แคว้นกาตาลุญญา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แคว้นคาเทโลเนีย)
กาตาลุญญา
Catalunya (กาตาลา)
Cataluña (สเปน)
Catalonha (อ็อกซิตัน)
แคว้นปกครองตนเอง
Flag of Catalonia
ธง
Coat-of-arms of Catalonia
ตราอาร์ม
เพลง: อัลส์ซากาโดส
แผนที่ประเทศสเปนแสดงที่ตั้งแคว้นกาตาลุญญา
แผนที่ประเทศสเปนแสดงที่ตั้งแคว้นกาตาลุญญา
พิกัดภูมิศาสตร์: 41°49′N 1°28′E / 41.817°N 1.467°E / 41.817; 1.467พิกัดภูมิศาสตร์: 41°49′N 1°28′E / 41.817°N 1.467°E / 41.817; 1.467
ประเทศ สเปน สเปน
เมืองหลัก บาร์เซโลนา
จังหวัด บาร์เซโลนา, ฌิโรนา, แยย์ดา, ตาร์ราโกนา
การปกครอง
 • ประเภท รัฐบาลที่ได้รับมอบอำนาจปกครองตนเองในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
 • หน่วยงาน ทบวงการปกครองกาตาลุญญา
 • ประธาน การ์ลัส ปุดจ์ดาโมน (ฌุนส์ปัลซี)
พื้นที่[1]
 • ทั้งหมด 32,114 ตร.กม. (12,399 ตร.ไมล์)
อันดับพื้นที่ ที่ 6 (ร้อยละ 6.3 ของสเปน)
ประชากร (2559)
 • ทั้งหมด 7,522,596 คน[2]
 • อันดับ ที่ 2 (ร้อยละ 16 ของประเทศ)
เขตเวลา ยุโรปกลาง (UTC+1)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) เวลาฤดูร้อนยุโรปกลาง (UTC+2)
รหัสโทรศัพท์ +34 97- (กาตาลุญญา)
+34 93 (บาร์เซโลนา)
ภาษาทางการ ภาษากาตาลา, ภาษาสเปน และภาษาอารัน (อ็อกซิตัน)
ธรรมนูญการปกครองตนเอง 9 สิงหาคม ค.ศ. 2006
รัฐสภา กอร์เตสเคเนราเลส
ส.ส. 47 คน (จากทั้งหมด 350 คน)
ส.ว. 16 คน (จากทั้งหมด 264 คน)
เว็บไซต์ รัฐบาลแคว้นกาตาลุญญา

กาตาลุญญา (กาตาลา: Catalunya; สเปน: Cataluña), กาตาลุญญอ (อ็อกซิตัน: Catalonha) หรือ แคทาโลเนีย (อังกฤษ: Catalonia) เป็นแคว้นปกครองตนเองแห่งหนึ่งในประเทศสเปน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือสุดของคาบสมุทรไอบีเรีย ได้รับการกำหนดให้เป็น "ชาติ" (nationality) ตามธรรมนูญการปกครองตนเองของแคว้น[3] กาตาลุญญาประกอบด้วยจังหวัด 4 จังหวัด ได้แก่ บาร์เซโลนา, ฌิโรนา, แยย์ดา และตาร์ราโกนา เมืองหลักและเมืองใหญ่ที่สุดในแคว้นคือบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสเปน (รองจากมาดริด) และเป็นแกนของเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหภาพยุโรป

แคว้นกาตาลุญญามีอาณาเขตจรดประเทศฝรั่งเศสและประเทศอันดอร์ราทางทิศเหนือ จรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศตะวันออก จรดแคว้นบาเลนเซียและแคว้นอารากอนของประเทศสเปนทางทิศใต้และทิศตะวันตกตามลำดับ พื้นที่ของแคว้นครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของราชรัฐกาตาลุญญาในอดีต (ส่วนที่เหลือกลายเป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสในปัจจุบัน) ภาษาราชการของแคว้นได้แก่ภาษากาตาลา ภาษาสเปน และภาษาอารัน (ภาษาถิ่นภาษาหนึ่งของภาษาอ็อกซิตัน)[4]

ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 8 อาณาจักรของชาวแฟรงก์ได้สถาปนาอาณาจักรเคานต์ขึ้นหลายแห่งในบริเวณภูมิภาคชายแดนฮิสปาเนียและภูมิภาคชายแดนกอเทียเพื่อให้เป็นหน้าด่านป้องกันการรุกรานของชาวมุสลิม ต่อมาบรรดาอาณาจักรเคานต์ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของภูมิภาคชายแดนทั้งสองได้รวมกันเป็นดินแดนเดียวภายใต้การปกครองของเคานต์แห่งบาร์เซโลนาซึ่งเป็นข้า (ในระบบเจ้าขุนมูลนาย) ขึ้นกับอาณาจักรชาวแฟรงก์ และต่อมาจะมีชื่อเรียกว่า "กาตาลุญญา" ในปี ค.ศ. 1137 กาตาลุญญาและราชอาณาจักรอารากอนได้รวมตัวกันเป็นราชบัลลังก์อารากอนผ่านการอภิเษกสมรสของผู้ปกครองดินแดนทั้งสอง กาตาลุญญากลายเป็นฐานหลักสำหรับการขยายอำนาจทางทะเลของอารากอนในแถบเมดิเตอร์เรเนียน วรรณกรรมกาตาลุญญาเฟื่องฟูในยุคกลางตอนปลาย ระหว่างปี ค.ศ. 1469–1516 กษัตริย์แห่งราชบัลลังก์อารากอนและสมเด็จพระราชินีนาถแห่งราชบัลลังก์กัสติยาได้อภิเษกสมรสและปกครองอาณาจักรทั้งสองร่วมกัน ทั้งนี้ กัสติยาและอารากอน (ซึ่งรวมกาตาลุญญาไว้ด้วย) ยังคงสถาบัน หน่วยงานนิติบัญญัติ และกฎหมายต่าง ๆ ของตนเองไว้ต่างหาก

ระหว่างสงครามฝรั่งเศส-สเปน (ค.ศ. 1639–1659) ชาวกาตาลุญญาได้ก่อการกำเริบ (ค.ศ. 1640–1652) เพื่อต่อต้านการปรากฏของกองทัพกัสติยาในพื้นที่ ทบวงการปกครองกาตาลุญญาประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐภายใต้การอารักขาของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสควบคุมกาตาลุญญาในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อดินแดนนี้ จนกระทั่งกองทัพสเปนพิชิตกาตาลุญญาคืนได้เป็นส่วนใหญ่ ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาพิเรนีส ค.ศ. 1659 ซึ่งยุติสงครามฝรั่งเศส-สเปน สเปนตกลงยกพื้นที่ตอนเหนือของกาตาลุญญาให้ฝรั่งเศส (ส่วนใหญ่ถูกผนวกเข้ากับเคาน์ตีรูซียง) ในระหว่างสงครามสืบราชบัลลังก์สเปน (ค.ศ. 1701–1714) ราชบัลลังก์อารากอนประกาศตนอยู่ฝ่ายต่อต้านพระเจ้าเฟลีเปที่ 5 แห่งราชวงศ์บูร์บง เมื่อฝ่ายสนับสนุนพระเจ้าเฟลีเปที่ 5 ได้ชัยชนะจึงออกกฎหมายเลิกล้มสถาบันและเอกสิทธิ์ที่มีมาแต่โบราณของอาณาจักรต่าง ๆ ที่เคยต่อต้านฝ่ายตนเอง และแทนที่ภาษาละตินและภาษาอื่น ๆ (เช่น ภาษากาตาลา) ด้วยภาษากัสติยา (สเปน) ในเอกสารกฎหมาย

ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 กาตาลุญญาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสงครามนโปเลียนและสงครามการ์ลิสต์ แต่ในครึ่งหลังของศตวรรษก็มีการพัฒนาอุตสาหกรรม เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้นจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม จึงเกิดกระแสการฟื้นฟูวัฒนธรรมกาตาลุญญาร่วมกับกระแสชาตินิยม ในขณะเดียวกันก็เกิดขบวนการแรงงานขึ้นมาหลายกลุ่ม และด้วยการกลับมาของระบอบประชาธิปไตยในสมัยสาธารณรัฐสเปนที่ 2 (ค.ศ. 1931–1939) ทบวงการปกครองกาตาลุญญาก็ได้รับการฟื้นฟูในฐานะฝ่ายบริหารของแคว้นปกครองตนเอง หลังสงครามกลางเมืองสเปน รัฐบาลเผด็จการของฟรันซิสโก ฟรังโก ได้ออกมาตรการกดขี่หลายประการ สถาบันต่าง ๆ ของกาตาลุญญาถูกล้มล้าง มีการสั่งห้ามใช้ภาษากาตาลาเป็นภาษาราชการของแคว้นอีกครั้ง จากคริสต์ทศวรรษ 1950 จนถึงต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 กาตาลุญญามีความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จึงดึงดูดแรงงานจำนวนมากจากทั่วประเทศสเปนให้เข้ามาทำมาหากิน ทำให้บาร์เซโลนากลายเป็นเขตมหานครอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปและส่งผลให้กาตาลุญญากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ นับตั้งแต่สมัยการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของสเปน (ค.ศ. 1975–1982) เป็นต้นมา กาตาลุญญาได้รับอิสระทางการเมืองและวัฒนธรรมกลับคืนมาบางส่วน และเป็นแคว้นที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจมากที่สุดแคว้นหนึ่งของสเปนในปัจจุบัน

อ้างอิง[แก้]

  1. "Indicadors geogràfics. Superfície, densitat i entitats de població: Catalunya". Statistical Institute of Catalonia. สืบค้นเมื่อ 2015-11-23. 
  2. "IIdescat. Statistical Yearbook of Catalonia. Population density. Counties and Aran, areas and provinces". www.idescat.cat. สืบค้นเมื่อ 13 July 2017. 
  3. "First article of the Statute of Autonomy of Catalonia. 'Catalonia, as a nationality, exercises its self-government constituted as an autonomous community...'". Gencat.cat. สืบค้นเมื่อ 13 September 2013. 
  4. "Statute of Autonomy of Catalonia (2006), Articles 6, 50 - BOPC 224" (PDF). Archived from the original on 26 August 2013. สืบค้นเมื่อ 31 January 2014.  Unknown parameter |df= ignored (help)
เขตการปกครองหลักของสเปน ธงชาติสเปน
แคว้นปกครองตนเอง
อันดาลูเซีย · อารากอน · อัสตูเรียส · หมู่เกาะแบลีแอริก · บาสก์ · หมู่เกาะคะแนรี · กันตาเบรีย · คาสตีล-ลามันชา · คาสตีลและเลออน ·
กาตาลุญญา · เอกซ์เตรมาดูรา · กาลิเซีย · มาดริด · มูร์เซีย · นาวาร์ · ลารีโอคา · บาเลนเซีย

นครปกครองตนเอง | ปลาซัสเดโซเบรานีอา
เซวตา · เมลียา | หมู่เกาะชาฟารีนัส · โขดหินอาลูเซมัส · โขดหินเบเลซเดลาโกเมรา · เกาะอัลโบรัน · เกาะเปเรคิล