โมเช ดายัน
โมเช ดายัน | |
|---|---|
| משה דיין | |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ | |
| ดำรงตำแหน่ง 20 มกราคม ค.ศ. 1977 – 4 สิงหาคม ค.ศ. 1979 | |
| นายกรัฐมนตรี | เมนาเฮม เบกิน |
| ก่อนหน้า | ยิกาล อัลลอน |
| ถัดไป | ยิทแชค ชามียร์ |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม | |
| ดำรงตำแหน่ง 5 มิถุนายน ค.ศ. 1967 – 3 มิถุนายน ค.ศ. 1974 | |
| นายกรัฐมนตรี | เลวี เอชโคล ยิกาล อัลลอน (รักษาการ) โกลดา เมอีร์ |
| ก่อนหน้า | เลวี เอชโคล |
| ถัดไป | ชิมอน เปเรส |
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรรมและการพัฒนาชนบท | |
| ดำรงตำแหน่ง 17 ธันวาคม ค.ศ. 1959 – 4 กันยายน ค.ศ. 1964 | |
| นายกรัฐมนตรี | ดาวิด เบ็น-กูรีย็อน เลวี เอชโคล |
| ก่อนหน้า | คาดิช ลุซ |
| ถัดไป | ไฮม์ กวาติ |
| หัวหน้าเจ้าหน้าที่ | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 1955 – ค.ศ. 1958 | |
| ประธานาธิบดี | ยิทแชค เบน-ซวี |
| นายกรัฐมนตรี | ดาวิด เบ็น-กูรีย็อน |
| ก่อนหน้า | คาดิช ลุซ |
| ถัดไป | ไฮม์ กวาติ |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | พฤษภาคม 20, ค.ศ. 1915 คิบบุตซ์เดกาเนียอาเลฟ, จักรวรรดิออตโตมัน |
| เสียชีวิต | 16 ตุลาคม ค.ศ. 1981 (66 ปี) เทลอาวีฟ, อิสราเอล |
| พรรคการเมือง | Mapai (1959–1965) Rafi (1965–1968) Labour (1968–1981) |
พลโท โมเช ดายัน (ฮีบรู: משה דיין, Moshe Dayan; 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1915 – 16 ตุลาคม ค.ศ. 1981) คือผู้บัญชาการเหล่าทัพ และนักการเมืองชาวอิสราเอล รู้จักกันดีในฐานะบุรุษตาเดียว
ประวัติ
[แก้]โมเช ดายันเกิดในหมู่บ้าน Kibbutz Degania Alef ในประเทศปาเลสไตน์ใกล้ทะเลสาบกาลิลี ผู้ปกครองของเขาคือ Shmuel (บิดา) และ Devorah (มารดา) พวกเขาทั้งคู่เป็นผู้อพยพชาวยิวจากประเทศยูเครน ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต โมเช ดายัน เป็นเด็กคนแรกที่เกิดในชุมชนที่นี่ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1915 ชื่อโมเชเป็นชื่อที่บิดาของเขาตั้งชื่อตามเพื่อนสนิทของเขาที่มีชื่อว่าโมเชเหมือนกัน (Moshe Barsky) แต่เสียชีวิตเพราะถูกอาหรับยิงเสียชีวิตในระหว่างไปหาซื้อยามารักษาตัวเขาที่กำลังนอนป่วย[1]
เมื่ออายุ 14 ปี เขาได้เข้าร่วมกับองค์กร ฮากานาห์ (Haganah) ซึ่งเป็นองค์กรผิดกฎหมายที่ชาวยิวใช้ปกป้องตนเองให้พ้นจากการถูกคุกคามจากอาหรับ ฮากานาห์ฝึกให้ชาวยิวทั้งหลาย ทั้งหญิงและชายฝึกใช้อาวุธป้องกันตัวเอง และเตรียมพร้อมในการสู้รบที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต และในขณะเดียวกันอังกฤษตั้งกองปราบปรามอาหรับที่ทำร้ายร่างกาย และทำลายข้าวของของชาวยิว กองกำลังสำคัญแห่งหนึ่งซึ่งก็คือกองพันลาดตระเวนกลางคืนที่มีร้อยเอก ออร์ด วินเกต เป็นผู้บังคับกอง การที่พลโทโมเช ดายันมีความสามารถทางการทหารและเป็นที่ยอมรับเพราะได้ฝึกฝนจากกองพันลาดตระเวนแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 1937[2]
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
[แก้]
โมเช ดายัน ถูกทหารอังกฤษจับกุมในปี ค.ศ. 1939 ในข้อหามีอาวุธไว้ในครอบครอง ซึ่งในขณะนั้นประเทศอังกฤษออกสมุดปกขาวเพื่อจำกัดจำนวนชาวยิวที่จะอพยพมาสู่ดินแดนปาเลสไตน์ในอีก 5 ปีข้างหน้า และหลังจากนั้นก็จะระงับไม่ให้ชาวยิวอพยพมาที่นี่อีก และได้จำกัดจำนวนที่ดินที่ชาวยิวมีสิทธิซื้อไว้ครอบครองไว้อีกด้วย สมุดปกขาวของอังกฤษขัดกับกฎหมายเดิมและข้อตกลงของสันนิบาตชาติ ฮากานาห์ซึ่งเป็นองค์กรที่ผิดกฎหมายจึงปฏิบัติการใต้ดินต้านสมุดปกขาว เขาจึงได้เข้าร่วมด้วยและได้พกพาอาวุธปืน ดังนั้น จึงถูกทหารอังกฤษจับกุม
ในช่วงที่โมเช ดายันติดคุกเป็นเวลา 3 ปี เขาจึงถือโอกาสศึกษาภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง ดังนั้นเมื่อพ้นโทษเขาจึงพูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และได้รับตำแหน่งต่าง ๆ จำนวนมากทั้ง อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเวลาต่อมา
สมัยนั้นซีเรียกับเลบานอนอยู่ภายใต้ระบบอาณัติของฝรั่งเศส องค์กรใต้ดินฮากานาห์มีข้อตกลงว่ากับกองทัพอังกฤษว่าจะส่งกำลังพลไปช่วยรบเพื่อปลดปล่อยเลบานอนกับซีเรียจากฝรั่งเศส อังกฤษจึงปล่อยตัวโมเช ดายัน เพื่อให้ไปช่วยรบในสงครามครั้งนี้[3] ในวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 1941 ขณะที่ทำการรบอยู่นั้นเขากำลังส่องกล้องอยู่ประจำฐานปืนกลบนหลังคารถ กล้องถูกลูกลูกปืนสไนเปอร์จากศัตรูวิ่งเข้ามาปะทะถูกลูกตาข้างซ้ายแตก ภายหลังจากการฟื้นตัว เขาปฏิเสธที่จะใส่เลนส์แก้วตาเทียม และเลือกที่จะใช้แผ่นหนังปิดตาซ้าย ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเอกบุรุษผู้นี้[2]
ผู้บัญชาการทหาร
[แก้]ดินแดนปาเลสไตน์ที่ชาวยิวและชาวอาหรับอาศัยอยู่ปนเปกันนี้ในสมัยก่อนเป็นดินแดนภายใต้อาณัติของอังกฤษ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1948 อังกฤษประกาศจะถอนอาณัติออกจากดินแดนปาเลสไตน์ สหประชาชาติจึงจัดการจะแบ่งปาเลสไตน์ ออกเป็น 2 ประเทศ คือให้ครึ่งหนึ่งตั้งเป็นรัฐปาเลสไตน์ อีกครึ่งหนึ่งตั้งเป็นรัฐอิสราเอลชาวอาหรับส่วนใหญ่ได้ทราบข้อมูลล่วงหน้าจึงไม่พอใจและเตรียมทำสงครามกับชาวยิว
ประธานกรรมการบริหารองค์กรตัวแทนชาวยิวในสมัยนั้นชื่อ ดาวิด เบ็น-กูรีย็อน จึงประกาศตั้งประเทศอิสราเอลเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 และดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศอิสราเอล ดังนั้นจึงเกิดสงครามระหว่างชาวอาหรับและชาวยิวขึ้น โมเช ดายัน จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการที่แนวรบเยรูซาเลม เมื่อจบสงครามจึงได้รับการเลื่อนยศเป็นพลตรีและได้เข้าโรงเรียนเสนาธิการทหารบกที่อังกฤษเป็นเวลา 3 เดือน
โมเช ดายัน เขารู้นิสัยตัวเองว่าตนเองนั้นเป็นเผด็จการเล็กน้อย สั่งงานเด็ดขาด และเป็นรองหรือเป็นเบอร์สองของใครไม่ได้ เมื่อกลับจากอังกฤษ รัฐบาลจึงตั้งให้เขาเป็นรองเสนาธิการทหารซึ่งเป็นตำแหน่งใหญ่ทางกองทัพ แต่เขาไม่รับและประกาศว่า "ขอโทษ ข้าพเจ้าเป็นรองใครไม่ได้จริง ๆ" รัฐบาลจึงให้เขาไปเป็นผู้บัญชาการทหารภาคเหนือ และให้กลับมารับตำแหน่งเป็นเสนาธิการทหาร เมื่อเขาได้เป็นเสนาธิการทหารอีกครั้ง เขาจึงจัดการปรับปรุงกองทัพขนานใหญ่จนกองกำลังป้องกันอิสราเอลมีประสิทธิภาพสูงมาก และสามารถรบชนะได้ในทุกศึกสงคราม[2][4]
ชีวิตนักการเมือง
[แก้]ชีวิตนักการเมืองของโมเช ดายัน เริ่มต้นเมื่ออายุ 41 ปี เขารู้ตัวว่าต้องการเรียนต่อ จึงลาออกจากทหารและเข้าเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยฮีบรูในกรุงเยรูซาเลม เขาเลือกเรียนสาขาตะวันออกกลางศึกษา ขณะกำลังเรียนเขาได้ลงสมัคร ส.ส. ในพรรคที่มีเดวิด เบนกูเรียน เป็นหัวหน้าพรรค ผลปรากฏว่าพรรคชนะเลือกตั้ง เดวิด เบนกูเรียน ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนเขาได้รับเลือกเป็น ส.ส. และได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรรม หน้าที่ใหม่ของเขา คือ ต้องเปลี่ยนทะเลทรายให้เป็นป่าและสวนผักผลไม้ เขาทำได้ดีทั้งการหาแหล่งน้ำ จัดสรรที่ดิน และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตร ฯลฯ[2]
ชีวิตนักข่าว
[แก้]
การสมัคร ส.ส. ครั้งที่ 2 เขาได้รับเลือกอีกครั้ง แต่ไม่ถูกกับนายกรัฐมนตรี จึงไม่ได้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในรัฐบาล เขาจึงผันตัวไปเป็นประธานบริษัทประมงเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง และในปี ค.ศ. 1966 เขาไปเป็นผู้สื่อข่าวสงครามที่เวียดนาม ด้วยความที่เขาเป็นคนสนใจคอยติดตามข่าวการเมืองระหว่างประเทศ และข่าวการทหารอย่างละเอียดรอบคอบ ความชอบในเรื่องภาษา ทำให้เขาเป็นนักข่าวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศในสมัยนั้น
สงครามหกวัน (ค.ศ. 1967)
[แก้]ค.ศ. 1967 ประธานาธิบดีญะมาล อับดุนนาศิรแห่งอียิปต์ ปิดช่องแคบทีรานและอ่าวอะกาบา และประกาศว่าจะประจัญบานล้างผลาญอิสราเอลให้มลายหายไปจากโลก บรรดาชาติอาหรับที่อยู่รอบ ๆ อิสราเอลจึงประกาศเข้าร่วมประกาศสงครามกับชาวยิว ได้แก่ จอร์แดน อิรัก คูเวต และแอลจีเรีย
ขณะนั้น เลวี เอชโคล ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีอิสราเอล และโมเช ดายันมีอาชีพเป็นผู้สื่อข่าวสงคราม เมื่อเขาทราบข่าวก็คาดว่าอิสราเอลอาจจะไปไม่รอด เขาจึงขอเข้าพบเลวี เอชโคล และเสนอตัวเองออกรบกับบรรดาชาติอาหรับ อิสราเอลในขณะนั้นยังไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลวี เอชโคล จึงแต่งตั้งให้เขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทันที
เมื่อออกรบโมเช ดายันจึงให้เครื่องบินขับไล่บินต่ำกว่าระดับการตรวจจับของเรดาร์ บินออกไปในทะเลและกลับมาทิ้งระเบิดตลบหลังกองกำลังของอียิปต์ อียิปต์จึงขอยอมแพ้ก่อนเป็นชาติแรก ภายในเวลา 6 วัน ทุกประเทศอาหรับรอบ ๆ เสียหายยับเยิน และยอมแพ้อย่างดุษฎี โดยอิสราเอลแทบจะไม่ได้เสียหายอะไรเลย เมื่อชนะสงครามอิสราเอลจึงยึดที่ราบสูงโกลันของซีเรีย ยึดคาบสมุทรไซนายของอียิปต์ ยึดฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน และยึดกรุงเยรูซาเลมเก่าเป็นของตน นี่คือสงครามหกวันที่เลื่องลือ[2]
สงครามยมคิปปูร์
[แก้]สงครามยมคิปปูร์เกิดในวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 1973 ขณะที่ชาวยิวในอิสราเอลกำลังฉลองพิธีสำคัญทางศาสนายิว คือ พิธียมคิปปูร์ อียิปต์ และซีเรียที่เพิ่งได้รับอาวุธอย่างดีจากสหภาพโซเวียตได้ร่วมกันโจมตีอิสราเอลในวันดังกล่าว ฝ่ายอิสราเอลเสียหายอย่างหนัก ทหารเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้อิสราเอลต้องถอยร่นเข้ามาจากชายแดน
เมื่อถึงวันที่ 11 ตุลาคม อิสราเอลก็รุกกลับเข้าไปในดินแดนของอียิปต์และซีเรียได้อีกครั้ง อเมริกาเห็นว่า โซเวียตส่งอาวุธให้อาหรับ จึงส่งอาวุธให้อิสราเอลในวันที่ 13 ตุลาคม สงครามในครั้งนี้จบลงโดยนายเฮนรี คิสซิงเจอร์ เข้ามาไกล่เกลี่ยและขอให้ทำสัญญาสงบศึกต่อกัน เป็นการสิ้นสุดสงครามยมคิปปูร์ ส่วนพลโทโมเช ดายันถูกโจมตีอย่างหนัก ทำให้เขาต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปีต่อมา[5]
บั้นปลายชีวิต
[แก้]ค.ศ. 1977 โมเช ดายัน ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยในเวลาต่อมา[ต้องการอ้างอิง] ในบั้นปลายชีวิตเขามีชีวิตอย่างสงบกับภริยาและงานอดิเรกสะสมโบราณวัตถุ[5]
ถึงแก่อนิจกรรม
[แก้]พลโท โมเช ดายัน ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1980[5] สิริอายุ 66 ปี 4 เดือน 26 วัน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Taslitt, Israel Isaac (1969). "Soldier of Israel: the story of General Moshe Dayan". Funk and Wagnalls. p. 8.
- 1 2 3 4 5 โมเชดายัน : บทความ : วันเว้นวันจันทร์พุธศุกร์ : คมชัดลึกออนไลน์[ลิงก์เสีย]
- ↑ Major Allan A. Katzberg (US Marine Corps), 1988, Foundations Of Excellence: Moshe Dayan And Israel's Military Tradition (1880 To 1950) (globalsecurity.org). Access date: 25 September 2007.
- ↑ Lau-Levie, Moshe Dayan – A Biography, pg 38.
- 1 2 3 พลโท โมเช ดายัน ถึงอวสาน[ลิงก์เสีย]