เลวี เอชโคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เลวี เอชโคล
לֵוִי אֶשְׁכּוֹל
เอชโคลในปี ค.ศ. 1963
คนที่ 3 นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
ดำรงตำแหน่ง
26 มิถุนายน ค.ศ. 1963 – 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1969
ก่อนหน้า เดวิด เบนกูเรียน
ถัดไป ยิกัล อัลลอน (รักษาการ)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนที่ 3
ดำรงตำแหน่ง
26 มิถุนายน ค.ศ. 1963 – 5 มิถุนายน ค.ศ. 1967
นายกรัฐมนตรี ตัวเขาเอง
ก่อนหน้า เดวิด เบนกูเรียน
ถัดไป โมเช ดายัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คนที่ 2
ดำรงตำแหน่ง
25 มิถุนายน ค.ศ. 1952 – 26 มิถุนายน ค.ศ. 1963
นายกรัฐมนตรี เดวิด เบนกูเรียน
โมเช ชาเรตต์
ก่อนหน้า เอลีเซอร์ เคปแลน
ถัดไป พินแชส ซาเปียร์
ผู้นำพรรคมาไป
ดำรงตำแหน่ง
มิถุนายน ค.ศ. 1963 – 23 มกราคม ค.ศ. 1968
ก่อนหน้า เดวิด เบนกูเรียน
ถัดไป ตัวเขาเอง (ในฐานะผู้นำพรรคแรงงานอิสราเอล)
ผู้นำพรรคแรงงานอิสราเอล
ดำรงตำแหน่ง
23 มกราคม ค.ศ. 1968 – 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1969
ก่อนหน้า ตัวเขาเอง (ในฐานะผู้นำพรรคมาไป)
ถัดไป โกลดา เมอีร์
สมาชิกสภาคเนสเซ็ท
ดำรงตำแหน่ง
20 สิงหาคม ค.ศ. 1951 – 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1969
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด เลวี ยิตซัค สโคลนิค
25 ตุลาคม ค.ศ. 1895(1895-10-25)
โอราทีฟ จังหวัดเคียฟ จักรวรรดิรัสเซีย
เสียชีวิต 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1969 (73 ปี)
เยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล
ที่ฝังร่าง เมาต์เฮิร์ซล์ เยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล
สัญชาติ  จักรวรรดิรัสเซีย
 จักรวรรดิออตโตมัน
 ปาเลสไตน์ในอาณัติ
 อิสราเอล
พรรคการเมือง
เครือข่ายการเมืองอื่น ๆ แนวร่วม (ค.ศ. 1965–1968)
คู่สมรส
บุตร โนอา
ดโวรา
แทมมา
โอฟรา
ลายมือชื่อ
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด กองพันยิวอาสา (ค.ศ. 1918–1920)
ฮากานาห์ (ค.ศ. 1920–1948)

เลวี เอชโคล (ฮีบรู: לֵוִי אֶשְׁכּוֹל ‎; เกี่ยวกับเสียงนี้ listen , ชื่อแรกเกิด เลวี ยิตซัค สโคลนิค (ฮีบรู: לוי יצחק שקולניק ‎)‎ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1895 – 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1969) เป็นรัฐบุรุษของชาวอิสราเอลผู้ทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่สามของประเทศอิสราเอล[1] ตั้งแต่ ค.ศ. 1963 กระทั่งเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายในปี ค.ศ. 1969 เขาเป็นผู้ก่อตั้งพรรคแรงงานอิสราเอล ซึ่งทำหน้าที่ในตำแหน่งระดับอาวุโสหลายตำแหน่ง รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ค.ศ. 1963–1967) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ค.ศ. 1952–1963)

เอชโคลได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกหลังจากการลาออกของเดวิด เบนกูเรียน จากนั้นเขาเป็นผู้นำพรรคในการเลือกตั้งสู่สภาคเนสเซ็ทครั้งที่หก (ค.ศ. 1965) และเป็นฝ่ายชนะ โดยดำรงตำแหน่งเป็นเวลาหกปีติดต่อกัน ไม่นานหลังจากที่ดำรงตำแหน่ง เขาได้ทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายอย่าง เขาลบล้างการปกครองทางทหารต่อชาวอาหรับอิสราเอลและการเดินทางไปยังสหรัฐที่ประสบความสำเร็จ โดยเป็นผู้นำอิสราเอลคนแรกที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการสู่ทำเนียบขาว ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับประธานาธิบดีอเมริกา ลินดอน บี. จอห์นสัน มีผลอย่างมากต่อความสัมพันธ์อิสราเอล–สหรัฐ และต่อจากนั้นในสงครามหกวัน

เอชโคลมีบทบาทในขบวนการไซออนิสต์ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาอพยพไปอยู่ในออตโตมันปาเลสไตน์ใน ค.ศ. 1914 และทำงานในภาคเกษตร เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสถาบันหลักของยีชูฟ ซึ่งมีองค์กรสำคัญที่สุดคือฮิสตาดรุตและฮากานาห์ เขาเป็นเหรัญญิกของพรรคการเมืองฮาโปเอลฮัตเซอร์และเหรัญญิกของศูนย์เกษตรกรรม ในปี ค.ศ. 1929 เขาได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานคณะกรรมการตั้งข้อสังเกตภายในสภาคองเกรสไซออนิสต์ โดยมีบทบาทสำคัญในการวางเงื่อนไขสำหรับโครงสร้างใหม่ ส่วนในปี ค.ศ. 1937 เขาก่อตั้งบริษัทน้ำเมโกรอทและเป็นผู้อำนวยการจนกระทั่งปี ค.ศ. 1951 ขณะเดียวกัน เขาดำรงตำแหน่งที่ฮากานาห์ ที่พรรคมาไปและในฐานะประธานสภาแรงงานของเทลอาวีฟ ในปี ค.ศ. 1948–1949 เขาดำรงตำแหน่งอธิบดีกระทรวงกลาโหม และจากปี ค.ศ. 1948–1963 เขาเป็นประธานแผนกการตั้งถิ่นฐานขององค์การชาวยิว ตลอดจนได้รับเลือกในการเลือกตั้งสู่สภาคเนสเซ็ทครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1951 หลังจากนั้นเขาก็ได้รับการแต่งสู่บทบาทสำคัญของรัฐบาล

เขาเป็นผู้นำรัฐบาลอิสราเอลในระหว่างและหลังสงครามหกวัน รวมทั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนแรกที่เสียชีวิตในตำแหน่ง

ประวัติ[แก้]

ช่วงปีแรก[แก้]

เลวี เอชโคล (สโคลนิค) เกิดในชเทลของโอราทอฟ จังหวัดเคียฟ จักรวรรดิรัสเซีย (ปัจจุบันคือโอราทีฟ แคว้นวินนีตเซีย ประเทศยูเครน) มารดาของเขาชื่อดโวรา (ชื่อเกิด ดโวรา คราสเนียนสกายา) มีภูมิหลังมาจากศาสนายูดาห์นิกายฮาซิด และบิดาของเขา (โจเซฟ โสโคลนิค) มาจากครอบครัวของมิสนักดิม ทั้งสองครอบครัวมีความมุ่งมั่นทางธุรกิจ และเป็นเจ้าของธุรกิจการเกษตร รวมทั้งโรงงานแป้ง, โรงงานอุตสาหกรรม และธุรกิจเกี่ยวกับป่าไม้

เอชโคลได้รับการศึกษาแบบชาวยิวแบบดั้งเดิมตั้งแต่อายุสี่ขวบและเริ่มศึกษาตาลมุดตอนอายุเจ็ดขวบ นอกเหนือจากการศึกษาเฮเดอร์แล้ว เอชโคลยังได้รับการสอนโดยอาจารย์ผู้สอนในการศึกษาทั่วไป ในปี ค.ศ. 1911 เขาได้รับการยอมรับให้เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยของชาวยิวในเมืองวิลนา (ปัจจุบันคือวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย) และออกจากบ้านเกิดรวมทั้งครอบครัวของเขา

ในเมืองวิลนา เอชโคลได้เข้าร่วมสมาคมนักศึกษาเซียรีไซออน (เยาวชนแห่งไซออน) และเริ่มมีความสัมพันธ์กับขบวนการไซออนิสต์ เขาได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารท้องถิ่น และในปี ค.ศ. 1913 เขาได้เข้าร่วมพรรคฮาโปเอลฮัตเซอร์หลังจากการพบปะกับโยเซฟ สปรินแซค ผู้เป็นหัวหน้าพรรค

กิจกรรมสาธารณะ: ค.ศ. 1914–1937[แก้]

ในปี ค.ศ. 1914 เขาเดินทางไปปาเลสไตน์ ซึ่งตอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออตโตมัน โดยตอนแรกเขาปักหลักในเปตะห์ติกวาและทำงานในการตั้งค่าของอุโมงค์ชลประทานที่สวนผลไม้ท้องถิ่น ในปีถัดมาเขาหวนคิดได้ว่าเป็นคนทำงานที่ยอดเยี่ยมในช่วงเวลานี้ เอชโคลผู้มีความคล่องแคล่วกลายเป็นที่รู้จักในระดับสาธารณะได้อย่างรวดเร็วและได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ออกจากเปตะห์ติกวา แล้วเข้าร่วมกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตอาทารอต (เคลานเดีย)

เมื่อมีการปะทุของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ด้วยความกลัวการต่อต้านของท้องถิ่น กลุ่มของเขาจึงปักหลักช่วงสั้น ๆ ในคฟาร์ยูเรีย ริชอนเลซิออน และกลับไปเปตะห์ติกวา ในปี ค.ศ. 1915–17 เขาเป็นสมาชิกสำคัญของสหภาพแรงงานจูเดีย ส่วนในปี ค.ศ. 1918 เขารับอาสากับกองพันยิวอาสาและทำหน้าที่ในกองพันนี้จนกระทั่งฤดูร้อนปี ค.ศ. 1920

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1920 เอชโคลเป็นหนึ่งใน 25 ผู้ก่อตั้งของคิบบุตซ์เดกาเนียเบตโดยทำให้กลายเป็นถิ่นที่อยู่ถาวรของเขา อย่างไรก็ตาม กิจกรรมสาธารณะของเขาเติบโตขึ้นและเขามักถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในปี ค.ศ. 1920 เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งฮิสตาดรุต และเป็นผู้ก่อตั้งฮากานาห์ เขาเป็นสมาชิกกองบัญชาการสูงสุดแห่งชาติชุดแรกของฮากานาห์ (ค.ศ. 1920–21) ในฐานะตัวแทนสำหรับฮิสตาดรุต เขาได้เป็นตัวแทนระหว่างประเทศในการประชุมต่าง ๆ และได้รับมอบหมายให้จัดตั้งองค์กร "สหภาพแรงงานเกษตร" ส่วนในปี ค.ศ. 1929 เขาได้เป็นตัวแทนสู่สภาคองเกรสไซออนิสต์เป็นครั้งแรก และได้รับเลือกสู่ฝ่ายบริหารไซออนิสต์ รวมทั้งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของคณะผู้บริหารในองค์การชาวยิวที่จัดตั้งขึ้นใหม่

ระหว่าง ค.ศ. 1933–34 เอชโคลได้ทำงานอยู่ในกรุงเบอร์ลินในนามขององค์การไซออนิสต์โลกและฮาลูทซ์ ในช่วงเวลานี้เขาได้เจรจากับทางการเยอรมันเกี่ยวกับความตกลงฮาวารา เมื่อกลับมายังปาเลสไตน์ในปี ค.ศ. 1934 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการของบริษัทเนอร์ ซึ่งจัดหาเงินทุนให้กับการตั้งถิ่นฐานทางการเกษตรใหม่ ๆ

ผู้อำนวยการเมโกรอท[แก้]

เอชโคลพยายามชักจูงผู้มีอำนาจให้อนุมัติกฎหมายสำหรับบริษัทน้ำแห่งชาติตั้งแต่ช่วงประมาณ ค.ศ. 1930 โดยการเสนอแผนงบประมาณต่อหน้าองค์การไซออนิสต์โลกในปี ค.ศ. 1933 และ 1935 การก่อตัวของบริษัทน้ำเมโกรอท ได้ทำให้เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1937 ภายใต้การบริหารจัดการร่วมกันของหน่วยงานชาวยิว, ฮิสตาดรุต และกองทุนแห่งชาติยิว เอชโคลทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการจนกระทั่ง ค.ศ. 1951 ซึ่งการกำกับดูแลได้มีขยายตัวในปี ค.ศ. 1938 จากพื้นที่การเกษตรไปยังพื้นที่ที่อยู่อาศัย และการก่อสร้างสายน้ำสายแรกสู่พื้นที่ภาคใต้ของทะเลทรายเนเกฟโดยเร็วใน ค.ศ. 1941 จนถึงปี ค.ศ. 1947 มีสายน้ำกว่า 200 กิโลเมตรที่ดำเนินการ

กิจกรรมทางการเมืองและการทหาร: ค.ศ. 1940–1949[แก้]

เอชโคลที่คิบบุตส์ยัสอูร์ในปี ค.ศ. 1949

เอชโคลกลับไปทำหน้าที่ในการบัญชาการระดับสูงของฮากานาห์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940 ถึงปี 1948 และเป็นผู้รับผิดชอบในกองคลังขององค์กร[2] เขามีส่วนร่วมในการซื้ออาวุธสำหรับฮากานาห์ก่อนและระหว่างสงครามอาหรับ–อิสราเอล ค.ศ. 1948

ระหว่าง ค.ศ. 1942–44 เอชโคลทำหน้าที่เป็นเลขาธิการใหญ่แห่งพรรคมาไป

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เอชโคลสนับสนุนให้ชาวยิวสมัครเข้าเป็นทหารกับกองทัพสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม เขาได้ยืนยันกับผู้นำยีชูฟ และต่อมาได้เข้าร่วมอุดมการณ์ยืนยันความแตกต่างระหว่างแนวรบทั่วโลกและแนวรบในประเทศ โดยการต่อสู้กับอาณัติของสหราชอาณาจักร ส่วนในปี ค.ศ. 1945-46 เอชโคลเป็นตัวแทนของฮากานาห์ในการเป็นผู้นำขบวนการต่อต้านของชาวยิว

ในปี ค.ศ. 1944 เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาแรงงานแห่งเทลอาวีฟ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวจนถึงปี ค.ศ. 1948

ส่วนในปี ค.ศ. 1947 เอชโคลได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกของสองสภาป้องกันหลัก: ได้แก่คณะกรรมการเนเกฟ ที่ดูแลการบริหารของเนเกฟก่อนการประกาศเอกราชของอิสราเอล ตลอดจคณะกรรมการกลาโหมทั่วไปแห่งผู้นำของยีชูฟ หลังจากปีนั้น เขาได้รับการแต่งตั้งจากเดวิด เบนกูเรียน เพื่อเป็นหัวหน้าศูนย์สรรหาบุคลากรระดับชาติ ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างกองกำลังป้องกันอิสราเอลขึ้นเมื่อรัฐอิสราเอลเป็นเอกราชในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1948 ณ จุดนี้ เอชโคลได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1948 ถึงเดือนมกราคม ค.ศ. 1949[3]

การสู่อาชีพนักการเมืองระดับประเทศ[แก้]

ในช่วงเวลาของการอพยพจำนวนมากสู่รัฐอิสราเอล (ค.ศ. 1949–1950) เอชโคลเป็นหัวหน้าแผนกการตั้งถิ่นฐานในองค์การชาวยิว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาเสนอแนวคิดในการจัดการกับจำนวนที่เหมาะสมของผู้อพยพเหล่านี้เมื่อตั้งฟาร์มเกษตรขึ้นใหม่ เพื่อแก้ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้านที่อยู่อาศัยของพวกเขา เขากล่าวว่า: "...เราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับชาวยิวเหล่านี้ ดังนั้นเราก็แทรกแซงจากคำแนะนำจากใจของเรา และจากประสบการณ์ที่เราได้สะสมจนถึงปัจจุบัน และกล่าวว่า: ประเทศที่โดดเดี่ยว, ประชาชนที่โดดเดี่ยว; สิ่งทั้งสองนี้ต้องทำให้กันและกันเพื่อเบ่งบาน จากนี้ แนวคิดได้เกิดขึ้นเพื่อเปิดตัวการตั้งถิ่นฐานทางการเกษตรที่กว้างใหญ่ และดึงดูดผู้อพยพส่วนใหญ่"[4] เอชโคลได้รับเลือกให้เข้าสู่สภาคเนสเซ็ท ในปี ค.ศ. 1951 ในฐานะสมาชิกพรรคมาไป เขาทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรจนถึงปี ค.ศ. 1952

ในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ ค.ศ. 1959 เอชโคลได้ประสานงานรณรงค์หาเสียงระดับชาติของมาไปร่วมกับสาขาพรรคท้องถิ่น เขายังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการพรรคเกี่ยวกับกิจการทางสังคม ขณะที่ความตึงเครียดภายในพรรคเติบโตขึ้นเนื่องจากปฏิบัติลาวอน เอชโคลได้รับการขอให้ทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการ

อ้างอิง[แก้]

  1. Gal Perl Finkel, Wars are won by preparation and not by courage alone, The Jerusalem Post, 8 April 2017.
  2. "Archived copy". Archived from the original on 16 March 2016. สืบค้นเมื่อ 2012-01-04.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  3. "Levi Eshkol" Archived 9 April 2016 at the Wayback Machine., Israel Ministry of Foreign Affairs web site.
  4. Levi Eshkol, the Third Prime-Minister: A Selection of Documents Covering his Life [Heb. (לוי אשכול - ראש הממשלה השלישי : מבחר תעודות מפרקי חייו (1895-1969], ed. Y. Rosental, A. Lampron & H. Tzoref, Israel State Archives (publisher): Jerusalem 2002, chapter 6 - In the Jewish Agency, During the Years of Mass Immigration (Hebrew)

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

หนังสือประพันธ์[แก้]

  • Eshkol, Levi (1958). The Birth Pangs of Settlement (ใน Hebrew). Am Oved. 
  • Eshkol, Levi (1965). Up the Road (ใน Hebrew). Ayanot. 
  • Eshkol, Levi (1969). The Covenant of the Land (ใน Hebrew). Tarbut ve Hinuch. 

ในภาษาอังกฤษ[แก้]

ในภาษาฮีบรู[แก้]

  • Israel State Archive (2001). Levi Eshkol: Third Prime Minister (1895–1969) (ใน Hebrew). Israel State Archive. 
  • Ben-Horin, Daniel (2017). Intelligence of the Hesitant: The Life and Views of the Third Prime Minister (ใน Hebrew). Orion. 
  • Eshkol-Nevo, Ofra (1988). A Token of Humor (ใน Hebrew). Idanim. 
  • Giladi, Dan (1993). Levi Eshkol: Captain of Mass Settlement, 1948–1952 (ใน Hebrew). Golda Meir Institute. 
  • Goldstein, Yossi (2003). Eshkol: Biography (ใน Hebrew). Keter. 
  • Lammfrom, Arnon (2014). Levi Eshkol: Political Biography, 1944–1969 (ใน Hebrew). Resling. 
  • Lufpban, Hezi (1965). Eshkol (ใน Hebrew). Am Oved. 
  • Manor, Alexander (1965). Levi Eshkol Sayings (ใน Hebrew). Orli. 
  • Medved, Dov (2004). Levi Eshkol, State and Party, 1948–1953 (ใน Hebrew). Ben-Gurion University of the Negev.  Text has an English summary.
  • Rosenman, Avraham (1969). The Lights: Ruppin and Eshkol (ใน Hebrew). Masada. 
  • Shapiro, Yosef (1969). Levi Eshkol: Within Public Service (ใน Hebrew). Masada. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]