เมลวิน แคลวิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมลวิน แคลวิน
เกิด เมลวิน เอลลิส แคลวิน
8 เมษายน ค.ศ. 1911(1911-04-08)
เซนต์พอล รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต 8 มกราคม ค.ศ. 1997 (85 ปี)
เบิร์กลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
สัญชาติ อเมริกัน
สาขา ชีวเคมี
สถาบันที่ทำงาน
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมิชิแกน
มหาวิทยาลัยมินนิโซตา
อาจารย์ที่ปรึกษา ไมเคิล โพลันยี
ลูกศิษย์ในระดับปริญญาเอก ซีริล พอนนัมเพรูมา[1]
งานที่เป็นที่รู้จัก วัฏจักรแคลวิน
รางวัลที่ได้รับ

เมลวิน เอลลิส แคลวิน (อังกฤษ: Melvin Ellis Calvin; 8 เมษายน ค.ศ. 19118 มกราคม ค.ศ. 1997) เป็นนักชีวเคมีชาวอเมริกัน เกิดในครอบครัวชาวยิวที่เมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา เป็นบุตรของเอเลียส แคลวินและโรส เฮอร์วิตซ์[3] ต่อมาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เมืองดีทรอยต์ แคลวินเรียนที่โรงเรียนเซ็นทรัลไฮสกูลก่อนจะเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์ที่วิทยาลัยเหมืองแร่และเทคโนโลยีมิชิแกน (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมิชิแกนในปัจจุบัน) และเรียนจบปริญญาเอกด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตาในปี ค.ศ. 1935 แคลวินใช้เวลา 4 ปีต่อมาทำงานที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ต่อมาแคลวินทำงานที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์และดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านเคมี เขาร่วมงานกับแอนดรูว์ เบนสันและเจมส์ เบสแฮมใช้คาร์บอน-14 ในการศึกษาเส้นทางของคาร์บอนในพืชระหว่างการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยเริ่มจากคาร์บอนดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดรตและสารประกอบอินทรีย์อื่น ๆ [4][5] แคลวิน เบนสันและเบสแฮมแสดงให้เห็นว่าปฏิกิริยาระหว่างแสงอาทิตย์และคลอโรฟิลล์ช่วยในการผลิตสารประกอบอินทรีย์ ไม่ใช่คาร์บอนไดออกไซด์อย่างที่เชื่อกัน จากผลงานนี้ทำให้แคลวินได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 1961[6] สองปีต่อมาแคลวินดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านอณูชีววิทยาและร่วมก่อตั้งห้องปฏิบัติการรังสีเบิร์กลีย์[7] ก่อนจะเกษียณในปี ค.ศ. 1980 แคลวินศึกษาพืชน้ำมันเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน[8]

ด้านชีวิตส่วนตัว แคลวินแต่งงานกับมารี เจเนวีฟ เจมเทการ์ดในปี ค.ศ. 1942 มีบุตรด้วยกัน 3 คน[3] แคลวินเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวในปี ค.ศ. 1997[9]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]