2015 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน.
  12. SPA!. "エアバッグ - airbag.jpg - 日刊SPA!". 日刊SPA!. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แม่แบบ:CarDesign nav