เจ้าจอมน้อม ในรัชกาลที่ 5

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เจ้าจอมน้อม ตจ. ในรัชกาลที่ 5 กำเนิดในสกุลโชติกเสถียร เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2420 ที่บ้านริมคลองโอ่งอ่าง ข้างวัดบพิตรภิมุข เป็นธิดา ของพระยาธรรมจรรยานุกูลมนตรี (ทองดี โชติกเสถียร) กับ คุณหญิงลูกจันทร์ ท่านมีพี่น้องร่วมมารดา คือ

-นายสวัสดิ์ โชติกเสถียร

-เจ้าจอมน้อม

-นางสาวนิตย์ โชติกเสถียร

-นางสาวปลิด โชติกเสถียร

และยังมีพี่น้องต่างมารดาอีก ดังนี้

-พลโท พระสราภัยสฤษฎิการ ( กระมล โชติกเสถียร )

-พระมหามนตรีศรีองครักษ์สมุห ( ฉัตร โชติกเสถียร )

-นางสาวผาด โชติกเสถียร

-นางสาวประเทือง โชติกเสถียร

-นางออม วาศวิท

-นางปุ่น โชติกเสถียร

-ร้อยโทเฉลียว โชติกเสถียร

-นายรองสนิท โชติกเสถียร

-จมื่นสมุหพิมาน ( นรหัช โชติกเสถียร )

-พันตำรวจตรีพงษ์คำ โชติกเสถียร

-นายทองทวี โชติกเสถียร

การศึกษาขั้นต้น ท่านได้รับจากมารดา จนโตพอสมควรจึงเรียนจากครูหนอ และ พระศรีสัตยารักษ์ ต่อมาเมื่ออายุ 7-8 ขวบ มารดาท่านถึงอนิจกรรม ท่านผู้หญิงสุ่น โชฎึกราชเศรษฐี ผู้เป็นย่าของท่าน รับเลี้ยงดูต่อมา ในช่วงนี้ท่านยังได้หัดสวดมนต์และนั่งวิปัสนา ตามท่านผู้หญิงด้วย

เจ้าจอมน้อมได้ถวายตัวรับราชการฝ่ายใน ภายหลังโกนจุก เมื่ออายุ 13 ปี ในสำนักของ พระวิมาดาเธอฯ กรมพระสุทธาสินีนาฎ จนได้รับพระมหากรุณาเป็นเจ้าจอม ท่านเป็นผู้มีบุคลิกกิริยา น่านับถือ กิริยาท่าทีสง่างาม อุปนิสัยเยือกเย็นหนักแน่น จนเป็นที่เกรงใจของคนทั่วไป แม้เจ้านายบางพระองค์ยังมีรับสั่งว่า

" แม่น้อมกับแม่เฉียดนี้ น่าเกรงใจ "

ท่านมีหน้าที่ประจำปฏิบัติงานเกี่ยวกับพระเครื่องต้นในรัชกาลที่ 5 จึงมีหน้าที่ ปอกผลไม้ร่วมกับคุณจอมท่านอื่นๆ ด้วยเหตุที่ท่านผู้หญิงสุ่น เป็นสตรีรุ่นแรกๆ ที่คิดปอกมะปรางริ้ว เจ้าจอมน้อม ในฐานะหลานท่านผู้หญิงสุ่น จึงมีโอกาสรับ และแสดงฝีมือในทางนี้มาก นอกจากงดงามแล้ว ยังสามารถดัดแปลงให้เหมือน รูปหอยแครง ทั้งยังสามารถปอกโดยไม่ต้องปลิดลูกจากพวงด้วย ฉะนั้นท่าน ปอกมะปรางครั้งใด เป็นต้องได้เสวย งานทุกอย่างที่เป็นงานของชาววังสมัยนั้น ท่านทำได้ดีแทบทุกอย่าง การจัดโต๊ะพระราชทานเลี้ยงรับรองแขกเมือง รวม ทั้งอาหารเช่น การจัดข้าวเหนียวสีและหน้าต่างๆ ท่านต้องมีส่วนช่วยหรือจัดทำ แทบทุกครั้ง เพราะท่านเป็นคนละเอียดลออปราณีต นอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญในเรื่องเกี่ยวกับการจัดงานพระศพเจ้านาย เป็นการแบ่งเบาพระภาระของพระวิมาดาเธอฯเป็นอันมาก

เมื่อสิ้นรัชกาลที่ 5 ท่านจึงกราบถวายบังคมลาออกมาอยู่กับท่านบิดาที่บ้าน ปรนนิบัติท่านบิดา จนถึงอนิจกรรม เมื่อ พ.ศ. 2490 หลัง จากนั้นจนตลอดชีวิต ก็ได้ทำบุญสุนทานตลอดเวลา แม้เงินที่ได้รับพระราชทานตลอดชีพนั้นก็ได้นำไปบริจาคเสมอ งานสำคัญที่ท่านได้รับพระมหากรุณาฉลองพระเดชพระคุณประจำสกุลโชติกเสถียร คือการถวายเครื่องสังเวยพระป้าย ประจำปีตรุษจีน ครั้งสุดท้ายก่อนอนิจกรรม คือ บูรณะวัดนรนาถสุนทริการาม ซึ่งเป็นวัดประจำตระกูลโชติกเสถียร

ท่านเจ้าจอมน้อม ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุด คือ ตติยจุลจอมเกล้า เมื่อปี พ.ศ. 2444 กับทั้งเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 2 เหรียญทวีธาภิเษก, เหรียญรัชมังคลาภิเษก และหีบหมากทองคำลายกนกเป็น เกียรติยศ

เจ้าจอมน้อม ถึงอนิจกรรม ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2509 ศพได้รับพระราชทานเพลิง ณ เมรุวัดธาตุทอง

อ้างอิง[แก้]

  • ตำราทำกับข้าวฝรั่ง พระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 5: ( พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าจอมน้อม ในรัชกาลที่ 5 ณ เมรุวัดธาตุทอง 6 มีนาคม 2509 )