เอร์นัน เกรสโป

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอร์นัน เกรสโป
Hernán Crespo - 07FEB2007 - Francia - presidencia-govar.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เอร์นัน คอร์เค เกรสโป
วันเกิด 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1975
สถานที่เกิด โฟลรีดา ประเทศอาร์เจนตินา
ส่วนสูง 184 ซ.ม. (6 ฟุต 1 นิ้ว)
ชื่อเล่น บัลดานีโต ("บัลดาโนน้อย")
ตำแหน่ง ศูนย์หน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน 600px Bianco e Nero (Croce) e Blu e Giallo (Strisce).png ปาร์มา
หมายเลข 77
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
1993-1996
1996-2000
2000-2002
2002-2003
2003-2004
2004-2005
2005-2006
2006-2008
2008-2009
2009-2010
ริเวอร์เพลต
ปาร์มา
ลาซิโอ
อินเตอร์มิลาน
เชลซี
เอซีมิลาน (ยืมจากเชลซี)
เชลซี
อินเตอร์มิลาน (ยืมจากเชลซี)
อินเตอร์มิลาน
เจนัว
ปาร์มา
64 (23)
116 (62)
54 (39)
18 (7)
19 (10)
29 (11)
30 (10)
28 (14)
15 (3)
16 (5)
0 (0)
ทีมชาติ**

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
** นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2006

เอร์นัน คอร์เค เกรสโป (สเปน: Hernán Jorge Crespo; เกิดวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2518) นักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลปาร์มา และเป็นหนึ่งในดาวยิงคนสำคัญของฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา เล่นเป็นตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า เกรสโปเป็นศูนย์หน้าที่มีความสามารถในการเข้าทำประตูได้ดีคนหนึ่งของโลก มีความรวดเร็ว สามารถยิงได้ทั้งสองเท้าใช้โอกาสไม่เปลือง และทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ แฟนบอลให้ฉายาว่า "บัลดานีโต" เพราะลักษณะการวิ่งเหมือนกับคอร์เค บัลดาโน นักเตะทีมชาติอาร์เจนตินาชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1986

สโมสร[แก้]

เกรสโปเกิดที่เมืองโฟลรีดาในย่านบีเซนเตโลเปซ ซึ่งเป็นย่านชานเมืองทางตอนเหนือของกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เริ่มเป็นเล่นบอลครั้งแรกกับสโมสรฟุตบอลริเวอร์เพลต ในฤดูกาล 1993-1994 ทำประตูได้ 13 ประตู จากการลงเตะ 25 นัด และช่วยให้ริเวอร์เพลตคว้าแชมป์อาเปร์ตูราในปี ค.ศ. 1993 และ 1994 และช่วยทำให้ริเวอร์เพลตคว้าแชมป์โกปาลีเบร์ตาโดเรส (ซึ่งเป็นถ้วยฟุตบอลใบใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้) ได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1996

ในปี ค.ศ. 1996 เกรสโปได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรฟุตบอลปาร์มาในประเทศอิตาลี ช่วงที่อยู่ปาร์มาก็ช่วยทำให้ได้รองแชมป์ลีกด้วยการยิงไป 12 ประตู จากการลงเล่น 27 นัด และในปี ค.ศ. 1999 ก็ช่วยให้ปาร์มาได้ดับเบิลแชมป์ด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพและอิตาเลียนคัพได้สำเร็จ ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมลาซิโอในปี ค.ศ. 2000 ด้วยค่าตัวแพงเป็นสถิติโลก ซึ่งมีนักเตะเพียงไม่กี่คนที่มีค่าตัวระดับนี้

เกรสโปเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนหนึ่ง ในช่วงที่ย้ายทีมจากสโมสรฟุตบอลปาร์มามาที่สโมสรฟุตบอลลาซิโอ เป็นเงิน 37,000,000 ปอนด์ และเล่นให้กับสโมสรลาซิโออยู่เพียง 2 ฤดูกาล คือ ฤดูกาล 2000-2001 และ 2001-2002 โดยฤดูกาลแรกที่อยู่กับลาซิโอ เกรสโปก็ยิงได้ 26 ประตูและเป็นดาวซัลโวสูงสุดในกัลโชเซเรียอา แต่ลาซิโอได้เพียงแค่อันดับที่ 3 เท่านั้น ในฤดูกาล 2001-2002 เกรสโปบาดเจ็บอยู่พักหนึ่งและลงเล่นเป็นตัวจริงไม่กี่นัด ทำประตูได้ 14 ประตู

ในปีถัดมา ทางลาซิโอมีปัญหาทางการเงิน จึงจำใจต้องขายนักเตะที่สำคัญออกไป ซึ่งมีนักเตะซูเปอร์สตาร์ทั้งอาเลสซานโดร เนสตา และเอร์นัน เกรสโปรวมอยู่ด้วย โดยขายให้กับอินเตอร์มิลาน ทางอินเตอร์ได้ทำข้อตกลงซื้อเกรสโปด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร พร้อมแถมแบร์นาร์โด กอร์ราดีให้กับทางลาซิโออีกด้วย ซึ่งอินเตอร์ต้องการเกรสโปมาทดแทนโรนัลโดที่ย้ายไปอยู่กับเรอัลมาดริด เกรสโปอยู่กับทางอินเตอร์ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็เป็นที่หมายตาของเซลซี ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมเกลาดีโอ รานีเอรี ที่ต้องการนักเตะซูเปอร์สตาร์เข้ามาเสริมทีม ซึ่งเป็นช่วงที่โรมัน อับราโมวิชทุ่มซื้อเชลซีและให้ผู้จัดการทีมเลือกนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่ต้องการโดยพร้อมจ่ายเท่าไรก็ได้ โดยเชลซีทุ่มซื้อเกรสโปด้วยจำนวนเงินกว่า 16,800,000 ปอนด์ เกรสโปจึงย้ายไปค้าแข้งบนเกาะอังกฤษกับเชลซีในปี ค.ศ. 2003

ซึ่งช่วงเวลาที่ย้ายไปอยู่กับเชลซีฤดูกาลแรกนั้น เกรสโปได้ลงเพียง 19 นัด ทำไป 10 ประตู ก่อนที่เชลซีจะเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นโชเซ มูรีนโย ในฤดูกาลปี 2004-2005 เกรสโปไม่อยู่ในแผนการทำทีม จึงถูกปล่อยให้เอซีมิลานยืมตัวไป 1 ฤดูกาล ฟอร์มการเล่นของเกรสโปจึงดีขึ้นและมีส่วนช่วยให้เอซีมิลานเข้าชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก พบกับลิเวอร์พูล ซึ่งนัดนี้เกรสโปช่วยทำประตูให้มิลาน 2 ประตู ก่อนที่จะเสมอกัน 3-3 และสุดท้ายพ่ายต่อลิเวอร์พูลในการดวลจุดโทษ ในฤดูกาล ปี 2005-2006 เกรสโปกลับมาเล่นให้เชลซีอีกครั้ง คราวนี้ได้ลงเป็นตัวจริงบ่อยครั้งมากขึ้น แต่ผลงานการทำประตูยังไม่เข้าตาผู้จัดการทีมมากนัก แต่ก็ยังอยู่ในการทำทีมของเชลซี ฤดูกาลถัดมาเชลซีได้ดึงตัวอันดรีย์ เชฟเชนโคมาร่วมทีม ทำให้เกรสโปไม่อยากอยู่เป็นตัวสำรอง เชลซีจึงปล่อยตัวให้อินเตอร์มิลานยืมตัว ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี

ช่วงที่กลับมาอยู่กับอินเตอร์มิลานเป็นครั้งที่ 2 เกรสโปมีส่วนช่วยให้ทีมได้เป็นแชมป์กัลโชเซเรียอาเป็นสมัยที่ 15 ในฤดูกาล 2006-2007 เป็นอย่างมาก เพราะได้เข้ามาทดแทนกองหน้าที่มีปัญหา เช่น อาเดรียนู ที่ฟอร์มการเล่นตกต่ำลงในฤดูกาลนี้พอดี จึงเป็นผลให้เกรสโปได้โอกาสลงสนามมากขึ้น สามารถทำประตูได้ 14 ลูก จากการลงเล่น 28 นัด ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2006 เกรสโปทำประตูที่ 125 ในเซเรียอา โดยการช่วยให้อินเตอร์มิลานเอาชนะซีเอนา 2 เมษายน ค.ศ. 2007 ก็ทำประตูที่ 200 ในการเล่นทั้งหมด 400 นัด นับตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1996 เป็นต้นมา โดยเฉลี่ยแล้วยิง 0.5 ประตูต่อ 1 นัด และในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2007 เกรสโปก็ทำแฮตทริกช่วยให้อินเตอร์มิลานเอาชนะลาซิโอ 4-3 แต่ในรายการโคปปาอิตาเลีย ซึ่งอินเตอร์มิลานมีโอกาสลุ้นได้ดับเบิลแชมป์นั้น เกรสโปไม่สามารถช่วยพาทีมเป็นแชมป์ได้โดยแพ้ต่อโรมาอย่างยับเยินไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-4

ทีมชาติ[แก้]

ติดทีมชาติครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 ในนัดอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติบัลแกเรียที่เมืองเมนโดซาของอาร์เจนตินา ในปี ค.ศ. 1996 ก็ได้ติดทีมชาติไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิกที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ ซึ่งทีมชาติอาร์เจนตินาได้เพียงเหรียญเงินในโอลิมปิกครั้งนั้น ด้วยการพ่ายต่อทีมชาติไนจีเรีย 3-2 แต่เกรสโปก็ยังคงเป็นดาวซัลโวสูงสุดในฟุตบอลโอลิมปิกครั้งนั้นด้วยการยิงไปทั้งหมด 6 ประตูด้วยกัน และได้ไปเล่นฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่เกรสโปก็เป็นตัวสำรอง เพราะต้องหลีกทางให้กับรุ่นพี่อย่างกาเบรียล บาติสตูตา ซึ่งครั้งนั้นทีมชาติอาร์เจนตินาทำได้ดีที่สุดเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อพลาดท่าแพ้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในช่วงไม่กี่นาทีจะหมดเวลาไป 2-1 โดยการยิงอย่างเหนือชั้นของเดนนิส เบิร์กแคมป์ ในปี ค.ศ. 2002 เกรสโปติดทีมชาติได้มาเล่นบอลโลกอีกครั้ง คราวนี้ทีมชาติอาร์เจนตินาได้อยู่กลุ่มแห่งความตาย โดยในกลุ่มนี้มีทีมชาติอังกฤษ สวีเดน และไนจีเรียอยู่ร่วมสาย ทำให้ทีมชาติอาร์เจนตินาต้องตกรอบแรกอย่างพลิกความคาดหมาย โดยได้เพียงอันดับที่ 3 ในกลุ่มนี้เท่านั้น เกรสโปทำประตูได้เพียง 1 ลูกเท่านั้นจากนัดที่เสมอกับสวีเดน 1-1

ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2005 ทีมชาติอาร์เจนตินาต้องเล่นบอลโลกรอบคัดเลือกโดยเผชิญกับบราซิล ทีมคู่ปรับตลอดกาล นัดนี้ทีมชาติอาร์เจนตินาสามารถเอาชนะไปได้ 3-1 ที่กรุงบัวโนสไอเรส โดยนัดนี้เกรสโปสามารถทำได้ 2 ประตู

เกรสโปทำได้ 4 ประตูในการลงแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 3 สมัย ฟุตบอลโลก 1998 ไม่สามารถทำประตูได้เพราะเป็นตัวสำรอง 1 ลูกในนัดที่เจอสวีเดนในฟุตบอลโลก 2002 ที่เหลืออีก 3 ลูกทำได้ในฟุตบอลโลก 2006 ในนัดที่เจอโกตดิวัวร์ เซอร์เบีย และรอบ 16 ทีมสุดท้ายพบกับฟุตบอลทีมชาติเม็กซิโก และได้รับรางวัลรองเท้าเงินจากฟีฟ่าในปี ค.ศ. 2006

สถิติการยิงประตู[แก้]

ฤดูกาล สโมสร ประเทศ ลีก ลงสนาม ประตู
1993/94 Bianco con striscia Rossa.png ริเวอร์เพลต Flag of Argentina.svg อาร์เจนตินา ปรีเมราดีบีซีออน 25 13
1994/95 Bianco con striscia Rossa.png ริเวอร์เพลต Flag of Argentina.svg อาร์เจนตินา ปรีเมราดีบีซีออน 18 5
1995/96 Bianco con striscia Rossa.png ริเวอร์เพลต Flag of Argentina.svg อาร์เจนตินา ปรีเมราดีบีซีออน 21 5
1996/97 600px Bianco e Nero (Croce) e Blu e Giallo (Strisce).png ปาร์มา Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 27 12
1997/98 600px Bianco e Nero (Croce) e Blu e Giallo (Strisce).png ปาร์มา Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 25 12
1998/99 600px Bianco e Nero (Croce) e Blu e Giallo (Strisce).png ปาร์มา Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 30 16
1999/00 600px Bianco e Nero (Croce) e Blu e Giallo (Strisce).png ปาร์มา Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 34 22
2000/01 Bianco e Celeste.svg ลาซิโอ Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 32 26
2001/02 Bianco e Celeste.svg ลาซิโอ Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 22 13
2002/03 600px Nero e azzurro strisciato con stella.png อินเตอร์มิลาน Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 18 7
2003/04 เชลซี Flag of England (bordered).svg อังกฤษ พรีเมียร์ลีก 19 10
2004/05 Bianco e Rosso (Croce) e Rosso e Nero (Strisce).png เอซี มิลาน Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 29 11
2005/06 เชลซี Flag of England (bordered).svg อังกฤษ พรีเมียร์ลีก 30 10
2006/07 600px Nero e azzurro strisciato con stella.png อินเตอร์มิลาน Flag of Italy.svg อิตาลี เซเรียอา 28 14
รวม 358 176

จากตารางประตูที่ยิงได้นับเฉพาะเล่นในลีกเท่านั้น ยังไม่ได้นับประตูจากบอลถ้วยยูโรป ถ้วยอื่นในลีก และประตูที่ทำได้ในทีมชาติ

เกียรติประวัติ[แก้]

  • คอมมิวนิตีชีลด์ : 1
  • ทั่วไป
    • เหรียญเงินโอลิมปิก 1996
    • ดาวยิงสูงสุดในฟุตบอลโอลิมปิก 1996 (6 ประตู)
    • ดาวยิงสูงสุดในคัลซูลา 1993
    • ดาวยิงสูงสุดในลีกกัลโชเซเรียอา ฤดูกาล 2000-2001 (26 ประตู)
    • ติดทำเนียบฟีฟ่า 100 2004