เจ้าหญิงวิกตอเรีย เมลิตา แห่งซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าหญิงวิกตอเรีย เมลิตาแห่งเอดินบะระ

เจ้าหญิงวิกตอเรียแห่งเอดินบะระและซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา (วิกตอเรีย เมลิตา; 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2419 - 2 มีนาคม พ.ศ. 2479) ทรงเป็นสมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษ โดยเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เจ้าหญิงได้ทรงดำรงพระอิสริยยศทั้ง แกรนด์ดัชเชสพระชายาแห่งเฮ็สเซิน (พ.ศ. 2437 - พ.ศ. 2444) และ แกรนด์ดัชเชสวิกตอเรีย เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย (พ.ศ. 2448 - พ.ศ. 2460)

เจ้าหญิงวิกตอเรียได้ทรงสร้างความอื้อฉาวให้กับราชวงศ์ยุโรปด้วยการหย่าร้างและอภิเษกสมรสอีกครั้งในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

ชีวิตในวัยเยาว์[แก้]

เจ้าหญิงวิกตอเรียประสูติในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2419 ณ พระราชวังซานอันโตนิโอ ประเทศมอลตา จึงมีพระนามว่า เมลิตา พระชนกซึ่งทรงประจำอยู่ที่นั่นในฐานะทหารแห่งราชนาวีคือ เจ้าชายอัลเฟรด ดยุกแห่งเอดินบะระ พระราชโอรสองค์ที่สองในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และ เจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา ส่วนพระชนนีของพระองค์คือ แกรนด์ดัชเชสมารี อเล็กซานดรอฟนาแห่งรัสเซีย พระราชธิดาในสมเด็จพระจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซีย และ เจ้าหญิงมารีแห่งเฮ็สเซินและไรน์ ซึ่งเป็นพระจักรพรรดินีมเหสีพระองค์แรก ในฐานะที่เป็นพระราชนัดดาในองค์ประมุขแห่งอังกฤษ เจ้าหญิงทรงดำรงพระอิสริยยศเจ้าฟ้าหญิงวิกตอเรียแห่งเอดินบะระ พระองค์มีพระนามเรียกกันแบบเล่นๆ ในหมู่พระราชวงศ์ว่า "ดัคกี้" เมื่อตอนประสูติ เจ้าหญิงทรงอยู่ในลำดับที่ 10 ของลำดับการสืบราชบัลลังก์อังกฤษ

พระชนกทรงเป็นดยุกแห่งซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา[แก้]

ในฐานะที่เป็นพระโอรสในเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา พระชนกในเจ้าหญิงทรงอยู่ในลำดับการสืบราชบัลลังก์ซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา เจ้าชายอัลเฟรดทรงเป็นรัชทายาทที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ในบัลลังก์แห่งดัชชีเมื่อเจ้าชายแห่งเวลส์ (หรือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7) พระเชษฐาและพระปิตุลาในเจ้าหญิงวิกตอเรีย ทรงสละราชสิทธิ์การในการสืบทอดบัลลังก์ ดังนั้นครอบครัวทั้งหมดจึงได้ย้ายไปเมื่อเมืองโคบวร์ค ประเทศเยอรมนีเมื่อปี พ.ศ. 2432

เรื่องราวความรัก[แก้]

ในปี พ.ศ. 2434 เจ้าหญิงโดยเสด็จพระชนนีไปที่งานพระศพของแกรนด์ดัชเชสอเล็กซานดรา จอร์จิเยฟนา พระชายาในแกรนด์ดยุกพอล อเล็กซานโดรวิช พระอนุชาในพระชนนี พระองค์ทรงได้พบกับแกรนด์ดยุกคิริล วลาดิมิโรวิช พระญาติฝ่ายพระชนนี แม้ว่าทั้งสองพระองค์จะทรงรู้สึกต้องพระทัยกันมาก พระชนนีของเจ้าหญิงทรงไม่เต็มใจจะอนุญาตให้ทั้งสองอภิเษกสมรสกันเนื่องจากศาสนจักรออร์โธด็อกซ์รัสเซียได้ห้ามไม่ให้พระญาติสนิทที่พระชนกและชนนีเป็นพี่น้องกันอภิเษกสมรสกันเอง

หลังจากที่เจ้าหญิงมารี พระภคินีได้อภิเษกสมรสไปกับมกุฎราชกุมารเฟอร์ดินานด์แห่งโรมาเนีย การเสาะหาพระสวามีที่เหมาะสมให้กับเจ้าหญิงวิกตอเรียก็ได้เริ่มขึ้น สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียทรงสังเกตเห็นว่าเจ้าหญิงทรงเข้าได้ดีกับเจ้าชายแอร์นส์ ลุดวิกแห่งเฮ็สเซินและไรน์ พระญาติทางฝ่ายพระชนก รัชทายาทในบัลลังก์รัฐแกรนด์ดยุกแห่งเฮ็สเซิน พระโอรสในเจ้าฟ้าหญิงอลิซ แกรนด์ดัชเชสพระชายาแห่งเฮ็สเซิน พระราชธิดาพระองค์ที่สองในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย

สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียมีพระประสงค์จะให้พระราชนัดดาทั้งสองพระองค์อภิเษกสมรสกัน พระชนนีของเจ้าหญิงทรงกระตือรือร้นกับการอภิเษกอันเหมาะสมนี้อยู่ไม่น้อย เนื่องจากพระชนนีในพระองค์เองทรงเป็นเจ้าหญิงแห่งเฮ็สเซินเช่นกัน แต่กระนั้นทั้งเจ้าหญิงวิกตอเรียและเจ้าชายแอร์นส์ไม่ได้ทรงเต็มใจจะอภิเษกสมรสกัน เจ้าหญิงได้ทรงพบกับแกรนด์ดยุกคิริลอีกครั้งที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและทรงหมั้นหมายกันอย่างลับๆ

แกรนด์ดัชเชสแห่งเฮ็สเซิน[แก้]

ในที่สุดทั้งเจ้าหญิงวิกตอเรียและเจ้าชายแอร์นส์ก็ทรงจำนนต่อความกดดันจากทางพระราชวงศ์และได้อภิเษกสมรสกันเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2437 ณ ปราสาทเอห์เร็นบูร์ก ในเมืองโคบวร์ค งานอภิเษกสมรสเป็นงานพิธีใหญ่โตที่มีพระราชวงศ์ต่างๆ ทั่วทั้งทวีปยุโรปมาร่วมเป็นสักขีพยานมากมาย เจ้าหญิงจึงทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น แกรนด์ดัชเชสพระชายาแห่งเฮ็สเซิน ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสและธิดา 2 พระองค์คือ

ชีวิตสมรสของทั้งสองพระองค์ไมมีความสุขเลย เจ้าหญิงทรงสิ้นหวังกับการขาดความรักที่มีต่อพระองค์จากพระสวามีเป็นอันมาก ขณะเสด็จไปร่วมในงาน พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ความปรารถนาของเจ้าหญิงต่อแกรนด์ดยุกคิริลก็ได้ลุกโชนขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ชีวิตสมรสของทั้งสองพระองค์สิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2440 เมื่อเจ้าหญิงกล่าวอ้างว่าพระสวามีทรงเป็นพวกรักร่วมเพศ ตามคำกล่าวของเจ้าหญิงนั้นเมื่อเสด็จกลับมาจากการเยี่ยมพระภคินีที่ประเทศโรมาเนีย ทรงจับได้ว่าพระสวามีทรงกำลังหลับนอนอยู่กับข้าราชบริพารคนหนึ่ง ความพยายามในการประนีประนอมต่างๆ ล้มเหลวและศาลสูงสุดของเฮ็สเซินได้พิพากษาให้การอภิเษกสิ้นสุดลงในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2444 การหย่าร้างของแกรนด์ดยุกและแกรนด์ดัชเชสแห่งเฮ็สเซินสร้างความอื้อฉาวไปทั่วทั้งราชวงศ์ยุโรป หลังที่ทรงหย่าขาดแล้ว เจ้าหญิงได้เสด็จไปประทับกับพระชนนีที่พระตำหนักในริเวียร่าของฝรั่งเศส

การอภิเษกสมรสครั้งใหม่[แก้]

แกรนด์ดยุกคิริลซึ่งทรงเป็นรักแรกของเจ้าหญิงวิกตอเรียทรงรู้สึกอดสูพระทัยกับการหย่าร้างของทั้งสองพระองค์ด้วย สมเด็จพระจักรพรรดินีอเล็กซานดรา พระกนิษฐาในเจ้าชายแอร์นส์ ทรงเกลี้ยกล่อมให้พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 พระราชสวามีส่งแกรนด์ดยุกไปยังตะวันออกไกล ต่อมาในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ปี พ.ศ. 2447 พระองค์ทรงรอดชีวิตกลับมากับกองทัพเรือรัสเซีย เสด็จมาถึงกรุงมอสโกในฐานะวีรบุรุษ พระเจ้าซาร์จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แกรนด์ดยุกเสด็จออกจากรัสเซียเพื่อเสด็จไปหาเจ้าหญิงวิกตอเรียที่เมืองโคบวร์ค

ทั้งสองพระองค์อภิเษกสมรสเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2448เมืองเทแกร์นซี เป็นพิธีแบบเรียบง่ายโดยไม่มีพระราชวงศ์อื่นๆ จากยุโรปมาร่วมพิธี พระเจ้าซาร์ทรงตอบสนองการอภิเษกสมรสครั้งนี้ด้วยการงดเบี้ยหวัดแก่แกรนด์ดยุกและปลดพระองค์ออกจากราชนาวีแห่งรัสเซีย ทั้งสองพระองค์เสด็จไปประทับที่กรุงปารีส ซึ่งได้ทรงซื้อบ้านหลังหนึ่งใกล้กับถนนช็องส์-เอลิเซ่ส์

แกรนด์ดยุกคิริลและเจ้าหญิงวิกตอเรียมีพระโอรสและธิดา 3 พระองค์ ดังนี้

แกรนด์ดัชเชสแห่งรัสเซีย[แก้]

พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 ทรงถูกบีบบังคับให้คืนฐานันดรศักดิ์แก่แกรนด์ดยุกคิริลหลังจากการสูญเสียสมาชิกในพระราชวงศ์รัสเซีย จึงทำให้ทรงอยู่ในลำดับที่ 3 ของสายการสืบราชบัลลังก์รัสเซีย ทั้งแกรนด์ดยุกและเจ้าหญิงวิกตอเรียเสด็จนิวัติรัสเซีย โดยเจ้าหญิงทรงได้รับพระราชทานพระราชอิสริยยศเป็น แกรนด์ดัชเชสแห่งรัสเซีย

หลังจากการปฏิวัติรัสเซียปี พ.ศ. 2460 แกรนด์ดยุกคิริลและเจ้าหญิงวิกตอเรียเสด็จลี้ภัยไปยังประเทศฟินแลนด์ แล้วไปยังเมืองโคบวร์ค ประเทศเยอรมนี ต่อมาทั้งครอบครัวที่ลี้ภัยมาก็ได้ย้ายไปยังเมืองแซ็งต์บริยัก ประเทศฝรั่งเศส ที่ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้ทรงประทับอยู่จนตลอดช่วงพระชนม์ชีพ ในระยะเวลาที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศเยอรมนี เจ้าหญิงวิกตอเรียทรงชื่นชมพรรคนาซีเป็นอย่างมาก

เจ้าหญิงวิกตอเรียสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2479 โดยพระศพถูกฝังอยู่ ณ สุสานหลวงในเมืองโคบวร์ค

พระอิสริยยศ[แก้]

  • พ.ศ. 2419 - พ.ศ. 2436: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงวิกตอเรียแห่งเอดินบะระ (Her Royal Highness Princess Victoria of Edinburgh)
  • พ.ศ. 2436 - พ.ศ. 2437: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงวิกตอเรียแห่งซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา (Her Royal Highness Princess Victoria of Saxe-Coburg-Gotha)
  • พ.ศ. 2437 - พ.ศ. 2444: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงแกรนด์ดัชเชสพระชายาแห่งเฮ็สเซิน (Her Royal Highness The Grand Duchess of Hesse)
  • พ.ศ. 2444 - พ.ศ. 2448: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงวิกตอเรียแห่งซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา (Her Royal Highness Princess Victoria of Saxe-Coburg-Gotha)
  • พ.ศ. 2448 - พ.ศ. 2479: สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงแกรนด์ดัชเชสวิกตอเรีย เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย (Her Imperial and Royal Highness Grand Duchess Viktoria Feodorovna of Russia)

ภายหลังจากปี พ.ศ. 2460 เจ้าหญิงวิกตอเรียทรงเรียกแทนพระองค์เองว่า วิกตอเรีย เฟโอโดรอฟนา พระองค์ยังคงทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ ชั้นเจ้าฟ้า และยังคงอยู่ในลำดับสายการสืบราชบัลลังก์อังกฤษอีกด้วย