ราชบัลลังก์กัสติยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ราชบัลลังก์คาสตีล)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ระวังสับสนกับ ราชอาณาจักรกัสติยา
ราชบัลลังก์กัสติยา
Corona de Castilla
สหอาณาจักร
Castile
 
Leon
 
Emirate of Granada
ค.ศ. 1230–ค.ศ. 1716
 

ธง ตราแผ่นดิน
เมืองหลวง บูร์โกส, โตเลโด, บายาโดลิด และสุดท้ายมาดริด¹
ภาษา สเปน (กัสติยา), บาสก์, กาลิเซีย, เลออน[1] และอาหรับ (ฮิสปาเนีย
ศาสนา คริสต์ศาสนา (โรมันคาทอลิก), อิสลาม และยูดาย
รัฐบาล ราชาธิปไตย
ประวัติศาสตร์
 -  สถาปนา ค.ศ. 1230
 -  ยุบเลิก ค.ศ. 1716 ค.ศ. 1716
พื้นที่ 20,000,000 ตร.กม. (7,722,043 ตารางไมล์)
¹ ย้ายจนกระทั่งเฟลิเปที่ 2 มาตั้งเป็นการถาวรที่มาดริด
² รวมทั้งภาษานาวัตล์และเกชัวนอกคาบสมุทรไอบีเรีย

ราชบัลลังก์กัสติยา (สเปน: Corona de Castilla) เป็นสหอาณาจักรที่มักจะกล่าวกันว่าเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1230 โดยการรวมตัวระหว่าง ราชอาณาจักรเลออนกับราชอาณาจักรกัสติยา หรือมารวมตัวอย่างเป็นทางการโดยรัฐสภาของทั้งสองราชอาณาจักรอีกหลายสิบปีต่อมา ในปี ค.ศ. 1230 พระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 ทรงได้รับการสวมมงกุฎเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกัสติยา (ที่รวมอดีตราชอาณาจักรโตเลโด) และเลออน (ที่รวมราชอาณาจักรกาลิเชีย)


การสืบราชบัลลังก์[แก้]

เมื่อพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 3 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1252 ผู้สืบทอดต่อตำแหน่งของพระองค์คือพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 10 ผู้เป็นพระโอรส พระเจ้าอัลฟอนโซได้อภิเษกสมรสกับวิโอลันเตแห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1249 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสิบเอ็ดคน เมื่อพระเจ้าอัลฟอนโซสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1284 เฟร์นันโด เด ลา การ์ดาผู้เป็นพระโอรสคนโตสิ้นพระชนม์ก่อนพระองค์โดยมีพระโอรสน้อยทิ้งไว้สองคน สิทธิ์ของเด็กชายทั้งสองถูกแย่งชิงไปโดยพระเจ้าซันโชที่ 4 แห่งกัสติยาผู้เป็นพระโอรสคนที่สองของพระเจ้าอัลฟอนโซ พระองค์ได้แต่งงานกับมาริอา เด โมลินาในปี ค.ศ. 1282 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่รอดชีวิตห้าคน พระเจ้าซันโชสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1295 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 4 พระโอรสวัย 9 พรรษา ภายใต้การสำเร็จราชการแผ่นดินของพระมารดา


พระเจ้าเฟร์นันโดอภิเษกสมรสกับกงสเติงซาแห่งโปรตุเกสในปี ค.ศ. 1302 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่รอดชีวิตสองคน พระเจ้าเฟร์นันโดสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1312 ด้วยพระชนมายุเพียง 26 พรรษา ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 11 พระโอรสวัย 1 พรรษา กงสเติงซาสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1313 การสำเร็จราชการแผ่นดินจึงตกเป็นของพระอัยกี พระเจ้าอัลฟอนโซอภิเษกสมรสครั้งแรกกับกอนสตันซา มานูเอลในปี ค.ศ. 1325 แต่การแต่งงานถูกประกาศให้เป็นโมฆะ ในปี ค.ศ. 1328 พระองค์อภิเษกสมรสกับมาเรียแห่งโปรตุเกส ทั้งคู่มีพระโอรสที่รอดชีวิตหนึ่งคน พระองค์ยังมีบุตรธิดาสิบคนกับเลโอนอร์ เด กูซมันผู้เป็นภรรยาลับ เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1350 ผู้สืบทอดต่อตำแหน่งคือพระเจ้าเปโดรแห่งกัสติยา เปโดรอภิเษกสมรสกับบล็องช์แห่งบูร์บงในปี ค.ศ. 1353 ขณะเดียวกันก็มีอนุภรรยาคือมาริอา เด ปาดียา พระองค์มีพระธิดาที่รอดชีวิตสองคนกับมาริอาและทอดทิ้งบล็องช์หลังแต่งงานได้สามวัน มาริอากับบล็องช์ต่างก็เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1361 บล็องช์ถูกฆาตกรรม


พระเจ้าเปโดรถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยเอนริเก พระอนุชาต่างมารดา ในปี ค.ศ. 1366 ในช่วงสงครามกลางเมืองของกัสติยา พระองค์กอบกู้ตำแหน่งกลับคืนมาได้ระยะสั้นๆ แต่เอนริเกสังหารพระองค์ในปี ค.ศ. 1369 และกลายเป็นผู้ปกครองคนแรกของราชวงศ์ตรัสตามาราในชื่อพระเจ้าเอนริเกที่ 2 แห่งกัสติยา วันที่ 27 กรฎาคม ค.ศ. 1350 เอนริเกได้แต่งงานกับฆวนนา มานูเอล ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่มีชีวิตรอดสองคน พระองค์ยังมีบุตรนอกสมรสอีกหลายคน เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1379 ผู้สืบทอดต่อตำแหน่งคือพระเจ้าฆวนที่ 1 แห่งกัสติยาผู้เป็นพระโอรส วันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 1375 พระองค์ได้แต่งงานกับเลโอนอร์แห่งอารากอน ทั้งคู่มีพระโอรสที่มีชีวิตรอดสองคน เลโอนอร์สิ้นพระชนม์ในการคลอดบุตรในปี ค.ศ. 1282 พระเจ้าฆวนบุกโปรตุเกสในปี ค.ศ. 1383 เพื่ออ้างสิทธิ์เป็นกษัตริย์ตามสิทธิ์ของพระมเหสีคนใหม่ เบียตริซแห่งโปรตุเกส แต่ทรงพ่ายแพ้ในปี ค.ศ. 1390 ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน เมื่อพระเจ้าฆวนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1390 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระเจ้าเอนริเกที่ 3 แห่งกัสติยาผู้เป็นพระโอรสคนโต เฟร์นันโด พระโอรสคนที่สองได้รับเลือกเป็นกษัตริย์แห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1412


พระเจ้าเอนริเกที่ 3 ยุติข้อพิพาทที่ดำเนินมาอย่างยาวนานด้วยการอภิเษกสมรสกับแคทเธอรีนแห่งแลงคาสเตอร์ในปี ค.ศ. 1388 แคทเธอรีนเป็นบุตรสาวของกอนสตันซาแห่งกัสติยา พระธิดาคนโตของพระเจ้าเปโดรแห่งกัสติยากับมาริอา เด ปาตียา ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสามคน พระเจ้าเอนริเกสิ้นพระชนม์ในวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1406 ด้วยพระชนมายุเพียง 27 พรรษา ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระเจ้าฆวนที่ 2 พระโอรสเพียงคนเดียวที่มีพระชนมายุเพียง 1 พรรษา ในปี ค.ศ. 1418 พระเจ้าฆวนอภิเษกสมรสครั้งแรกกับมาริอาแห่งอารากอน ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่ง ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสี่คน แต่มีเพียงอนาคตพระเจ้าเอนริเกที่ 4 เพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอด มาริอาสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1445 พระเจ้าฆวนอภิเษกสมรสใหม่กับอิซาเบลแห่งโปรตุเกส ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันสองคน รัชสมัยของพระเจ้าฆวนเป็นรัชสมัยที่ยาวนาน และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1454 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระเจ้าเอนริเกที่ 4 ผู้เป็นพระโอรสคนโต


พระเจ้าเอนริเกที่ 4 เคยแต่งงานกับบลังกาแห่งนาวาร์ในปี ค.ศ. 1440 แต่การแต่งงานยังคงไม่สมบูรณ์และถูกประกาศให้เป็นโมฆะในปี ค.ศ. 1453 พระองค์อภิเษกสมรสใหม่กับฌวนนาแห่งโปรตุเกสในปี ค.ศ. 1455 ในปี ค.ศ. 1462 ฌวนให้กำเนิดพระธิดา ฆวนนา ลา เบลตราเนฆา แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มั่นใจว่าฆวนนาเป็นพระธิดาของพระเจ้าเอนริเก พระองค์มีพี่น้องต่างมารดาคืออัลฟอนโซกับอิซาเบล การทะเลาะวิวาทเรื่องจวนนานำไปสู่สงครามกลางเมืองที่สุดท้ายอัลฟอนโซก็ถูกประกาศให้เป็นทายาทในบัลลังก์ อัลฟอนโซสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1468 อิซาเบลจึงสวมต่อตำแหน่งของพระองค์ เมื่อพระเจ้าเอนริเกสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1474 ฆวนนามีโปรตุเกสหนุนหลัง (พระองค์อภิเษกสมรสกับพระมาตุลา พระเจ้าอาฟงซูที่ 5 ในปี ค.ศ. 1475) ส่วนอิซาเบลมีอารากอนหนุนหลัง อิซาเบลได้บัลลังก์และกลายเป็นพระราชินีอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา พระองค์ได้แต่งงานกับอนาคตพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1469 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่รอดชีวิตห้าคน การแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นของการแต่งงานกันระหว่างราชบัลลังก์กัสติยากับราชบัลลังก์อารากอน ในปี ค.ศ. 1492 ทั้งคู่พิชิตรัฐสุดท้ายของชาวมัวร์ กรานาดา และยุติการปกครองของชาวมุสลิมในไอบีเรีย


หลังพระราชินีอิซาเบลสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1504 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือฆวนนา พระธิดาคนที่สอง พระโอรสคนเดียวของพระราชินีอิซาเบลสิ้นพระชนม์ตอนพระชนมายุ 19 พรรษา ส่วนพระธิดาคนโตสิ้นพระชนม์ในการคลอดบุตรตอนพระชนมายุ 27 พรรษา พระองค์เป็นราชินีเพียงในนาม ฟิลิป พระสวามีของพระองค์ครองอำนาจเป็นพระเจ้าเฟลิเป (ฟิลิป) ที่ 1 แห่งกัสติยา เมื่อพระเจ้าเฟลิเปสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1506 พระบิดาของพระองค์ทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน พระราชินีฆวนนากับพระเจ้าเฟลิเปมีพระโอรสธิดาด้วยกันหกคน เมื่อพระเจ้าเฟร์นันโดสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1516 คาร์ล พระโอรสของทั้งคู่ถูกประกาศให้เป็นกษัตริย์แห่งกัสติยาและอารากอนโดยมีอำนาจร่วมกับพระมารดา พระองค์ยังสืบทอดฮับสเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ ต่อจากพระบิดา และทรงได้รับเลือกเป็นจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในปี ค.ศ. 1519


จักรพรรดิคาร์ลอภิเษกสมรสกับอิซาเบลแห่งโปรตุเกส ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1526 ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาที่รอดชีวิตสามคน อิซาเบลสิ้นพระชนม์ในการคลอดบุตรในปี ค.ศ. 1539 คาร์ลสละตำแหน่งผู้ปกครองดินแดนของชาวสเปนในเดือนมกราคม ค.ศ. 1556 ให้พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 พระโอรสคนเดียวของพระองค์ เดือนกันยายน ค.ศ. 1556 พระองค์สละตำแหน่งจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ให้แฟร์ดินันด์ผู้เป็นพระอนุชา พระเจ้าเฟลิเปภิเษกสมรสสี่ครั้ง พระองค์แต่งงานครั้งแรกกับมาเรีย มานูเอลา เจ้าหญิงแห่งโปรตุเกสผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่ง มาเรียสิ้นพระชนม์หลังให้กำเนิดพระโอรส การ์ลอส ได้สี่วัน จากนั้นพระองค์อภิเษกสมรสกับพระราชินีแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษ แต่ทั้งคู่ไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน พระราชินีแมรีสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1558 ในปี ค.ศ. 1559 พระองค์อภิเษกสมรสกับอลิซาเบธแห่งวาลัวส์ ทั้งคู่มีพระธิดาที่มีชีวิตรอดสองคน อลิซาเบธสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1568 ไม่นานหลังแท้งบุตร ในปี ค.ศ. 1570 พระองค์อภิเษกสมรสกับอานน์แห่งออสเตรีย พระธิดาของพระขนิษฐา ทั้งคู่มีพระโอรสที่มีชีวิตรอดหนึ่งคน คือ อนาคตพระเจ้าเฟลิเปที่ 3 แห่งสเปน พระเจ้าฟิลิปที่ 2 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1598 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อคือพระโอรสเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต พระเจ้าฟิลิปที่ 3 ซึ่งอภิเษกสมรสกับมาร์เกอริตแห่งออสเตรีย ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งที่ห่างกันหนึ่งขั้น ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันแปดคน แต่มีสี่คนที่รอดชีวิตถึงวัยผู้ใหญ่ มาร์เกอริตสิ้นพระชนม์ตอนพระชนมายุ 26 พรรษา ไม่นานหลังให้กำเนิดพระโอรส


พระเจ้าเฟลิเปที่ 3 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1621 ผู้สืบทอดตำแห่งต่อคือพระเจ้าเฟลิเปที่ 4 ผู้เป็นพระโอรส ในปี ค.ศ. 1615 พระองค์ได้แต่งงานกับอลิซาเบธแห่งฝรั่งเศส ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาเจ็ดคน แต่มีเพียงพระธิดาคนเดียวที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ อลิซาเบธสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1644 และในปี ค.ศ. 1649 ฟิลิปอภิเษกสมรสใหม่กับมาเรียนาแห่งออสเตรีย พระธิดาของพระขนิษฐา ทั้งคู่มีพระโอรสธิดาด้วยกันห้าคน แต่มีเพียงสองคนที่มีชีวิตรอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ พระเจ้าการ์ลอสที่ 2 พระโอรสเพียงคนเดียวของพระองค์คือผู้สืบทอดต่อตำแหน่งหลังพระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1661 พระเจ้าการ์ลอสมีความบกพร่องทั้งทางจิตและทางร่างกายเนื่องจากมีการแต่งงานกันในสายเลือดเดียวกันมาหลายรุ่น พระองค์อภิเษกสมรสสองครั้ง ครั้งแรกกับมารี หลุยส์แห่งเออร์ลีย็องส์ที่สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1689 และครั้งที่สองกับมาเรีย อันนาแห่งนอยบวร์ก พระองค์ไม่มีพระโอรสธิดากับพระมเหสีทั้งสองคน


เมื่อพระเจ้าการ์ลอสสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1700 สงครามสืบราชบัลลังก์สเปนก็อุบัติขึ้น เมื่อสงครามสิ้นสุดลง อาณาเขตถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นประเทศเดียวภายใต้ราชบัลลังก์สเปน โดยมีผู้ปกครองคือพระเจ้าเฟลิเปที่ 5 แห่งสเปน พระปนัดดาของพระเจ้าเฟลิเปที่ 4 ผ่านทางพระธิดาจากการแต่งงานครั้งแรก

อ้างอิง[แก้]

  1. "El Dialecto Leonés" (Menéndez Pidal, 1906)

ดูเพิ่ม[แก้]