สการ์เล็ตวิทช์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สการ์เล็ตวิทช์
ข้อมูลการจัดพิมพ์
ผู้จัดพิมพ์Marvel Comics
ปรากฏตัวครั้งแรกThe X-Men #4 (March 1964)
สร้างสรรค์โดยStan Lee
Jack Kirby
ข้อมูลในเรื่อง
ชื่อจริงWanda Marya Maximoff
Wanda Frank (obsolete)
สปีชี่ส์Originally human mutant, later retconned to be a human mutate
ถิ่นกำเนิดTransia
สังกัดทีม
พลพรรคQuicksilver
Vision
Agatha Harkness
ความสามารถ
  • Scientifically enhanced magical abilities[1]
    • Reality warping[2]
    • Probability manipulation
    • Teleportation[3]
    • Matter manipulation[4]
    • Time manipulation[5]
    • Energy projection, manipulation and absorption[6]

สการ์เล็ตวิทช์ (อังกฤษ: Scarlet Witch) หรือ วันด้า แม็กซิมอฟฟ์ (อังกฤษ: Wanda Maximoff) การปรากฏตัวครั้งแรกของเธอนั้นเกิดขึ้นในหนังสือ The X-Men 4 ที่ออกในเดือนมีนาคมปี 1964 ภายใต้แนวคิดของ Jack Kirby และ Stan Lee ที่เป็นผู้รังสรรค์ตัวละครตัวนี้ขึ้นมา ในครั้งแรกที่เธอปรากฏตัวออกมานั้นสถานะของเธอก็คือมิวแแทนต์ โดยเธอมาพร้อมกับฝาแฝดของเธอ เปโตร แม็กซิมอฟฟ์ (อังกฤษ: Pietro maximoff) หรือ ควิกซิลเวอร์ (อังกฤษ: Quicksilver) โดยเธอและฝาแฝดของเธอเป็นลูกของ แม็กนีโต้ และ Magda Lehnsherr

วันด้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของ อเวนเจอร์ส (อังกฤษ: Avengers) รวมถึงฝาแฝดของเธอด้วย

ประวัติ[แก้]

วันด้า แม็กซิมอฟฟ์ และ เปโตร แม็กซิมอฟฟ์ เป็นลูกของ แม็กนีโต้ และ Magda Lehnsherr แม็กนีโต้ และ Magda ได้หนีมาจากค่ายกักกันได้สำเร็จ จากนั้นก็ได้แต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกัน Magda ได้ตั้งครรภ์และได้ให้กำเนิดฝาแฝด เด็กที่ออกมามีทั้งชายและหญิง สถานที่เกิดของเด็กทั้งสองคนนั้นเกิดที่ Wundagore ซึ่งช่วงนั้นที่ Wundagore มีการต่อสู้ระหว่าง เทพปีศาจ Chthon กับ Knight of Wundagore(โดยมี Sorcerer Magnus และ High Evolutionary คอยช่วยเหลือ) ซึ่งชัยชนะเป็นของ Knight of Wundagore เด็กทั้งสองคนตกอยู่ในความดูแลของ Django และ Marya Maximoff ซึ่งเด็กทั้งสองได้เพลอแสดงพลังของ Mutant ตัวเองออกมาในขณะที่อยู่กับครอบครัว Maximoff คนในหมู่บ้านต่างหวาดเกรงและกล่าวหาว่า เด็กทั้งสองเป็นปีศาจ จึงได้บุกเผาทำลายบ้านครอบครัว Maximoff ผลทำให้ Marya ตายในกองเพลิง และ Django ถูกชาวบ้านจับไป ส่วน วันด้าและ Pietro หลบหนีออกมาได้ กับความคิดที่ว่าครอบครัวของตนเสียชีวิตหมดแล้ว จนได้ไปเจอกับ แม็กนีโต้ (โดยที่เด็กทั้งสองคนไม่รู้ว่าเป็นพ่อแท้ๆ)

หลังจากนั้น แม็กนีโต้ และพาเข้ากลุ่ม Brotherhood of Evil Mutants ของตนและได้มีการ ปฏิบัติภารกิจ อย่างเช่น เข้าต่อสู้กับ X-Men ซึ่งในตอนท้าย วันด้ารู้สึกเสียใจและอยากออกจากกลุ่ม จนในที่สุด เมื่อ แม็กนีโต้ ถูก Stranger จับตัวไป วันด้าและ Pietro จึงได้ออกจากกลุ่ม Brotherhood of Evil Mutants ทั้งสองตั้งใจจะแก้ตัวจากความผิดพลาดในอดีต จึงไปเข้ากลุ่ม Avengers ภายใต้การนำของ Captain America ในช่วงนี้ วันด้าได้ทำภารกิจมากมาย และได้เจอกับ แม็กนีโต้ อีกครั้ง ,พวกเขาได้เจอเพื่อนต่างๆ ได้พบกับ Hawkeye ซึ่งได้มาเป็นเพื่อนสนิทของเธอและที่สำคัญ วันด้าได้เริ่มคบ กับ วิชั่น ซึ่งทั้ง Pietro และ Hawkeye คัดค้าน ในระหว่างช่วงที่อยู่กับ Avengers ตัว วันด้าได้มีโอกาสเรียนรู้ในการฝึกควบคุมพลัง Mutant ของตนเองจาก Agatha Harkness ซึ่งทำให้ วันด้ามีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ต่อมา วันด้าและ วิชั่น ก็ได้แต่งงานกัน (ซึ่งจริงๆแล้วทั้งหมดเป็นแผนการ ของ Immortus เพื่อที่ วันด้าจะได้ไม่มีทายาท เนื่องเนื่องจากเกรงกลีวในพลังที่จะเกิดขึ้น ในตัวทายาท) แต่ในที่สุด วันด้าได้ดึงพลังเวทย์ลึกลับที่ได้มาจากการต่อสู้กับ Salem’s Seven เข้ามาช่วยในการให้กำเนิดทารกของตน 2 คน โธมัส และ วิลเลี่ยม

แต่แล้วความสุขของ วันด้าก็อยู่ได้ไม่นานนัก ต่อมา วันด้าได้รู้ว่า แม็กนีโต้ เป็นพ่อที่แท้จริงของตน (จากการที่ แม็กนีโต้ ไปสืบหาเรื่องราวของภรรยาของตน จนรู้เรื่อง และตามมาเจอ วันด้าซึ่ง วันด้าโกรธมาก เนื่องจากอดีตที่อยู่ Brotherhood of Evil Mutants กลายเป็นสิ่งที่หลอกหลอนจิตใจ

เรื่องราวเริ่มแย่ลงเมื่อ ตอนที่ วันด้าย้ายมาอยู่กับ West Coast Avengers พร้อมกับสามี วิชั่น ซึ่งต่อมา วิชั่น โดนจับล้างสมองทำให้ วิชั่น กลายเป็นหุ่นที่ไร้ความรู้สึกทำให้ วันด้าเสียใจอย่างมาก และพยายามหาทางทำให้ วิชั่น กลายเป็นเหมือนเดิม และในที่สุดความโศกเศร้าที่สุดก็มาเยือน วันด้าเมื่อลูกทั้งสองของตนได้หายไปและ วันด้าได้รับรู้ความจริงจาก Agatha Harkness ว่าแท้จริงแล้ว ลูกๆของเธอคือเศษเสี้ยววิญญาณของ Mephisto และถูก พากลับไปสู่ตัว Mephisto เอง เหล่า Avengers พยายามเข้าช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผลตัว วันด้าเริ่มตกอยู่ในภาวะที่ควบคุมตนเองไม่ได้และคลั่ง Agatha จึงตัดสินใจลบความทรงจำทั้งหมดของ วันด้าที่เกี่ยวกับลูกๆ เพื่อลบความเจ็บปวดครั้งนี้

ต่อมา วันด้าได้ร่วมกับ Avengers ต่อสู้กับ Onslaught, Morgan Le Fay ,Squadron Supreme, ฯลฯ รวมถึงการได้มีโอกาสนำทีม Avengers

วันด้าได้เรียนรู้ว่าเกี่ยวกับการเป็นจุดรวมในการเชื่อมต่อพลังเวทย์ ของโลกจาก Agatha Harkness และเรียนรู้ในการใช้พลังเวทย์เพิ่มเติมโดยเฉพาะ Chaos Magic ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริง และเป็นแหล่งพลังที่มีผลต่อพลัง Mutant ของตนซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ การควบคุมตนเอง รวมถึงควบคุมพลัง Mutant ของตน

M Day[แก้]

เรื่องเริ่มจากเมื่อ วันด้าสร้างและให้กำเนิดทารกฝาแฝดขึ้นมา 2 คน คือ โธมัส และ วิลเลี่ยม จากพลังเวทย์ ครอบครัวของเธอคงสมบรูณ์มีความสุข ถ้าไม่เพราะวันหนึ่งลูกๆของเธอหายไป เนื่องจากวิญญาณฝาแฝดทั้งสองคนถูกจับตัวไปโดย Master Pandemonium เพื่อบรรณาการแก่Mephisto Wandaเสียใจมาก และควบคุมสติไม่อยู่ เธอกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของavengers และใช้พลังของตัวเองถล่มทีมAvengers สมาชิก Avengers 3คนเสียชีวิต (วิชั่น, Hawkeye ,Ant Man) สมาชิกคนอื่นๆเสียขวัญและกำลังใจ จนทีม Avergers ในตอนนั้นต้องปิดตัวลง

Scarlet Witch สลบไม่ได้สติจากเหตุการณ์นั้น แม็กนีโต้ พาร่างเธอมาหา Xavierหวังจะให้ช่วยรักษา แต่เหล่า X-Men กับ Avengers ได้ประชุมกันและเห็นพ้องว่าควรฆ่า Scarlet Witch เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นภัยเกินกว่าจะเก็บไว้ แต่ Quicksilver พี่น้องร่วมสายเลือดได้มาช่วยเธอไว้ วันด้าได้ใช้พลังเปลี่ยนแปลงความเป็นจริง ให้โลกนี้เป็นไปอย่างที่เธอคิด ในโลก ‘House Of M’ (ในโลกนี้ครอบครัวเธอเป็นราชวงศ์ โดยมี แม็กนีโต้ เป็นกษัตริย์)

แม็กนีโต้ เมื่อรู้ความจริง เขาโกรธมาก เขาไม่ได้ปรารถนาที่จะครองโลกด้วยวิธีนี้ ด้วยความโกรธเขาได้พลั้งฆ่าQuicksilverไป เมื่อทุกสิ่งที่ทำไปด้วยความปรารถนาดีถูกลบล้าง เมื่อความโกรธของ วันด้ามาถึงจุดสิ้นสุด Wandaได้เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา ประโยคที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปทั้งหน้า ด้วยคำว่า “No more mutants” ('จะไม่มีมนุษย์กลายพันธุ์อีกต่อไป') ทันทีที่พูดจบ Mutants หรือมนุษย์กลายพันธุ์มากกว่า 90% ของโลกสูญเสียพลังทันที หลายคนรับไม่ได้ฆ่าตัวตาย หลายคนยอมรับการทดลองเพื่อหวังจะได้พลังขึ้นมา แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตจากการทดลอง หลายคนจมอยู่ในความเศร้าโศกและกลายเป็นบ้า เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่และกลายเป็นบาดแผลในใจของX-men เหตุการณ์ในครั้งนั้นถูกเรียกว่าวัน ‘M day’

Avengers VS X-Men[แก้]

เนื้อเรื่องหลักของเรื่องจะเกี่ยวข้องกับ Hope Summers และ Scarlet witch โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายเชื่อว่า Hope Summers เป็น Pheonix Next Host ฝั่ง X-Men เชื่อว่า Hope จะมาช่วยกอบกู้เหล่า X-Men และ Mutant ที่เหลืออยู่ แต่ฝั่ง Avengers เชื่อว่า Hope Summers และพลังของ Phoenix น่าจะเป็นภัยคุกคามมากกว่า

เมื่อเหล่า Avengers เชื่อแบบนั้น Captain America ได้ปรึกษากับ Wolverine เรื่องของ Hope Summers และตัดสินใจยกทีมบุกไปที่ Utopia ถิ่นของ X-Men เพื่อไปล่าตัว Hope Summers ทำให้ทีม Avengers นำโดย Captain America และ Wolverine สู้กับทีม X-Men นำโดย Cyclops การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดแต่ในที่สุด Wolverine ไม่สามารถกำจัด Hope ได้ และ Hope หนีรอดไปได้

ไม่ว่าจะเป็น Latveria , Savage Land , Tabula Rasa ,Wakanda , Wundagore แม้แต่ใน อวกาศ ทีม Avengers ก็พยายามที่จะหยุดยั้ง Pheonix แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ระหว่างนั้น Wolverin หาตัว Hope จนเจอ และ Hope ตกลงที่จะให้ Wolverine ช่วย ทั้งสองคน ได้บอก Captain America ถึงแผน และไปที่ดวงจันทร์ ฝ่าย X-Men นั้น Emma frost เจาะเข้าจิตของ กัปตัน ทำให้รู้แผน ก็ยกพวกตามไปที่ดวงจันทร์เช่นกัน ที่ดวงจันทร์ Avengers และ X-Men ได้ต่อสู้กันอีกครั้ง และ Pheonix มาถึงพอดี ทำให้ Hope มีพลังแข็งแกร่งขึ้นมาก ทีม Avengers พยายามที่จะทำลาย Hope/Pheonix แต่กลายเป็นว่า อาวุธของ Iron Man ทำลาย Pheonix ไม่ได้ แต่ทำให้มันแตกเป็นเสี่ยงๆแทน และไปสิงร่างของ X-Men Pheonix 5 คือ Cyclops , Emma Frost , Namor , Colossus, Magik

Pheonix 5 พยายามเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ตามที่พวกเขาเชื่อว่า จะทำให้โลกเป็นที่ที่ดี และน่าอยู่ขึ้น (สำหรับ Mutant) อย่างเช่นการสร้างเกาะ Utopia ใหม่ ขึ้นมาให้เป็นที่อาศัยของ Mutant และช่วยสรรหาข้าวปลาอาหาร แต่ถึงแม้ว่า Pheonix 5 จะพยายามทำเรื่องดีๆ เหล่า Avengers ก็ไม่เชื่อใจใน Pheonix เนื่องจากกลัวว่าจะกลายเป็นด้านมืด Dark Pheonix ในที่สุด ทำให้เหล่า Avengers ยก Hero มากมาย ไปที่ Utopia อีกครั้ง แต่ก็แพ้ให้กับ Cyclops และEmma Frost อย่างง่ายดาย การที่ Avengers มาบุก Utopia ทำให้ Cyclops โกรธมาก ประกาศกร้าวว่า จะฆ่า Avengers ให้หมด ” No More Avengers “

กลับไปที่ Hope หนีไปอยู่ที่ K’un-lun โดยมี Iron Fist ช่วยเหลือ และเหล่า Avengers ช่วยแนะนำ Hope Iron-Man และ Black Panther เองก็พยายามค้นคว้าเพื่อจะหาทางหยุดยั้ง Pheonix ให้ได้ ทั้งสองฝ่ายก็ต่อสู้กันมาเรื่อยๆ Namor ที่โมโห scarlet witch บุกมาที่ wakanda เหล่า Avengersรวมพลทุกคนที่จะรวมได้มาสู้ สุดท้าย Namor พ่ายไป แต่เรื่องราวกลับกลายเป็นว่า พลังของ Namor แยกย้ายไปอยู่กับ Pheonix อีก 4 คนที่เหลือ ยิ่งทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น

ขณะที่การต่อสู้ของ Avengers คนอื่นๆ ก็พ่ายแพ้ Pheonix 4 ไปอีกมากมาย และถูกจับเป็นตัวประกัน Storm มาหา Black Panther และบอกที่อยู่ให้ไปช่วยตัวประกันเหล่านั้น เหล่า Avengers บุกไปช่วยมาได้ ระหว่างจะหนีกลับ Colossus และ Magik เข้ามาขวาง Spider-Man  อาสาจะอยู่สู้เพื่อให้เพื่อนหนีไป และใช้อุบายหลอกให้ Colossus กับ Magik ทะเลาะกันเองจนล้มไปทั้งคู่ พลัง Pheonix ไปตกอยู่ที่ Cyclops และ Emma Frost ยิ่งแกร่งขึ้นไปอีก

เมื่อมีพลัง Pheonix มาก ทั้ง Emma Frost และ Cyclops เหมือนจะต้านทานพลังมากมายขนาดนั้นไม่ไหว และเสียการควบคุมในที่สุด ทีม Avengers ที่ตอนนี้มีสมาชิก Mutant มาร่วมทีมสู้ด้วย ทุ่มเททุกอย่างสู้กับทั้งคู่ จนในที่สุด Cyclops ตัดสินใจล้ม Emma Frost และชิงพลัง Pheonix มาเป็นของตัวเองเพื่อความแข็งแกร่งขึ้นไปอีก Professor X  พยายามขอร้องให้ Cyclops เลิกทำแบบนี แต่ Cyclops เสียการควบคุมไปแล้ว กลายเป็น Dark Pheonix ไป

ความหวังสุดท้ายของ Avengers คือ ให้ Scarlet Witch ร่วมมือกับ Hope เพื่อหยุด Cyclops จนในที่สุดสำเร็จ และ Pheonix ไปเข้าร่างของ Hope Scarlet Witch ใช้พลังเวทย์ ทำลาย Pheonix โดยวันด้าพูดว่า "No more fire. No more figthing. No more playing god. No more Pheonix." ทำให้พลังของ Pheonix แตกเป็นเสี่ยงๆ กระจัดกระจายไปทั่วโลก ทำให้มี Mutant เกิดขึ้นใหม่มากมาย

Cyclops โดนจับไป Captain America ไปเยี่ยม และรู้สึกผิดที่น่าจะช่วย Mutant ได้มากกว่านี้ จึงตั้งใจกลับมารวมทีม Avengers ขึ้นมาใหม่ ให้แกร่งกว่า เทพกว่าเดิม เพื่อช่วยเหลือ Mutant และกอบกู้โลกจากเหล่าร้าย

พลังและความสามารถ[แก้]

Chaos Magic Reality Warping : วันด้ามีพลังเกี่ยวกับจัดการกฏของความเป็นไปของทุกสิ่งได้ วันด้ามีความสามารถในการจัดการกับความเป็นจริงและสามารถเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงได้ ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากพลังที่ได้จาก Chthon ที่ได้มอบพลังนี้ให้เป็นพลังแห่งการกลายพันธุ์ของเธอตั้งแต่เกิด เป็นพลังที่สามารถบิดเบือนกฎทุกข้อที่จะเกิดขึ้นจริง ๆ ได้บนโลกใบนี้

พลังของวันด้าขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมรอบตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความกดดัน ความเกลียด หรือสิ่งต่าง ๆ ที่จะเป็นสิ่งเร้าหรือเร่งพลังของวันด้าให้มีอนุภาพเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และยังขึ้นอยู่กับการรวบรวมสมาธิของเธอเองด้วย ยิ่งเธอบิดเบือนความเป็นจริงมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งใช้พลังมากและอ่อนแอตามไปด้วย

พลังเวทย์ในการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงของวันด้า จะขึ้นอยู่กับคำพูดของเธอ ทุกครั้งที่เธอใช้พลังเธอจะต้องรวบรวมสมาธิและเปล่งเสียงออกมาเป็นคำพูด และสถาณการณ์ในตอนนั้นก็จะเป็นไปตามที่เธอพูดหรือเธอต้องการ ดอกเตอร์ สเตรงจ์ เคยกล่าวไว้ว่า เวทมนตร์ของวันด้าเป็นสิ่งที่น่ากลัว มันเป็นการบิดเบือนความเป็นจริงผสมกับการเล่นมายากล วันด้ายังเคยใช้พลังของเธอเองในการรักษาขาของ ชาร์ล ให้กลับมาเดินได้อีกครั้งด้วยเวทมนตร์ของเธอ

ในโลก 616 นี้ ระดับพลังของวันด้า เรียกว่า อยู่ในระดับ Nexus Being เลยก็ว่าได้ เดอะ วอซเชอร์ หรือ Uatu เคยกล่าวเอาไว้ว่า พลังของวันด้า จะมีผลกระทบต่อความเป็นจริง แต่นั่นยังรวมไปกระทบถึงกับมิติอื่น ๆ ด้วย เช่น มิติที่เราเรียกว่า เวลา เป็นมิติที่ไม่มีใครสามารถยุ่งเกี่ยวได้ ซึ่งพลังเธอทำให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับ เน็กซัส บีอิ้ง คนอื่น ๆ เช่น จีน เกรย์(ไม่ใช่ร่างอวตารของPhoenix) / แฟรงคริน ริชาร์ด / โอดิน เป็นต้น ดอกเตอร์ สเตรงจ์เคยบอกว่า พลังของวันด้า เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเวทมนตร์และพลังทุกสิ่งบนโลก พลังของวันด้าเรียกได้ว่าเป็นพลังที่มหัศจรรย์ที่สุดพลังหนึ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลกโดยไม่ได้ไปเรียนรู้ หรือศึกษาเพิ่มเติม แต่เป็นพลังเวทย์ที่เธอได้มาแต่กำเนิดนั่นเอง

Hex Bolts : พลังในการร่ายเวทมนตร์หรือคำสาป เวลาที่วันด้าใช้พลังนี้ จะมีแสงสีแดง เป็นรูปหกเหลี่ยมหรือสามเหลี่ยมเกิดขึ้นที่บริเวณมือของเธอ ซึ่งคำสาปเหล่านี้นับว่า มีความแข็งแรงในตัวของคำสาปมาก เพราะ มันจะแสดงให้เห็นถึงโชคร้ายที่จะตามมา หรือเกิดขึ้นต่อฝ่ายตรงข้ามหลังจากที่โดนเธอเล่นงานโดยคำสาป เธอสามารถใช้คำสาปของเธอในการควบคุมมวลสาร ไฟ หรือ เอาอากาศที่มีอยู่น้อยนิดตรงนั้น มาสร้างเป็นแรงโมเมนตัมแรงใหม่ เพื่อที่จะให้เธอควบคุมแรงโน้มถ่วงของโลกได้ หรือสามารถยกของหนัก ๆ สิ่งนั้นได้เพียงแค่ใช้เวทมนตร์ของเธอ และเธอยังสามารถใช้พลังเหล่านี้ในการสร้างแรงระเบิดและปล่อยเป็นแสงใส่ในการโจมตีศัตรูได้ พลังของเธอว่ากันว่า มีมากกว่า Dormammu ที่เป็นศัตรูตัวฉกาจจ์ของ หมอแปลก และเธอยังสามารถใช้พลังในการควบคุม Dormammu ได้ ว่ากันว่า พลังของวันด้าเป็นหนึ่งเดียว ที่ Ultron กลัวและยังหาวิธีจัดการไม่ได้ หรือ แม้แต่เกราะที่หุ้มด้วยอดาเมนทียมก็ไม่สามารถที่จะทำลายพลังของวันด้าได้ เธอเคยแสดงให้เห็นในการทำลายพลังของ Domino ที่จะใช้โจมตีทำให้เกิดความโชคร้ายแก่เธอ เธอสามารถควบคุมพลังของ โดมิโน่ได้

Telekinesis : สามารถยกสิ่งของหรือวัตถุและเคลื่อนย้ายมัน ได้ตามใจคิด โดยใช้พลังเวทย์

Flight : สามารถใช้พลังในการทำให้ตัวเองบินได้

  1. Scarlet Witch (2016) Issue 08
  2. "House of M".
  3. "Avengers vs X-Men".
  4. "Jean Grey vol 1".
  5. "Uncanny Avengers".
  6. "Avengers vs X.Men".