ฮิเดกิ ชิรากาวะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ฮิเดกิ ชิรากาวะ
ฮิเดกิ ชิรากาวะ
เกิด20 สิงหาคม ค.ศ. 1936 (83 ปี)
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ถิ่นที่อยู่ญี่ปุ่น
แมนจูกัว
ไต้หวัน
สหรัฐ
สัญชาติญี่ปุ่น
สาขาเคมี
สถาบันที่ทำงานมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย
มหาวิทยาลัยสึกูบะ
ศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว
งานที่เป็นที่รู้จักพอลิเมอร์นำไฟฟ้า
มีอิทธิพลต่ออลัน แมกไดอาร์มิด
รางวัลที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี (พ.ศ. 2543)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์วัฒนธรรม (พ.ศ. 2543)

ฮิเดกิ ชิรากาวะ (ญี่ปุ่น: 白川 英樹 โรมาจิShirakawa Hideki, เกิดวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2479) เป็นนักเคมีและวิศวกรชาวญี่ปุ่น และดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณประจำมหาวิทยาลัยสึกูบะและมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง เป็นที่รู้จักจากการค้นพบพอลิเมอร์ที่สามารถนำไฟฟ้าได้ และได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี พ.ศ. 2543 ร่วมกับอลัน แมกไดอาร์มิดและอลัน ฮีเกอร์

ประวัติ[แก้]

ฮิเดกิ ชิรากาวะเกิดที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในครอบครัวของแพทย์ทหาร และได้ย้ายติดตามครอบครัวของบิดาไปอยู่ที่แมนจูกัวและไต้หวันในวัยเด็ก ต่อมาในปี พ.ศ. 2487 ได้ย้ายกลับมาที่ประเทศญี่ปุ่นไปอยู่บ้านเกิดของมารดาที่เมืองทากายามะ จังหวัดกิฟุ

ชิรากาวะจบการศึกษาและได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิศวกรรมเคมีจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียวในปี พ.ศ. 2504 หลังจากนั้นได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากสถาบันเดียวกันในปี พ.ศ. 2509 หลังจากนั้นได้เข้าทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัยที่ห้องปฏิบัติการทรัพยากรเคมีที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว[1]

งานวิจัย[แก้]

ขณะที่ทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัยที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียวนั้น ชิรากาวะได้ค้นพบพอลิอะเซทิลีนซึ่งมีลักษณะปรากฏคล้ายกับโลหะ เมื่ออลัน แมกไดอาร์มิดมาเยี่ยมสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียวในปี พ.ศ. 2518 แมกไดอาร์มิดสนใจผลการค้นพบนี้ของชิรากาวะมาก และได้ชักชวนให้ชิรากาวะมาเป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่ห้องปฏิบัติการของเขาที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในปีถัดมา ทั้งสองร่วมกับนักฟิสิกส์อีกหนึ่งคนคืออลัน ฮีเกอร์ได้ร่วมกันพัฒนาคุณสมบัติการนำไฟฟ้าของพอลิอะเซทิลีน ซึ่งในปี พ.ศ. 2520 พวกเขาพบว่าเมื่อนำพอลิเมอร์ไปทำปฏิกิริยา (โดป) ด้วยไอของไอโอดีนจะได้พอลิเมอร์ที่มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าดีขึ้น[2][3] ซึ่งนำไปสู่รางวัลโนเบลสาขาเคมีที่ได้รับร่วมกันในปี พ.ศ. 2543

ในปี พ.ศ. 2522 ชิรากาวะดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยสึกูบะ ก่อนจะเลื่อนชั้นขึ้นเป็นศาสตราจารย์ในอีกสามปีถัดมา

รางวัลโนเบล[แก้]

ชิรากาวะได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี พ.ศ. 2543 ร่วมกับอลัน ฮีเกอร์และอลัน แมกไดอาร์มิดจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียจากการค้นพบและพัฒนาพอลิเมอร์นำไฟฟ้า (conductive polymer)[3] โดยเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติทั้งเจ็ดที่ได้รับรางวัลโนเบล และเป็นชาวญี่ปุ่นคนที่สองที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี และในปีเดียวกันชิรากาวะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัฒนธรรมด้วย[4]

มุมมองส่วนตัว[แก้]

ชิรากาวะได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะเจแปนไทมส์ว่าเขาไม่ต้องการให้รางวัลโนเบลได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากเกินไป และหวังว่างานวิจัยด้านอื่นนอกเหนือจากสาขาของรางวัลโนเบลจะได้รับความสนใจเช่นนั้นบ้าง เขามองว่าสังคมที่งานวิจัยหลากหลายแขนงได้รับการยอมรับจะสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Hideki Shirakawa - Biographical". NobelPrize.org. Nobel Media AB 2018. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561.
  2. Shirakawa, Hideki; Louis, Edwin J.; MacDiarmid, Alan G.; Chiang, Chwan K.; Heeger, Alan J. (1977). "Synthesis of electrically conducting organic polymers: halogen derivatives of polyacetylene, (CH)x". Journal of the Chemical Society, Chemical Communications (16): 578–580. doi:10.1039/C39770000578. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561.
  3. 3.0 3.1 "The Nobel Prize in Chemistry 2000". NobelPrize.org. Nobel Media AB 2018. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561.
  4. "Nobel chemist to get Order of Culture". เดอะเจแปนไทมส์. 25 ตุลาคม พ.ศ. 2543. สืบค้นเมื่อ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562.
  5. "Shirakawa unhappy with way Japanese media reports Nobel issues". เดอะเจแปนไทมส์. 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559. Archived from the original on 25 กันยายน พ.ศ. 2560. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561.